เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ภูมิธรรม บอกไร้สัญญาณปฏิวัติ อย่ายั่วยุปลุกคลั่งชาติ ชี้คุยกัมพูชาทิศทางดี

06 มิ.ย. 2568 | 13:27น.
ภูมิธรรม​ เวชยชัย

ภูมิธรรม​ เวชยชัย

ภูมิธรรมบอกไร้สัญญาณปฏิวัติ อย่ายั่วยุปลุกคลั่งชาติ โวคุยกัมพูชาทิศทางดี ปัดรัฐบาลหงอ ขออย่าเสนอข่าวคลาดเคลื่อน ชี้ต้องไม่กระทบความสัมพันธ์ หวั่นเกิดบาดแผลลึก

นายภูมิธรรม​ เวชยชัย​ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการพิจารณามาตรการรองรับสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชา​ ว่ามีมาตรการรองรับทั้งหมด แต่ไม่ขอชี้แจงในรายละเอียด ขอให้รอการชี้แจงอย่างเป็นทางการจากทาง สมช.​

ส่วนที่ประชุมได้มีการพิจารณาเรื่องการปิดด่านชายแดนหรือไม่​ นายภูมิธรรม​กล่าวว่า มีการพิจารณาทุกเรื่อง แต่ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ และสภาวะว่าควรจะดำเนินการถึงขั้นไหน แต่ทุกอย่างไม่มีการเตรียมการไว้ทั้งหมดแล้ว

ส่วนมีการกำหนดหรือไม่ว่า สถานการณ์ถึงขั้นใดแล้วจะดำเนินการปิดด่านชายแดน นายภูมิธรรม​ยืนยันว่ามีอยู่ในมาตรการแล้ว แต่เชื่อว่าในขณะนี้ไม่สามารถเกิดเรื่องเหล่านี้ได้ ขอให้เกิดสถานการณ์แต่ละขั้น เพราะเราได้ตกลงกันในกลไกแล้วว่ากองทัพ ซึ่งเป็นหน่วยหน้างานเป็นอย่างไร กระทรวงการต่างประเทศยืนยันในหลักการกฎหมายอย่างไร ซึ่งขณะนี้ได้พูดคุยกันทุกหน่วยแล้ว

ส่วนได้มีการระบุเวลาหรือไม่ เพื่อให้ทหารกัมพูชาถอยออกจากพื้นที่โนแมนส์แลนด์ นายภูมิธรรมระบุว่าเราไม่ได้ให้ถอย แต่ให้ปรับกำลังถึงปี 2567 และส่วนต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นเราเสนอให้ใช้กลไกทวิภาคี กลไกทางกฎหมาย และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เพื่อแก้ปัญหานี้ โดยตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจมาดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะ ซึ่งมีนายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ประธาน

เมื่อถามว่า ในการเรียกทูตไทยกลับประเทศจะถือเป็นหนึ่งในมาตรการของเราหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่าทุกขั้นตอนที่คิดว่าควรใช้กับสถานการณ์ต่าง ๆ โดยเฉพาะกระทรวงกลาโหม กระทรวงการต่างประเทศ และกองทัพ จะพูดคุยกันตลอด ซึ่งเราจะใช้ทุกมาตรการ และมีการวางรายละเอียดในกลไกต่าง ๆ ไว้ทั้งหมดแล้ว เพียงแต่ทำให้เกิดความชัดเจนมากยิ่งขึ้น

ส่วนจุดยืนของไทยสำหรับสถานการณ์ไทยกัมพูชาที่หลายฝ่ายออกมา Call Out ถึงความไม่ชัดเจนของรัฐบาล และการประชุมในวันนี้รัฐบาลก็ยังคงย้ำว่าสามารถพูดคุยเจรจากันได้ นายภูมิธรรมกล่าวว่า ขอให้แยกออกจากกัน จริง ๆ ขณะนี้สถานการณ์ยังไม่มีอะไร ทุกยังปกติ ซึ่งการมาเจอกันของกองทัพ 2 ฝ่ายวานนี้ แสดงให้เห็นว่าในฐานะที่เราเป็นคนคุมกำลังทั้งกำลังพลและอาวุธ ก็อยากจะหาทางสันติให้มากที่สุด ลดการเผชิญหน้าให้มากที่สุด

เพราะขณะนี้ทุกฝ่ายไม่อยากให้เกิดภาวะสงคราม และการใช้กลไก JBC ตลอดกว่า 20 ปีก็ดีมาตลอดในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมต่าง ๆ แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้น ทหารก็มีหน้าที่โดยตรงที่ต้องปกป้องอธิปไตยของชาติ ไม่ได้วางเฉย หรือจะไปทะเลาะเบาะแว้ง เพียงแต่ตรึงกำลัง และใช้กลไกสันติวิธี หากเกิดปัญหาอะไรในพื้นที่ก็บอก เพราะมีการเตรียมกลไกไว้ทั้งหมดแล้ว ว่าจะตัดสินใจอย่างไร

ส่วนที่วานนี้มีการพูดคุยกับ พล.อ.เตีย เซ็ยฮา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ซึ่งออกมาระบุว่าทุกอย่างจะต้องมีการสอบถามนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ทำไมไม่ใช้ Connection ที่มีอยู่ในการพูดคุย นายภูมิธรรมกล่าวว่า ขณะนี้เป็นเรื่องของประเทศชาติและอธิปไตย เป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในรัฐบาล และการคุยนอกรอบก็ทำอยู่แล้ว โดยที่ตนไปเมื่อวานนี้ก็ถือเป็นการคุยนอกรอบ

และย้ำว่าเราใช้ทุกกลไกมาพิจารณาทั้งหมด ซึ่งอยากให้นำเสนอข่าวในการแก้ปัญหาประเทศ หากลงข่าวในสิ่งที่คาดเคลื่อนจะนำไปสู่การตอบสนองที่ไม่ค่อยดี อยากให้ทุกคนเข้าใจว่าเราทำงานร่วมกันตั้งแต่เริ่มต้น และสิ่งที่เราประสงค์ต้องไม่กระทบความสัมพันธ์ เพราะหากกระทบแล้วจะเป็นบาดแผลที่ลึก จะทำให้การทำงานต่าง ๆ นั้นยากขึ้น เพราะเราจะต้องพึ่งพาซึ่งกันและกัน อยากให้จำกัดวงอยู่แค่นี้ อย่าไปถามถึงเรื่องศาลโลก

เมื่อถามว่าวางเงื่อนไขรับมือในกรณีที่กัมพูชาไม่ร่วมวง JBC อย่างไร นายภูมิธรรมกล่าวว่ายังไม่ได้คิดเรื่องนั้น เพราะเขายังไม่ได้บอกว่าไม่เข้าร่วม หากไปคิดในสิ่งที่ร้าย เดี๋ยวมันจะมีปัญหา

เมื่อถามถึงความแข็งกร้าวของกองทัพจะเป็นเชื้อไฟในการนำไปสู่รัฐประหารหรือไม่ นายภูมิธรรมได้ย้อนถามสื่อว่าของใคร ผู้สื่อข่าวจึงตอบว่าของกองทัพบก จากนั้นนายภูมิธรรมกล่าวว่า กองทัพบกมีหน้าที่ที่ต้องทำอยู่แล้ว ไม่ได้มีอะไรขัดแย้งกับรัฐบาล เพียงแต่ทำให้มีความพร้อมในการรักษาประเทศและอธิปไตย

ส่วนในยุคของ “บิ๊กอ้วน” จะไม่มีรัฐประหารใช่หรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่ายังไม่มีอะไรที่เป็นสัญญาณ โดยคุยกันดีมาโดยตลอด

และส่วนที่มีการปลุกระดมความรักชาติ ขอให้ช่วยกันทำความเข้าใจ ว่าการไม่มีสงครามเป็นสิ่งที่ดีที่สุด อย่าไปปลุกกับเขาด้วย เดี๋ยวจะมีปัญหา

นอกจากนี้ ยังมีการวิเคราะห์ถึงท่าทีของการแถลงของประเทศไทย ว่าดูมีความนอบน้อมกว่าประเทศกัมพูชาที่มีความแข็งกร้าว นายภูมิธรรมตอบกลับว่า อย่ามองว่าเป็นการนอบน้อม อย่างวานนี้มีคนบอกว่าตนเดินทางไปกัมพูชา ไปเป็นข้าของเขามันไม่จริง เพราะเมื่อวานนี้เค้าก็มาหาเราถึงที่ ทำไมถึงไม่บอกบ้างว่าเขานอบน้อมเรา ขออย่าไปดูอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ เพราะตนมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ มีความเกี่ยวข้องกับประเทศชาติ

ถ้าเราไปมองจุกจิกแต่กับเรื่องเล็ก ๆ เรื่องใหญ่มันจะไม่ได้ และกลายเป็นความขัดแย้ง ส่วนเรื่องการนอบน้อม นายภูมิธรรมย้อนถามผู้สื่อข่าวว่า เป็นในสายตาใคร เพราะในทางการทูตก็ถือว่าใช้ได้แล้ว ทัศนคติของแต่ละคนก็ต่างกัน พร้อมย้ำว่า “ไม่ถนอมเลย ไม่ถนอม ไม่ถนอม”

นอกจากนี้ นายภูมิธรรมยังกล่าวว่า ท่านต้องคิดบวก ต้องแบ่งเรื่องดังกล่าวเป็น 2 เรื่อง คือการปกป้องอธิปไตย และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ขณะนี้โลกมีปัญหาเยอะ เราก็ต้องมีความสัมพันธ์ในการแก้ไขปัญหาหลายอย่าง ตอนนี้คิดเรื่องเดียวไม่ได้

อย่างไรก็ตาม นายภูมิธรรม ไม่ได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าว ที่ถามว่าหม่อมหลวงณัฏฐกรณ์ เทวกุล หรือหม่อมปลื้ม เคยกล่าวว่าความสัมพันธ์ของนายทักษิณ ชินวัตร กับ พล.อ.ฮุน เซน เป็นจุดอ่อนของการแก้ไขปัญหาระหว่างไทยและกัมพูชาในครั้งนี้ ก่อนจะขึ้นรถกลับออกไป