Skip to content

ถกการค้าเฟส 2 สหรัฐ-จีน จบด้วยแผนลดตึงเครียดสงครามการค้า

11 มิ.ย. 2568 | 14:33น.
ถกการค้าเฟส 2 สหรัฐ-จีน จบด้วยแผนลดตึงเครียดสงครามการค้า

เจ้าหน้าที่สหรัฐ-จีนเห็นพ้องแผนลดความตึงเครียดในสงครามการค้า หลังการเจรจาเฟสสองแล้วเสร็จ  ได้กรอบแนวทางในการปฏิบัติตามข้อตกลงการค้าเฟสแรกในสินค้าแร่หายาก แต่ยังไม่ได้รายละเอียด ทั้งนี้ รอนำเสนอผู้นำสองประเทศเพื่ออนุมัติต่อไป

บลูมเบิร์ก (Bloomberg) และรอยเตอร์ (Reuters) รายงานว่า สหรัฐและจีนเห็นพ้องแผนเบื้องต้นที่จะผ่อนคลายความตึงเครียดทางการค้าที่เป็นปัญหาจากการเจรจาการค้าเฟสแรก ซึ่งจะช่วยฟื้นการส่งออกของสินค้าอ่อนไหวระหว่างสองเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งคือแร่แร์เอิร์ธ หรือแร่หายาก หลังจากการหารือในช่วง 2 วัน (9 -10 มิถุนายน 2025) นานเกือบ 20 ชั่วโมงในคฤหาสน์แลงแคสเตอร์ ใกล้พระราชวังบักกิงแฮม กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

ผู้เจรจาสหรัฐและจีนกล่าวว่าทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันในกรอบแนวทางในการปฏิบัติตามข้อตกลงรอบแรกในนครเจนีวา ทั้งนี้ ต้องให้ผู้นำสองประเทศลงนามอนุมัติก่อนจึงจะสามารถนำไปปฏิบัติได้

นายโฮเวิร์ด ลุตนิก รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์สหรัฐ กล่าวกับผู้สื่อข่าวในลอนดอนระบุว่า “เมื่อประธานาธิบดีเห็นชอบกรอบแนวปฏิบัติงานแล้ว เราจะพยายามดำเนินการตามนั้น”

แม้ว่ารายละเอียดทั้งหมดของข้อตกลงจะยังไม่มี แต่ผู้เจรจาของสหรัฐคาดหวังอย่างยิ่งว่าปัญหาเกี่ยวกับการส่งออกแร่หายากจะได้รับการแก้ไข สหรัฐต้องการให้ฝ่ายจีนอนุมัติใบอนุญาตส่งออกแร่หายากให้บริษัทอเมริกันอย่างรวดเร็ว และหากเป็นไปตามที่คาดหวัง ฝ่ายสหรัฐก็จะผ่อนคลายการควบคุมการส่งออกชิปที่สำคัญมากสำหรับจีน เป็นการแลกเปลี่ยน

รัฐบาลทรัมป์เร่งเร้าให้รัฐบาลจีนยืนยันคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ว่าจะผ่อนคลายการควบคุมการส่งออกแร่หายากที่ได้ตกลงกันในระหว่างการเจรจาการค้าในนครเจนีวาเมื่อเดือนที่แล้ว นอกจากประเด็นแร่หายาก แล้วข้อตกลงยังรวมถึงการสงบศึกภาษีศุลกากรเป็นเวลา 90 วัน และจะสิ้นสุดระยะพักภาษีในเดือนสิงหาคมนี้

นายจามีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐกล่าวว่า ไม่มีการกำหนดการเจรจาการค้าอีกรอบ แต่เสริมว่าฝ่ายสหรัฐ และจีนพูดคุยกันบ่อยครั้งและสามารถทำได้ทุกเมื่อที่ต้องการ

เกรียร์กล่าวอีกว่า ในส่วนปัญหาสารเสพติดเฟนทานิล ซึ่งรัฐบาลทรัมป์อ้างว่าเป็นเหตุผลในการกำหนดภาษีศุลกากรกับจีน ถือเป็นประเด็นสำคัญสำหรับประธานาธิบดีสหรัฐเช่นกัน โดยฝ่ายสหรัฐคาดหวังว่าจะเห็นความคืบหน้าครั้งสำคัญจากจีนในประเด็นดังกล่าว

ก่อนหน้านี้ สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐ กล่าวกับผู้สื่อข่าวในลอนดอน ว่าเขาจะเดินทางกลับสหรัฐ ขณะที่เจรจาการค้าดำเนินต่อไป เพื่อให้ปากคำต่อรัฐสภาในวันนี้ (11 มิถุนายน) เวลาท้องถิ่น

ขณะนี้สหรัฐและจีนได้ผ่านพ้นช่วงผ่อนผันภาษีต่างตอบโต้ไปแล้ว 1 ใน 3 จาก 90 วัน ตามข้อตกลงที่ประกาศในนครเจนีวา เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคมทำให้ภาษีลดลงอย่างมาก แม้ว่าการค้าระหว่างสองเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดยังคงชะงักงันก็ตาม

“เราหวังว่าความคืบหน้าที่เกิดขึ้นจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นได้” หลี่ เหอเฟิง รองนายกรัฐมนตรีจีนกล่าว

ขณะที่ฝ่ายจีนต้องการให้สหรัฐผ่อนคลายข้อจำกัดการส่งออกชิปขั้นสูงที่ใช้ในการฝึกการบริการของเอไอ หรือปัญญาประดิษฐ์

ทั้งนี้ สถิติการค้าของจีนในเดือนพฤษภาคม 2025 ตามการคำนวณของบลูมเบิร์กระบุว่า การส่งออกของจีนไปยังสหรัฐลดลง 34% ซึ่งถือเป็นการลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2020 เมื่อการระบาดของโควิด-19 ระลอกแรกทำให้จีนล็อกดาวน์ทางเศรษฐกิจ

โจเซฟ เกรกอรี มาโฮนีย์ ศาสตราจารย์ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจากมหาวิทยาลัย East China Normal University ในนครเซี่ยงไฮ้ กล่าวว่า การสูญเสียครั้งใหญ่ที่สุดจากสงครามการค้าไม่ใช่ยอดขายที่สูญเสียไป แต่เป็นความไว้วางใจ และจีนก็ระมัดระวังมาก โดยมุ่งหวังที่จะหลีกเลี่ยงการถูกดึงเข้าไปใน “ละครสัตว์” ของทรัมป์

“เราได้ยินมาเยอะเกี่ยวกับข้อตกลงกรอบการเจรจา แต่ประเด็นสำคัญยังคงอยู่ที่ชิปกับแร่หายาก” เขากล่าว

“รายละเอียดต่าง ๆ จะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน แต่การไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใด ๆ แสดงให้เห็นว่าผลลัพธ์จากการเจรจาครั้งนี้เป็นสิ่งที่คาดการณ์ไว้แล้ว” คริส เวสตัน หัวหน้าฝ่ายวิจัยของเปปเปอร์สโตน (Pepperstone) โบรกเกอร์จากออสเตรเลียกล่าว