NT เผย เอกชน 4 ราย รุมยื่นข้อเสนอ ดีลพันธมิตรธุรกิจ ย้ำ เน้นทำตลาดช่วยเท่านั้น ขายธุรกิจของรัฐให้เอกชนเป็นไปไม่ได้
พันเอกสรรพชัยย์ หุวนันท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.โทรคมนาคมแห่งชาติ NT เปิดเผยว่า NT มีการจัดตั้งคณะทำงานพิจารณาข้อเสนอของพันธมิตรเอกชนขึ้นมาเพื่อติดตามดีลต่าง ๆ โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้องภายใน รวมถึงตัวแทนจาก สหภาพแรงงานฯ ด้วย
โดยพันธมิตรจะต้องเข้ามาช่วย NT ในเชิงยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะการช่วย Utilize โครงข่ายของ NT ที่มีจำนวนมาก ช่วยบริหารจัดการในพื้นที่ที่ NT มีข้อจำกัดด้านบริการ การซ่อมบำรุง หรือไม่สามารถใช้ทรัพยากรได้อย่างคุ้มทุน ซึ่งทั้งหมดจะอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายและไม่กระทบสถานะความเป็นรัฐวิสาหกิจ
ข้อเสนอจากเอกชน ยื่นมาแล้วจากอย่างน้อย 4 ราย ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) AIS, บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) True และ Vender หรือผู้ผลิตอุปกรณ์จากจีน โดยแต่ละรายได้นำเสนอโครงการร่วมมือหลากหลายรูปแบบ เช่น การบริหารทรัพย์สินของ NT เช่น เสาสัญญาณหรือระบบสาย การแบ่งปันทรัพยากรโครงข่าย (Active Sharing) การทำตลาดในพื้นที่ที่ NT เข้าไม่ถึง
“ในส่วนของเวนเดอร์จีน เขาก็มีข้อเสนอที่เฉพาะเจาะจง คือ จะช่วยทำตลาดบรอดแบนด์ในบางพื้นที่ ซึ่งเขามีต้นทุนอุปกรณ์ที่ดีและถูกกว่า ในขณะที่ NT มองว่าตลาดบรอดแบนด์ในพื้นที่อย่างกรุงเทพฯ ที่เรามีโครงข่ายครอบคลุม แต่ทำตลาดแข่งเอกชนไม่ได้ ก็น่าจะเปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามาแข่ง”
ส่วนสำคัญในข้อตกลง คือ ต้องการันตีฐานลูกค้าเดิมและการขยายฐานลูกค้าใหม่ โดยจะแบ่งสัดส่วนผลประโยชน์อย่างชัดเจน
“ดีลที่เสนอขอดูแลลูกค้าเรานั้น ต้องดูให้ดี เราอยากให้พันธมิตรมาช่วยรักษาฐานลูกค้า 2 ล้านรายของเรา ไม่ใช่ดึงลูกค้าเราไป ซึ่งเอกชนจะสามารถทำได้เช่น มีข้อเสนอหรือแพ็กเกจให้ลูกค้า แต่วางอยู่บนฐานของการใช้งานบนโครงข่าย NT”
คณะทำงานภายในที่พิจารณาโมเดลธุรกิจร่วมกับพันธมิตรแต่ละราย จะสรุปรายงานเสนอเข้าสู่บอร์ดบริหาร ภายใน 2-3 เดือนข้างหน้า
“ข้อเสนอที่เข้ามาส่วนใหญ่ไม่ได้พูดถึงการซื้อขาย แต่เสนอรูปแบบความร่วมมือ เช่น การเป็นพันธมิตรด้านการตลาด หรือการเข้ามาช่วยดูแลลูกค้าในบางพื้นที่ ขณะที่ทรัพย์สินโครงสร้างพื้นฐานยังคงเป็นของ NT และต้องย้ำว่าต้องรักษาฐานลูกค้าไม่ใช่ดึงออกไป”
“สรรพชัยย์” ยังย้ำด้วยว่า การดูแลลูกค้านั้นเป็นไปได้ แต่มีความซับซ้อนสูง ไม่เหมาะที่จะใช้วิธีนั้น ในขณะที่การซื้อขายกิจการหรือการโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินของรัฐ “เป็นไปไม่ได้”
เพราะขัดหลักการรัฐธรรมนูญที่ห้ามการจำหน่ายทรัพย์สินโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ โดยเฉพาะในกิจการโทรคมนาคมที่ถือเป็นโครงสร้างสำคัญของประเทศ
รายได้ NT
จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์
- ปี 2564 (หลังรวมกิจการ)
รายได้ 103,265,791,200.00
กำไร 1,104,215,561.00 - ปี 2565 รายได้ 91,574,249,830.00
ขาดทุน 9,863,987,131.00 - ปี 2566 รายได้ 87,417,174,611.00
ขาดทุน 1,985,072,964.00 - ปี 2567 รายได้ 85,310,060,220.00
ขาดทุน 6,058,765,944.00