เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เฟดเสียงแตก คงดอกเบี้ยตามคาด 3.50-3.75%
World เฟดเสียงแตก คงดอกเบี้ยตามคาด 3.50-3.75%
พลังจิตอาสา ‘แสนสิริ’ ทำความดีเพื่อสังคม ส่งต่อโอกาสแก่กลุ่มเปราะบาง 4 มิติ
Biz Movement พลังจิตอาสา ‘แสนสิริ’ ทำความดีเพื่อสังคม ส่งต่อโอกาสแก่กลุ่มเปราะบาง 4 มิติ
รื้อแล้ว! ปั๊ม SINOPEC SUSCO รัชดา จับตา SC ขึ้นโปรเจ็กต์ใหม่
Real Estate รื้อแล้ว! ปั๊ม SINOPEC SUSCO รัชดา จับตา SC ขึ้นโปรเจ็กต์ใหม่
สภาผู้บริโภค แฉ 50 คอนโดดัง เข้าข่ายละเมิดกฎหมาย ส่งเรื่องถึง กทม. แต่ยังไร้การแก้ไข
Real Estate สภาผู้บริโภค แฉ 50 คอนโดดัง เข้าข่ายละเมิดกฎหมาย ส่งเรื่องถึง กทม. แต่ยังไร้การแก้ไข
ปลดล็อกความอัดอั้น สู่ยุคทอง ‘คอนเสิร์ต-ไลฟ์เฮาส์’
Business ปลดล็อกความอัดอั้น สู่ยุคทอง ‘คอนเสิร์ต-ไลฟ์เฮาส์’
‘ทูมอร์โรว์แลนด์’ ปลุกเศรษฐกิจ บุ๊กกิ้งโรงแรม ‘ชลบุรี-ระยอง’ แน่น
Economic ‘ทูมอร์โรว์แลนด์’ ปลุกเศรษฐกิจ บุ๊กกิ้งโรงแรม ‘ชลบุรี-ระยอง’ แน่น
พาณิชย์เตือนรัฐ-เอกชน ใช้ข้อมูลกรรมการ-ผู้ถือหุ้นระวังผิด PDPA
Economic พาณิชย์เตือนรัฐ-เอกชน ใช้ข้อมูลกรรมการ-ผู้ถือหุ้นระวังผิด PDPA
สหรัฐแบนนำเข้า ‘หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์-อินเวอร์เตอร์’ รุ่นใหม่จากจีน
World สหรัฐแบนนำเข้า ‘หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์-อินเวอร์เตอร์’ รุ่นใหม่จากจีน
เตือนไทยเสี่ยง “Stagflation” สงคราม 3 สมรภูมิดันน้ำมันเกิน 100 ดอลลาร์ เงินเฟ้อพุ่ง 2.4-3.3%
Economic เตือนไทยเสี่ยง “Stagflation” สงคราม 3 สมรภูมิดันน้ำมันเกิน 100 ดอลลาร์ เงินเฟ้อพุ่ง 2.4-3.3%
อดีตทูตรัศม์  ขอโทษ “นายกฯอนุทิน”” ปมเพลงเถียนมี่มี่ หวั่นไทยเสียดุลการทูตยุค “หวานชื่น”
Politics อดีตทูตรัศม์ ขอโทษ “นายกฯอนุทิน”” ปมเพลงเถียนมี่มี่ หวั่นไทยเสียดุลการทูตยุค “หวานชื่น”
ดูทั้งหมด

ผู้นำคนใหม่เกาหลีใต้ กับการผลักดัน “stablecoin” ผูกค่าเงินวอน

05 มิ.ย. 2568 | 12:35น.

ผู้นำเกาหลีใต้คนใหม่กับการปฏิรูปสกุลเงินดิจิทัล “Stablecoin” ผูกค่าเงินวอน กระตุกความหวังอุตสาหกรรมคริปโตฯ

ขณะที่การผลักดัน G Token ของไทยดำเนินการไปถึงเตรียมเลือกเอกชนดำเนินการออกลอตแรก ซึ่งคาดว่าจะสามารถระบุได้ภายในเดือนมิถุนายนนี้ หันหน้าไปที่ประเทศเกาหลีใต้ที่เพิ่งได้ผู้นำคนใหม่มาหมาด ๆ ก็มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการสกุลเงินดิจิทัลครั้งใหญ่ภายใต้ชื่อ “Stablecoin” ผูกสกุลเงินดิจิทัลกับวอน

เรื่องราวการผลักดันในครั้งนี้เริ่มต้นจากพรรคประชาธิปไตย หรือ ดีพี (Democratic Party – DP) ประกาศจัดตั้งคณะกรรมการสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Committee) อย่างเป็นทางการ เพื่อพัฒนานโยบายด้านคริปโต และผลักดันการเติบโตของอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศ กลางสมัชชาแห่งชาติกรุงโซล โดยประเด็นสำคัญในครั้งนี้ ได้แก่

  • แก้ปัญหาความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบ (regulatory uncertainty)
  • การกำกับดูแล Stablecoin เมื่อประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐกำลังผลักดันเหรียญ US-dollar stablecoins
  • ทบทวนการผ่อนปรนระบบเดิม เช่น กฎ “หนึ่งเว็บเทรด-หนึ่งธนาคาร (One Exchange, One Bank)” ที่ถูกวิจารณ์ว่าจำกัดการแข่งขันและการพัฒนา

นับเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญสู่กรอบการทำงานด้านสกุลเงินดิจิทัลแบบรวมศูนย์ โดยคณะกรรมการสินทรัพย์ดิจิทัลมีมิน บยองด็อก (Min Byeong-deok) เป็นประธาน และได้รับการสนับสนุนจากผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี “อี แจมยอง” ณ ขณะนั้น

ป้องกันการครอบงำของสหรัฐ

ซึ่งข้อเสนอสำคัญ คือ การที่ Stablecoin ผูกกับเงินวอน แตกต่างจากสกุลเงินดิจิทัลที่มีความผันผวน เนื่องจากมันสามารถทำให้การซื้อ-ขายมีเสถียรภาพ และดึงดูดนักลงทุนสถาบันต่าง ๆ ได้ ตรงกับวิสัยทัศน์ด้านคริปโตเคอร์เรนซีของอี แจมยอง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้คนล่าสุด

ตลาด stablecoin ทั่วโลกขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยทะลุ 230,000 ล้านดอลลาร์ในเดือนมีนาคม ที่ผ่านมามูลค่าตลาดปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 247,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเพิ่มขึ้น 3,537,000 ล้านดอลลาร์จากสัปดาห์ก่อนหน้าเพียงสัปดาห์เดียว

ตัวเลขเหล่านี้เน้นย้ำถึงความเร่งด่วนเบื้องหลังความคิดริเริ่มของเกาหลีใต้ ลีตั้งข้อสังเกตว่า เกาหลีใต้ต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาดก่อนเหรียญที่ผูกกับดอลลาร์สหรัฐจะเข้ามาครอบงำการซื้อขายในประเทศอย่างสมบูรณ์

เขาให้คำมั่นสัญญาว่า จะนำสกุลเงินดิจิทัลที่สนับสนุนโดยวอนมาใช้ หากได้รับการเลือกตั้ง โดยให้เหตุผลว่าสกุลเงินดิจิทัลดังกล่าวจะช่วยลดการไหลออกของสกุลเงินดิจิทัลมูลค่า 56.8 ล้านล้านวอน (40.8 พันล้านดอลลาร์) ในขณะเดียวกันก็ทำให้การซื้อขายภายในประเทศง่ายขึ้น

นอกจากนี้ยังจะผลักดันให้มีการอนุมัติอีเอฟที โดยอ้างถึงความสำเร็จของสหรัฐว่าสามารถดึงดูดปริมาณการซื้อขายได้หลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยตกลงที่จะสำรวจ ETF เป็นสินทรัพย์อ้างอิง (Underlying Asset) ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงจากการตัดสินในปี 2024 ที่ว่าคริปโตเคอเรนซีไม่มีพื้นฐานทางกฎหมายดังกล่าว ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนโยบายครั้งนี้อาจปลดล็อกโอกาสการลงทุนใหม่

ปฏิรูปสกุลเงินดิจิทัล

การปฏิรูปสกุลเงินดิจิทัลของเกาหลีใต้ในครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย แต่เป็นความพยายามในการเป็น “ผู้นำเศรษฐกิจดิจิทัลของเอเชีย” ทั้งการส่งเสริมสกุลเงินดิจิทัลที่มีเสถียรภาพ การทำให้กองทุน ETF ถูกกฎหมาย และการผ่อนปรนข้อจำกัดในการแลกเปลี่ยน

สามสิ่งนี้สามารถปลดล็อกสภาพคล่องในตลาดได้หลายพันล้านดอลลาร์และดึงดูดนักลงทุนจากทั่วโลก อย่างไรก็ตาม การสร้างสมดุลระหว่างนวัตกรรมกับเสถียรภาพยังคงเป็นความท้าทายสำคัญ ดังที่คำเตือนของธนาคารแห่งเกาหลีเน้นย้ำ และการผลักดันนโยบายของลีในฐานะประธานาธิบดีอาจต้องเผชิญหน้ากับการคัดค้านของฝ่ายค้านว่า นโยบายดังกล่าวมีความเสี่ยงที่จะเกิดฟองสบู่เก็งกำไร

สานต่อผลักดันคริปโตฯ

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกาหลีใต้เลือกผู้สมัครที่สัญญาว่าจะผลักดันให้คริปโตฯ อดีตประธานาธิบดี “ยุน ซ็อกย็อล” เคยให้คำมั่นสัญญาหลายประการเพื่อยกเลิกการควบคุมอุตสาหกรรมคริปโต แต่หลายคำมั่นกลับล่าช้าและมีความคืบหน้าที่จำกัดในช่วงที่เขาดำรงตำแหน่ง

แผนของยูนในการเลิกควบคุมอุตสาหกรรมคริปโตฯถูกต่อต้านจากคณะกรรมการบริการทางการเงินโดยอ้างถึงการคุ้มครองนักลงทุน ขณะที่คณะกรรมการบริการทางการเงิน (FSC) เริ่มยอมรับการผ่อนปรนกฎระเบียบคริปโตที่เข้มงวดมากขึ้น ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ต่อคำมั่นสัญญาเกี่ยวกับคริปโตของผู้นำคนใหม่

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจาก FSC ระบุว่า เกาหลีใต้เป็นตลาดคริปโตเคอร์เรนซีที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งมีลักษณะเด่น คือ เน้นการซื้อขาย altcoin สถิติเมื่อปี 2024 ที่ผ่านมา เกาหลีใต้มีผู้ใช้การแลกเปลี่ยนคริปโต 9.7 ล้านคน คิดเป็นเกือบ 20% ของประชากรทั้งหมด

ข้อมูลจาก The Block, cointrackdaily และ Yellow News