คอลัมน์ : SD Talk ผู้เขียน : พิชญ์พจี สายเชื้อ
ลองนำภาพบริษัทที่มีพนักงานกว่า 170,000 คนทั่วโลก ต้องปรับตัวรับมือกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แล้วจะคาดการณ์ล่วงหน้าได้อย่างไรว่าในอีก 5 ปีข้างหน้า ทักษะใดจะเป็นที่ต้องการ ? หรือจะหลีกเลี่ยงปัญหาขาดแคลนคนและการจ้างงานผิดพลาดได้อย่างไร ? ใช่มั้ยคะ
หลายปีที่ผ่านมา ธุรกิจต่าง ๆ เผชิญกับปัญหาในการวางแผนกำลังคน ไม่ว่าจะเป็นการขาดแคลนบุคลากร การรักษาคนไม่ได้ หรือคนไม่ผ่านทดลองงาน (เพราะเลือกคนผิด)
ผลการวิจัยอ้างว่า 60% ของบริษัทต่าง ๆ รายงานว่ายังหาแรงงานไม่ได้เพียงพอ หรือมี Gap ของทักษะมากเกินไป
ผลการวิจัยยังคาดอีกว่า จะมีตำแหน่งงาน 85 ล้านตำแหน่งที่ไม่มีผู้สมัครภายในปี 2030 รวมทั้งอัตราการลาออกสูง ที่ทำให้ต้นทุนการสรรหาและฝึกอบรมพุ่งสูงขึ้น ซึ่งบริษัทเหล่านี้มักใช้ “สัญชาตญาณ” ในการวางแผนกำลังคน (เพราะไม่รู้จะทำยังไงดี)
ในขณะที่บริษัทยักษ์ใหญ่อย่างกูเกิลเลือกที่จะพัฒนาโมเดล AI ที่สามารถทำนายแนวโน้มต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำ และทำให้กูเกิลสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วตามสถานการณ์โลก
กูเกิลเองก็เผชิญกับความท้าทายนี้ พวกเขาจึงใช้กลยุทธ์ที่เน้นการวางแผนล่วงหน้าอย่างจริงจัง โดย “กูเกิลเปลี่ยนเกมด้วย AI”
พวกเขาพัฒนาระบบ AI ที่สามารถวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมหาศาล เช่น ข้อมูลการจ้างงานในอดีต เทรนด์ตลาด และลักษณะการเคลื่อนไหวของพนักงาน แล้วสร้างโมเดลที่มีความสามารถในการทำนายแนวโน้มต่าง ๆ ล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ
โมเดล AI ของกูเกิลมีความฉลาด ไม่ใช่เพียงแค่เรียนรู้จากข้อมูลในอดีต แต่สามารถประเมินความเป็นไปได้ในอนาคต เช่น การคาดการณ์ความต้องการบุคลากรล่วงหน้า โดยวิเคราะห์ 1) แนวโน้มการเติบโตของธุรกิจและพฤติกรรมการลาออก
2) การปิดช่องว่างทักษะ ด้วยการแนะนำหลักสูตรฝึกอบรมและพัฒนาทักษะเฉพาะทางให้กับพนักงานก่อนที่ภาวะขาดแคลนจะเกิดขึ้น
และ 3) การใช้ข้อมูลเรียลไทม์ เพื่อให้ฝ่าย HR ตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ โดยผลลัพธ์ของการนำ AI มาใช้อย่างเต็มรูปแบบ ที่กูเกิลทำให้ : ระยะเวลาการสรรหาลดลง 75%, ความพึงพอใจของพนักงานเพิ่มขึ้น เพราะพวกเขารู้ว่ามีเส้นทางในอาชีพชัดเจนขึ้น และงบประมาณการจ้างงานลดลง 30% จากการจัดสรรทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
สรุปสั้น ๆ ว่า เรื่องราวของกูเกิลเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า การวางแผนกำลังคนด้วย AI ไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่คือกุญแจสำคัญที่ช่วยพาธุรกิจเข้าสู่อนาคตที่มั่นคงและยั่งยืน
องค์กรที่กล้าก้าวนำและปรับใช้ข้อมูลเชิงลึกในการบริหารทรัพยากรบุคคล จะไม่ใช่แค่รับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้เท่านั้น แต่ยังสามารถเป็นผู้นำได้อีกด้วย
ดังนั้น อย่ารอให้ปัญหาเกิดขึ้น แล้วค่อยแก้ไขเลยค่ะ เพราะอนาคตไม่ได้รอใคร-มันเป็นสิ่งที่เราสร้างขึ้นได้เองด้วยการใช้ข้อมูลและ AI ให้เป็นเครื่องมือที่อยู่ในมือของเราเองค่ะ