Skip to content

เอกนัฏ ชี้ภาพหลุด สุชาติ กินข้าว สส.รทสช. แค่สังสรรค์ สส.ปฏิเสธย้ายพรรคทุกคน

04 มิ.ย. 2568 | 11:25น.
เอกนัฏ ชี้ภาพหลุด สุชาติ กินข้าว สส.รทสช. แค่สังสรรค์ สส.ปฏิเสธย้ายพรรคทุกคน

เอกนัฏ ชี้ภาพ สุชาติ กินข้าว-จิบกาแฟ ก๊วน สส.เป็นเรื่องปกติ คุย สส.แล้ว ทุกคนปฏิเสธย้ายพรรค ไม่เอามาหมกมุ่น

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.อุตสาหกรรม ในฐานะเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวถึงกรณีปรากฎภาพนายสุชาติ ชมกลิ่น รมช.พาณิชย์ ในฐานะรองหัวหน้าพรรค รทสช. จับกลุ่มรับประทานอาหารกับ สส.พรรคบางส่วน ว่าเป็นเรื่องปกติ พูดเสมอว่างานการเมืองเคร่งเครียด จะไปสังสรรค์ก็เป็นเรื่องปกติ หรือจะไปรับประทานอาหารแล้วนินทาตน ตนยังไม่ว่าเลย แต่พอภาพออกมาก็ถูกปลุกปั่นให้มีนัยทางการเมือง

แต่ สส.ในภาพก็ออกมาปฏิเสธแล้ว ทั้งนายธนกร วังบุญคงชนะ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค นายศาสตรา ศรีปาน สส.สงขลา และนายจิรวุฒิ สิงห์โตทอง สส.ชลบุรี ซึ่งเป็น สส.อาวุโสมาก ก็ออกมาปฏิเสธหมดแล้ว

เมื่อถามว่า มองเรื่องการมีภาพถ่ายปรากฎออกมาอย่างไร นายเอกนัฏกล่าวว่า “ผมเฉย ๆ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องปกติอย่าหมกมุ่น โชคดีที่ผมอยู่ตรงนี้มานาน เราก็ต้องทำงานต่อ ไม่หมกมุ่น ไม่มีอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนเลย ผมไม่เอามาหมกมุ่น และไม่กระทบการทำงาน”

เมื่อถามว่า การปล่อยภาพแบบนี้ทำให้ภาพลักษณ์ของพรรค รทสช. เหมือนพรรคแตกหรือไม่ นายเอกนัฏกล่าวว่า เราต้องเชื่อมั่นในความรู้สึกของประชาชนว่ามีวิจารณญาณในการประเมินว่าแปลว่าอะไร ซึ่งในภาพ 15 คน แต่พอไปถึงสื่อมี 23 คนเฉย มีผี 8 ตัว มาจากไหน พอใส่ภาพพร้อมข้อมูลชงให้พร้อมเสิร์ฟแบบนี้ คนก็ควรจะมีสติในการเสพว่าอะไรเป็นอะไร

”ใน 15 คนนั้นออกมาปฏิเสธทั้งหมด ถ้าอีกนิดสงสัยต้องนัดรวมตัวแถลงข่าวปฏิเสธกันหมดเลยมั้ง ว่าทานข้าวกันเฉย ๆ อย่าไปวิตกกังวลอะไร เดี๋ยวสองสามวันนี้ก็คงมีข่าวแบบนี้อีก กินข้าวจิบกาแฟเป็นแฟชั่นไปแล้ว เดี๋ยวตนก็คงมีบ้างเป็นเรื่องปกติ“ นายเอกนัฏกล่าว

นายเอกนัฏกล่าวต่อว่า ตนยอมรับว่าการทำพรรคการเมือง ซึ่งตนเป็นเลขาธิการพรรค เป็น สส.เขตมาก่อน การแบกรับปัญหาประชาชนเป็นเรื่องที่หนัก ตนรับฟังตลอด แต่ตอนนี้ตนเป็นรัฐมนตรีด้วย งานหนักตั้งแต่ตึกถล่ม ตนอาจขาดการสื่อสารไปบ้าง บางคนโทร.มาหาคุยกับตน ตนก็เข้าใจ และยังบอกด้วยว่าจะนินทาตนก็ไม่ว่า ซึ่งอะไรที่พรรคกับผู้บริหารขาดตกบกพร่องไปก็จะปรับเปลี่ยน

เมื่อถามว่า นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค รทสช. จะชี้แจงถึงสถานการณ์ของพรรคบ้างหรือไม่ เพราะเป็นนักการเมืองต้องมีความรับผิดชอบต่อประชาชน นายเอกนัฏกล่าวว่า ก็มีตนพูดอยู่แล้ว แต่ละคนบุคลิกสไตล์การทำงานไม่เหมือนกัน ตนยังแซวกับลูกพรรคเลยว่า ตนไม่ใช่สุภาพบุรุษ แต่ตรงไปตรงมา เวลาสัมภาษณ์ก็พูดตรง ๆ สื่อถามอย่างไร ตนก็ตอบตรง ๆ ไม่มีโกรธกัน ตนไม่ใช่สุภาพบุรุษแบบหัวหน้า สวนมาสวนกลับ แต่หัวหน้าพรรคเป็นคนสู้งาน แต่ไม่อยากพูด

เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวบีบพรรค รทสช. ไปเป็นฝ่ายค้าน หากนายพีระพันธุ์ไม่ลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรค โดยจะให้พรรคโอกาสใหม่เสนอโควตาแทน นายเอกนัฏกล่าวว่า คิดกันไปไกลแล้ว พรรคใครพรรคมัน ไม่เห็นมีบีบอะไร เมื่อวาน (3 มิ.ย.) ตนเจอนายกรัฐมนตรี ท่านก็พูดคุยปกติ ซึ่งเรื่องนี้คนมีอำนาจมีนายกฯคนเดียว

เมื่อถามว่า ดูแล้วนายพีระพันธุ์ไหวหรือไม่ นายเอกนัฏกล่าวว่า “ไหว”

เมื่อถามว่า ในฐานะเลขาธิการพรรคคิดว่าจำเป็นต้องคุยกับนายสุชาติหรือไม่ เพราะดูท่าทีจะแอ็กชั่นไม่หยุด นายเอกนัฏกล่าวว่า “ผมไม่มีอะไรติดใจ ผมเข้าใจการเมืองมีกติกามารยาท ผมอายุยังน้อย ยังอยู่ในวงการอีกนาน จึงพยายามรักษากติกามารยาททางการเมือง เพราะการสู้กันก็เหมือนขึ้นเวที ในนวมขึ้นชกพอหมดยกก็จบ อย่ามาโกรธกัน ขอให้ทิ้งความรู้สึกที่ดีไว้ ตนเข้าใจหมด ผมก็ทำดีที่สุดในส่วนของผม ใครจะไปจิบกาแฟ ดื่มไวน์ กินไอติม ก็เชิญไม่ว่ากัน แค่อยู่ในกติกาไม่ว่ากัน”

เมื่อถามว่า พรรค รทสช.มีเอกภาพพอที่จะทำงานหรือไม่ นายเอกนัฏกล่าวว่า เรามีเอกภาพพอที่จะทำงาน ต้องยอมรับสภาพความเป็นจริง เราอยู่บนโลกความเป็นจริง ทุกพรรคมีปัญหา เวลาเราทำงานกับมนุษย์ มันมีเรื่องโลกส่วนตัว โลกส่วนรวม ซึ่งเป็นปกติ แต่เราต้องรักษาภาพรวม ไม่ว่าสถานะแบบไหน เราต้องทำงานได้

เมื่อถามว่า สถานการณ์แบบนี้ต้องทำอะไรสักอย่างหรือไม่ เช่น ทานข้าวออกสื่อ นายเอกนัฏกล่าวว่า “เอาอย่างนั้นเลยเหรอ ปกติก็ทานกันอยู่แล้ว ทำไมต้องให้ตนส่งรูปให้ด้วย บางทีก็ต้องมีเวลาส่วนตัวกันบ้าง หรือเวลาคุยเรื่องสำคัญ ๆ เขาคงไม่ส่งรูปให้หรอกใช่หรือไม่”

เมื่อถามว่า ท่าทีของนายสุชาติ อยากขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่าการแทนใครสักคนในพรรคหรือไม่ นายเอกนัฏกล่าวว่า ถามตรง ๆ มาเลย อย่าไปคิดอะไร อย่าคิดเอง ไปถามเขาเอา ตนไม่ตอบแทนเขา

เมื่อถามว่า จะใช้ข้อบังคับใหม่ที่ระบุว่า ห้ามสมาชิกฝักใฝ่พรรคการเมืองอื่น มิฉะนั้นจะพ้นจากการเป็นสมาชิกพรรค นายเอกนัฏกล่าวว่า ข้อบังคับปรับทุกปีเวลาประชุมใหญ่ เพื่อให้ยึดโยงรัฐธรรมนูญ และกฎหมายลูกให้มากที่สุด ซึ่งแก้มานานแล้ว แก้ก่อนที่เหตุจะเกิด ไม่ได้แก้เพื่อไปทำอะไรกับใครเฉพาะเจาะจง

เมื่อถามย้ำว่า จะใช้ข้อบังคับใหม่กับกรณีนี้หรือไม่ นายเอกนัฏกล่าวว่า มีข้อบังคับเป็นเรื่องปกติ ทุกคนต้องทำตามข้อบังคับ บ้านเมืองมีกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน นายเอกนัฏได้เจอกับนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะหัวหน้าพรรคกล้าธรรม ที่หน้าตึกบัญชาการ 1 ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งยังใช้ไม้เท้าค้ำยัน เนื่องจากอาการบาดเจ็บที่ขายังไม่หายดี จากนั้น สื่อมวลชนได้ขอให้ทั้งคู่ยืนคู่กันเพื่อถ่ายภาพ โดยนางนฤมลได้หันไปแซวนายเอกนัฏ ด้วยหน้าตายิ้มแย้มว่า “ให้ยืมไม้ค้ำยันมั้ย“

ผู้สื่อข่าวจึงสอบถามนางนฤมลว่าให้ยืมเพราะอะไร นางนฤมลจึงตอบว่า “แซวเล่น” พร้อมกับหัวเราะ ก่อนที่นายเอกนัฏจะยิ้มแล้วตอบว่า “จะให้ผมไปตีใครล่ะครับ”