Skip to content

เมืองรองแรงแซงหน้าเมืองหลัก AirAsia MOVE เผยพฤติกรรมนักท่องเที่ยวไทยยุคใหม่

12 มิ.ย. 2568 | 13:02น.
เมืองรองแรงแซงหน้าเมืองหลัก AirAsia MOVE เผยพฤติกรรมนักท่องเที่ยวไทยยุคใหม่

AirAsia MOVE เผยเทรนด์ท่องเที่ยวปี 2568 “เมืองรอง-เที่ยวแบบยืดหยุ่น-จองผ่านแอปเดียว” ขึ้นแท่นพฤติกรรมหลัก นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่เดินทางอย่างมีจุดหมาย ดันไทยขึ้นแท่นจุดหมายยอดนิยมอาเซียน

AirAsia MOVE เป็นแอปพลิเคชั่นจองการเดินทางชั้นนำในเครือ Capital A เดินหน้าตอกย้ำบทบาท “แพลตฟอร์มการท่องเที่ยวครบวงจร” เผยพฤติกรรมผู้บริโภคจากฐานข้อมูลเชิงลึกบนแพลตฟอร์ม พร้อมเปิดตัวแคมเปญใหม่ “Travel More for Less” ในงาน MOVE Thailand Launch 2568 โชว์ลวดลายเครื่องบินดีไซน์ใหม่สะท้อนแบรนด์ยุคดิจิทัล พร้อมเผยเทรนด์ท่องเที่ยวมาแรงปี 2568 ที่สะท้อนความเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมและความต้องการของนักท่องเที่ยวไทยและอาเซียน

ท่องเที่ยวในประเทศยังครองแชมป์ เมืองรองพุ่งแรง

นางนาเดีย โอมาร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AirAsia MOVE กล่าวว่า จากข้อมูลการจองของผู้ใช้งาน AirAsia MOVE พบว่า “การท่องเที่ยวภายในประเทศ” ยังคงมีสัดส่วนสูงถึง 79.89% ของการจองทั้งหมด โดยมีแนวโน้มความนิยมที่เปลี่ยนแปลงจากเมืองใหญ่ไปสู่ “เมืองรอง” อย่างเชียงราย ขอนแก่น สุราษฎร์ธานี อุดรธานี และประจวบคีรีขันธ์ สะท้อนถึงความต้องการประสบการณ์แบบ “Local Authenticity” หรือความเป็นท้องถิ่นแท้ที่แตกต่างจากจุดหมายปลายทางยอดนิยมในอดีต

พฤติกรรมดังกล่าวยังสอดคล้องกับแนวโน้ม Mini Trips และ Staycations ที่กำลังกลายเป็นเรื่องปกติใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มคนทำงานเมืองใหญ่ ซึ่งนิยมเดินทางสั้น 2 วัน 1 คืน เพื่อพักผ่อนฟื้นฟูร่างกายอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะเมืองที่เดินทางง่ายและมีสนามบินขนาดเล็ก

อีกหนึ่งพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปชัดเจนในปี 2568 คือการวางแผนเดินทางที่เน้นความยืดหยุ่นมากขึ้น หรือที่เรียกว่า “Flexi Planning” โดยพบว่า 26.52% ของผู้ใช้งานจองล่วงหน้ากว่า 1 เดือน ขณะที่อีก 18.04% เลือกจองแบบเร่งด่วนภายใน 4-7 วันก่อนออกเดินทาง แสดงถึงแนวโน้มการเดินทางที่เปิดกว้างต่อความเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่และคนเมืองที่ต้องการความยืดหยุ่นและการตัดสินใจในเวลาสั้น

เที่ยวต่างประเทศฟื้นตัว-โตเกียว-โอซากา-โฮจิมินห์ติดโผยอดนิยม

นางนาเดียกล่าวอีกว่า แม้สัดส่วนการเดินทางต่างประเทศจะอยู่ที่ 20.11% ของการจองทั้งหมด แต่ก็แสดงถึงสัญญาณการฟื้นตัวอย่างมั่นคง โดยประเทศยอดนิยมยังคงกระจุกตัวอยู่ในภูมิภาคเอเชีย เช่น มาเลเซีย เวียดนาม จีน ญี่ปุ่น และอินโดนีเซีย โดยมีเมืองยอดนิยมที่ถูกจองมากที่สุด ได้แก่ โตเกียว โอซากา โฮจิมินห์ และกัวลาลัมเปอร์ แสดงให้เห็นว่าคนไทยยังคงต้องการประสบการณ์ต่างแดนที่ “ใกล้-สะดวก-คุ้มค่า”

โดยเฉพาะกลุ่มวัย 25-39 ปี ซึ่งเป็นกำลังหลักของการเดินทางระหว่างประเทศ มีลักษณะการจองแบบวางแผนล่วงหน้าและมีระบบมากขึ้น ขณะที่กลุ่ม Inbound หรือการเดินทางเข้าประเทศไทยยังคงมีนักท่องเที่ยวจาก มาเลเซีย อินเดีย เวียดนาม อินโดนีเซีย และจีน เป็นตลาดหลัก แต่ที่น่าสนใจคือนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นและเกาหลีใต้นิยมจองที่พักระดับ 4-5 ดาวมากกว่า 60% แม้จะเข้าพักเฉลี่ยเพียง 1-2 คืน แสดงถึงการเติบโตของกลุ่มนักเดินทางคุณภาพที่ให้ความสำคัญกับ “ความหมาย” มากกว่าจำนวนคืนหรือราคา
พฤติกรรม “เที่ยวอย่างมีเป้าหมาย” จะเป็นกระแสหลักปี 2568

นางนาเดียกล่าวเพิ่มเติมว่า จากข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานบนแพลตฟอร์ม AirAsia MOVE พบว่านักท่องเที่ยวในปี 2568 จะให้ความสำคัญกับ “Purposeful Travel” มากขึ้น หรือการเดินทางที่มีเป้าหมาย เช่น เที่ยวเพื่อสุขภาพ เที่ยวเชิงสิ่งแวดล้อม หรือการ Retreat ฟื้นฟูจิตใจ สะท้อนความเปลี่ยนแปลงหลังโควิด-19 ที่นักเดินทางมองหาประสบการณ์ที่มีคุณค่ามากกว่าราคาที่ถูกเพียงอย่างเดียว

พฤติกรรมการใช้จ่ายก็ปรับเปลี่ยนเช่นกัน โดยพบว่า

  • ค่าเฉลี่ยตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ : 2,523.48 บาท
  • ตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศ : 4,130.58 บาท
  • ราคาที่พักเฉลี่ยในประเทศ : 3,864.41 บาท
  • ราคาที่พักเฉลี่ยต่างประเทศ : 3,409.66 บาท

โรงแรมที่มีการจองมากที่สุดคือระดับ 4 ดาว (36.7%) รองลงมาคือ 3 ดาว (29.9%) และ 5 ดาว (15.4%) แสดงถึงความต้องการคุณภาพและความคุ้มค่ามากกว่าราคาถูกที่สุด

All-in-One Booking & Post-Travel Service คือกุญแจธุรกิจยุคใหม่

จากข้อมูลดังกล่าว AirAsia MOVE ยังเน้นว่า โซลูชั่นการจองแบบครบวงจร หรือ All-in-One Booking Solutions จะกลายเป็นมาตรฐานของนักเดินทางยุคใหม่ โดยบริการที่ผู้ใช้งานต้องการมากขึ้น ได้แก่

  • การแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ (Real-time Alerts)
  • การยกเลิกแบบยืดหยุ่น (Flexible Cancellation)
  • การผ่อนชำระ 0%
  • รีวิวที่เชื่อถือได้ และคำแนะนำเฉพาะบุคคล (Personalized Content)

“ข้อมูลเชิงลึกนี้ไม่ใช่แค่สะท้อนพฤติกรรมของนักเดินทางเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ที่สามารถกำหนดอนาคตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในอีกหลายปีข้างหน้า” นางนาเดียกล่าวต่อ และว่า

“ที่ AirAsia MOVE เราใช้เทคโนโลยีและข้อมูลเพื่อเสริมศักยภาพให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นสามารถออกแบบประสบการณ์ที่ยืดหยุ่น คุ้มค่า และตอบโจทย์ความต้องการจริงของนักเดินทางในปัจจุบันและอนาคต โดยเรายังคงมุ่งมั่นในวิสัยทัศน์ ‘Travel More for Less’ เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงการเดินทางที่มีคุณภาพได้อย่างราบรื่นและทั่วถึง”

ทั้งนี้ AirAsia MOVE ได้กลายเป็นมากกว่าผู้ให้บริการจองตั๋วเครื่องบิน แต่คือระบบวางแผนท่องเที่ยวแบบ “ครบจบในแอปเดียว” ที่รวมทั้ง เที่ยวบิน โรงแรม รถรับส่งสนามบิน บริการช็อปปิ้งสินค้าปลอดภาษี และบริการหลังการจอง ที่ออกแบบมาเพื่อการเดินทางยุคใหม่อย่างแท้จริง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

AirAsia MOVE การท่องเที่ยว