เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

นายกฯ แถลงผลประชุม JBC ตั้งทีมเฉพาะกิจ คุย “ฮุน มาเนต” ขอถกในกรอบ RBC

16 มิ.ย. 2568 | 13:53น.

นายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุม JBC สำเร็จ ย้ำชัดไทยไม่รับขอบเขตศาลโลก ตั้งทีมเฉพาะกิจติดตามสถานการณ์ ยันรัฐบาลและกองทัพไม่ได้มีปัญหากัน พร้อมเรียกทูตแจงบ่ายนี้ เผยคุยกัมพูชาอยากเห็นสันติภาพระหว่างประเทศ เสนอนายกฯกัมพูชาประชุมในกรอบ RBC ภูมิธรรม แจง ยกเลิกประชุม สมช. ตามติดสถานการณ์

นางสาวแพทองธาร​ ชินวัตร​ นายกรัฐมนตรี​ แถลงภายหลังการหารือกับหน่วยงานด้านความมั่นคง นายภูมิ​ธรรม​ เวชยชัย ​รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พลเอก ณัฐพล​ นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และเลขาธิการ​สภาความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งใช้เวลาการหารือนาน​กว่า 2 ชั่วโมง

นายกรัฐมนตรี​ระบุว่า ที่ประชุมได้มีการหารือถึงผลการประชุมคณะกรรมการเขตแดนร่วมไทยกัมพูชา หรือ JBC เมื่อวันที่ 14-15 มิถุนายนที่ผ่านมา ถือเป็นผลสำเร็จที่ยอมรับกรอบ JBC ส่วนรายละเอียดทางกระทรวงการต่างประเทศได้ชี้แจงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ตั้งทีมหาแนวทางปกป้องประเทศ

ขณะเดียวกัน ทางการไทยได้มีการหารือกันในทุกระดับ​ ตั้งแต่ระดับหน้างานจนถึงระดับรัฐมนตรี โดยมีการสื่อสารกันอย่างต่อเนื่อง โดยที่ประชุมได้เห็นชอบตั้งคณะทำงานหรือทีมไทยแลนด์​ โดยมีพลเอกณัฐพล​เป็นหัวหน้าทีมคอยมอนิเตอร์ข้อมูลข่าวสาร

ส่วนกรณีที่กัมพูชายื่นศาลระหว่างประเทศ (ICJ) นายกรัฐมนตรีย้ำว่า ประเทศไทยไม่ยอมรับขอบเขตศาลโลก แต่ได้มีการตั้งทีมทำงานเพื่อหาแนวทางปกป้องประเทศ หรือตอบโต้ได้อย่างไรบ้าง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษากฎหมาย และประวัติความเป็นมา ขณะนี้มีข้อมูลไว้ทั้งหมดแล้ว

ส่วนกรณีที่สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ออกมาระบุว่าหากไทยไม่ยกเลิกมาตรการการเปิด-ปิดด่าน​ ภายในวันนี้หรือพรุ่งนี้ กัมพูชาจะปิดด่านชายแดนทั้งหมด ที่ประชุมได้มีการหารือในประเด็นนี้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี​กล่าวว่า เรื่องการเปิดปิดด่านจริง ๆ แล้วเราไม่ได้ปิด เพียงแต่กำหนดเวลา การเปิดปิด ซึ่งเปลี่ยนไปจากเดิมเมื่อมีการปะทะเกิดขึ้น

ทางประเทศไทยได้ทราบจากเพจกลาโหมของทางกัมพูชา ซึ่งก่อนหน้านี้เราได้มีการตกลงกันแล้วว่าจะมีการปรับกำลัง และได้มีการมอบอำนาจให้ในส่วนที่เกี่ยวข้องแก่กองทัพเพื่อประเมินสถานการณ์หน้างาน แต่ทางกลาโหมกัมพูชายืนยันว่าจะไม่มีการปรับกำลังออกจากพื้นที่ ทางไทยจึงมีการกำหนดเวลาเปิดปิดด่าน ทำให้กัมพูชามีการกำหนดเวลาเปิดปิดด่านเช่นกัน

นายกรัฐมนตรี​ยืนยันว่า ที่ผ่านมาไทยและกัมพูชามีการพูดคุยกันมาตลอด ตนก็ได้มีการพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีกัมพูชา มาตั้งแต่เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคมใที่ผ่านมา ซึ่งมีความเห็นและตกลงร่วมกันว่า อยากเห็นสันติภาพให้เกิดขึ้นระหว่าง 2 ประเทศ ไม่ต้องการความขัดแย้ง ต้องการรักษาชีวิตของประชาชนทั้ง 2 ประเทศและไม่อยากให้มีการเสียเลือดเนื้อของทหาร ซึ่งเป็นสิ่งที่ทั้งสองประเทศเห็นตรงกัน

หลังจากนั้นก็มีการพูดคุยมาตลอดและตนก็พยายามให้อยู่ในกรอบทวิภาคี ซึ่งเป็นกรอบการพูดคุยระหว่างประเทศ ซึ่งทุกประเทศ เมื่อมีการสื่อสารต้องมีกรอบความเข้าใจร่วมกันเพื่อให้เป็นไปตามกลไกระหว่างประเทศ

นายกรัฐมนตรี​กล่าวได้ว่า นอกจากการพูดคุยเป็นทางการแล้วยังมีการพูดคุยหลังไมค์อย่างไม่เป็นทางการ แต่สิ่งที่สื่อสารออกมาทางโซเชียลนอกกรอบ และเป็นการสื่อสารที่ไม่เป็นมืออาชีพออกมาอยู่เรื่อย ๆ ทำให้เกิดความวุ่นวายในการจัดการ ทั้งสิ่งที่พูดคุยกันหลังไมค์ และสิ่งที่พูดคุยกันอย่างเป็นทางการ ตนคิดว่าการสื่อสารในลักษณะนี้ทำให้เป็นผลลบทั้ง 2 ประเทศ​

เสนอประชุมในกรอบ RBC

และสิ่งที่ทางกัมพูชาได้โพสต์ เราต้องคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนทั้งไทยและกัมพูชา ก่อนที่จะประกาศเรื่องการปิดด่านเลย มีผลกระทบต่อประชาชนไทยและกัมพูชา จึงมีความห่วงใย ทั้งเรื่องของการค้าขาย การขนส่ง เพราะหากมีการปิดด่านทั้งหมดย่อมมีผลกระทบ เราจึงไม่มีการปิดด่านแต่เปลี่ยนเป็นการปรับเวลา ในการเข้าออกทั้งคนและสินค้า และได้มีการแจ้งไปทางกัมพูชา ว่าจะมีการประชุมหารือกันในวันนี้ เพื่อที่จะรายงานผลว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

นายกรัฐมนตรี​ยังระบุอีกว่า​ วันนี้ได้ส่งข้อความไปยังนายกรัฐมนตรีกัมพูชา​ โดยเสนอให้มีการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (Regional Border Committee-RBC) หรือ​ RBC หรือการประชุมในระดับกองทัพของทั้งสองประเทศ ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ แต่ก็ยังเห็นว่าทางกัมพูชายังมีการโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก​ซึ่งเป็นการสื่อสารที่ไม่อยู่ในกรอบ

เมื่อถามต่อว่าไทยพยายามที่จะยึดตามกรอบ JBC แต่ดูเหมือนว่าทางกัมพูชาจะไม่มีความจริงใจในเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ที่ประชุม JBC เป็นการประชุมร่วมกันของทั้ง 2 ประเทศถือเป็นความสำเร็จในการพูดคุย หมายความว่าเรายอมตกลงกันตามกรอบนี้​ เพื่อที่จะบอกว่าเราต้องการสันติภาพ และจะร่วมกันทำอย่างไรได้บ้าง แต่ส่วนตัวมองว่า กรอบ JBC ไม่มีปัญหาเป็นไปตามที่กระทรวงการต่างประเทศได้ชี้แจง ไม่ได้ติดขัดหรือมีพลิกล็อกอะไรในกรอบนี้

เมื่อถามว่าดูเหมือนว่ากัมพูชาจะเร่งสงครามข่าวสารผ่านโซเชียล​ นายกรัฐมนตรีย้ำว่า เรื่องนี้ไม่เกิดผลดีของทั้งสองประเทศ เพราะการปล่อยข่าว หลายครั้งที่ออกมา ก็มีการตกลงกันแล้วว่า อย่าเพิ่งปล่อยข่าว เพราะต้องมีการพูดคุยกันก่อน เพราะคนหน้างานกับคนที่รับข่าวเป็นคนละคนกัน เพราะฉะนั้นจะทำอะไรหรือสัมภาษณ์อะไรออกไปต้องเห็นใจคนหน้างาน

การที่หลายคนยุยงให้มีการต่อสู้ ขอให้ดูคนหน้างานด้วย ว่าเป็นอย่างไรและกำลังเกิดอะไรขึ้นบ้าง คนในฐานะผู้บริหาร ก็ต้องคอยติดตามสถานการณ์อยู่ตลอด ว่าเกิดอะไรขึ้น ณ ขณะนั้น และการที่ไทยกำหนดมาตรการปิดเปิดด่านในตอนแรก เป็นเพราะมีอาวุธไกล และอาวุธหนัก ออกมามากขึ้นจากฝั่งกัมพูชา

เราจึงต้องมีการกำหนดเวลาเปิดปิดด่าน เพราะมีประชาชนของทั้ง 2 ประเทศอยู่ในพื้นที่ชายแดนจำนวนมาก การที่เอาอาวุธหนักออกมาเช่นนั้น หากไม่มีการกำหนดมาตรการเปิดปิด แล้วเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาจะเกิดความเสียหายมากมาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องทำ เพราะหากไม่เกิดอะไรขึ้นเราก็จะไม่มีกำหนดมาตรการออกมา

ส่วนจะสามารถชี้แจงให้นานาประเทศเข้าใจได้อย่างไรว่าเราไม่ได้โกงเอาแผ่นดินของเขามา นายกรัฐมนตรี​ กล่าวว่าเรื่องนี้ถูกชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรในการประชุม​ JBC รวมไปถึงการที่ตนได้เสนอขอให้มีการประชุม​ในระดับ RBC ด้วย​ สิ่งที่เราประชุมทั้งหมดจะถูกจารึกเป็นลายลักษณ์อักษร ทั่วโลกสามารถรับรู้ได้ว่าเราตกลงอะไรกันบ้าง

ขณะเดียวกันในวันนี้กระทรวงการต่างประเทศได้เรียกประชุมทูตทุกประเทศที่อยู่ในไทย ทั้งหมดเพื่อให้ทุกประเทศได้รับทราบ ซึ่งก่อนหน้านี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้พูดคุยกับทูตประเทศกัมพูชา มาตั้งแต่ วันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมาแล้ว ว่าเราต้องการอะไรและจะทำอย่างไร

สื่อสารในกรอบการเจรจา

แต่ยอมรับว่าสิ่งที่เราอาจจะทำน้อยกว่าเขา นั่นคือการสื่อสารต่อสาธารณะ เพราะเราเคารพ ในการเจรจาระหว่างประเทศ เคารพกรอบการเจรจาทวิภาคี เราเคารพเราให้เกียรติทั้ง 2 ประเทศว่าสิ่งที่คุยควรเป็นสิ่งที่เป็นทางการ และอยู่ในกรอบทวิภาคี นั่นคือสิ่งที่ทุกประเทศเมื่อมีการติดต่อสื่อสาร ต้องยึดกรอบทวิภาคีเป็นสำคัญ

แต่ถ้ามีการสื่อสารที่ไม่เป็นทางการเกิดขึ้น เราก็ต้องบอกจุดยืนของเราเช่นกัน ว่าเราไม่เคยที่จะยั่วยุหรือพูดเพื่อให้เกิดการปะทะใด ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ อย่างที่ตนบอกว่า คนเสพข่าวเรื่องหนึ่งคนที่อยู่ หน้างานก็อีกเรื่องหนึ่ง ดิฉันเป็นนายกรัฐมนตรี ถ้าอยู่ตรงนี้แล้วเกิดการปะทะกันอย่างรุนแรงตรงชายแดน นั่นแปลว่าดิฉันต้องรับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

ถ้าจะต้องตกลงในการปะทะ มันต้องมีการคุยกับทหารด้วย ว่าพร้อมหรือไม่ เราอยู่ในสถานะไหน​ เขาอยู่ในสถานะไหน ไม่ใช่จู่ ๆ จะมีเรื่อง แล้วจุดให้ไฟมันติดได้เลย อันนี้คือกรอบที่เราต้องยึด​ แต่แน่นอนว่าการปล่อยข่าวหรือปล่อยประโยคอะไรออกมา ที่ไม่เป็นทางการ ส่งผลกระทบ ตนย้ำว่าไม่เกิดผลดีกับทั้งสองประเทศ”

แก้เกมสงครามข่าว

เมื่อถามว่ารัฐบาลไทยจะทำอย่างไรกับสงครามข่าวสารของกัมพูชา นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ชี้แจงค่ะ นายกรัฐมนตรี​และกองทัพ​ ที่ประชุมวันนี้เห็นตรงกันในทุก ๆ ส่วน กองทัพเองก็คิดเหมือนเราว่าจะต้องปกป้องอธิปไตยไว้ แต่จะทำอย่างไรให้ยืดการปะทะ​ การเสียเลือดเนื้อ​ ให้ไม่เกิดขึ้น​ แต่ยังคงรักษาอธิปไตยของเราไว้

นี่คือสิ่งที่รัฐบาลและกองทัพเห็นตรง ส่วนใครจะปล่อยข่าวว่าตีกัน ยืนยันว่าไม่เคยตีกัน ตอนนี้กองทัพกับรัฐบาลได้คุยกันทุกเรื่อง ว่าจะทำอย่างไร ตนให้เกียรติกองทัพเสมอ เพราะเป็นคนหน้างาน และรู้เรื่องอาวุธทุกอย่าง รัฐบาลก็คุยกับกองทัพว่าจะเอาอย่างไร ได้คุยกับกองทัพทุกครั้งว่าจะเอาอย่างไร จึงจะเกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศ

นี่คือสิ่งที่ตนทำเสมอกองทัพก็เช่นกัน จะทำอย่างไรก็คุยกับรัฐบาลเช่นกัน อะไรทำได้หรือไม่ เช่นเดียวกับกระทรวงการต่างประเทศ นี่คือสิ่งที่ประเทศเราทำ ตนขอย้ำอีกครั้งว่า รัฐบาลกับกองทัพไม่มีปัญหากัน และขอให้ทุกคนช่วยกันสนับสนุนรัฐบาลและกองทัพ ให้เป็นหนึ่งเดียวกัน เพราะวันนี้เราไม่ได้ต่อสู้กันเอง เรารักษาอธิปไตยของเราไว้ เราพูดในข้อความที่ตรงกัน และในข้อความที่รู้ได้ว่าประเทศไทยเป็นปึกแผ่น

“จะไม่ยอมให้ใครมากลั่นแกล้ง มาใส่ร้าย มาข่มขู่ เราก็เป็นประเทศที่มีศักดิ์ศรีเช่นกัน เราก็เป็นประเทศที่แข็งแรงเช่นกัน เพราะฉะนั้น จุดนี้จะทำให้เราทุกคนรู้ว่า วันนี้ถ้าไม่เคารพกฎกติกาก็จะไม่ถูกยอมรับโดยทั่วโลก”

ยกเลิกประชุม สมช. บ่ายนี้

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวถึงกรณีสมเด็จฮุน เซน ประธานรัฐสภากัมพูชา ระบุว่า จะปิดชายแดนไทย-กัมพูชา ทุกด่าน หากไทยไม่ยอมเปิดด่านภายในวันนี้ โดยระบุว่านายกรัฐมนตรีได้แถลงไปแล้ว

พร้อมเปิดเผยว่า วันนี้จะไม่มีการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในเวลา 14.00 น. เพื่อประเมินสถานการณ์ และแนวทางการดำเนินการภายหลังรัฐบาลกัมพูชาประกาศยุติการซื้อสัญญาณโทรคมนาคม และกระแสไฟฟ้าจากไทย ตามที่มีกระแสข่าวก่อนหน้านี้