เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อัพเดตค่าธรรมเนียม ‘Shopee-Lazada’ ล่าสุด เฉพาะ GP จ่ายสูงสุด 19.26%
Tech อัพเดตค่าธรรมเนียม ‘Shopee-Lazada’ ล่าสุด เฉพาะ GP จ่ายสูงสุด 19.26%
CAAT แจงเกณฑ์เปิดตรวจกระเป๋าเช็กอิน ทำเฉพาะกรณีพบสิ่งต้องสงสัย
News CAAT แจงเกณฑ์เปิดตรวจกระเป๋าเช็กอิน ทำเฉพาะกรณีพบสิ่งต้องสงสัย
ไทยรื้อวง JTC เมียนมารอบ 10 ปี เร่งปลดล็อกการค้า ดันเป้า 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์
World ไทยรื้อวง JTC เมียนมารอบ 10 ปี เร่งปลดล็อกการค้า ดันเป้า 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์
OR เผยครึ่งปีแรก 2569 รายได้ เฉียด 4 แสนล้าน
Business OR เผยครึ่งปีแรก 2569 รายได้ เฉียด 4 แสนล้าน
CIMB ชี้การลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ 1.6 ล้านล้าน ช่วยหลายอุตสาหกรรมไทย มองรัฐบาลตื่นตัวออกกฎเกณฑ์
Finance CIMB ชี้การลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ 1.6 ล้านล้าน ช่วยหลายอุตสาหกรรมไทย มองรัฐบาลตื่นตัวออกกฎเกณฑ์
‘ปลอดประสพ’ ฝากข้อคิด ‘อ.วีระ’ วอนให้เกียรติข้าราชการ ยันที่พักอุทยานฯ เน้นอิงธรรมชาติ
Politics ‘ปลอดประสพ’ ฝากข้อคิด ‘อ.วีระ’ วอนให้เกียรติข้าราชการ ยันที่พักอุทยานฯ เน้นอิงธรรมชาติ
มาคาเลียส ชี้กลุ่มท่องเที่ยวชู ‘อี-โวเชอร์’ บริหารรายได้ธุรกิจยุคใหม่
Business มาคาเลียส ชี้กลุ่มท่องเที่ยวชู ‘อี-โวเชอร์’ บริหารรายได้ธุรกิจยุคใหม่
GOLD2go รุกภาคตะวันออก ผนึกร้านทองพันธมิตร รับเทรนด์ออมทอง 100 บาท ถือครองจริงได้
Finance GOLD2go รุกภาคตะวันออก ผนึกร้านทองพันธมิตร รับเทรนด์ออมทอง 100 บาท ถือครองจริงได้
ฟอร์ด เรนเจอร์ วูล์ฟแทรค ลุยทุกเส้นทาง
Automotive ฟอร์ด เรนเจอร์ วูล์ฟแทรค ลุยทุกเส้นทาง
วีระ ขอโทษ เข้าใจผิดปมเข้าพักเกาะสิมิลัน – วอนอย่าตั้งกรรมการสอบ หน.อุทยานฯ
News วีระ ขอโทษ เข้าใจผิดปมเข้าพักเกาะสิมิลัน – วอนอย่าตั้งกรรมการสอบ หน.อุทยานฯ
ดูทั้งหมด

EIC ชี้ เศรษฐกิจไทยเปราะบาง ปิดกิจการพุ่ง SMEs แห่กู้นอกระบบ 47%

18 มิ.ย. 2568 | 15:01น.

อีไอซี เผยจีดีพีครึ่งปีหลัง 68 เสี่ยงโตต่ำกว่า 1% จากทั้งปีขยายตัว 1.5% และปี 69 โตได้ 1.4% เสี่ยงเข้าสู่ภาวะถดถอยเชิงเทคนิค มองไทยสะสมความเปราะบางสูง-ท่องเที่ยว-การลงทุนชะลอ ลั่น ธุรกิจเอสเอ็มอีหันพึ่งเงินกู้นอกระบบพุ่ง 47% จาก 13% สะท้อนธนาคารระมัดระวัง ตัวเลขปิดกิจการเพิ่ม 3.3% หนุนใช้มาตรการคลัง-การเงินช่วยกระตุ้น คาด กนง.ปีนี้ลดดอกเบี้ยอีก 2 ครั้ง      

ดร.ยรรยง ไทยเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานวิจัยเศรษฐกิจและความยั่งยืน ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 ต่อเนื่องไปถึงปี 2569 ยังคงอยู่ในธีม “ความไม่แน่นอน” เนื่องจากสถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

โดยอีไอซี คงประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ในปีนี้ขยายตัว 1.5% และปี 2569 ขยายตัว 1.4% ซึ่งขยายตัวต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต มาจาก 3 ปัจจัยสำคัญ คือ 1.สงครามการค้า 2.ความไม่แน่นอนสูง และ 3.แผลเป็นทางเศรษฐกิจและข้อจำกัดทางการคลัง ทั้งนี้ คาดว่าตัวเลขการเติบโตในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 ขยายตัวต่ำกว่า 1% หรือราว 0.6-0.8% หลังจากตัวเลขจริงไตรมาสที่ 1/2568 ออกมาขยายตัว 3.1% และไตรมาสที่ 2/2568 จะออกมาต่ำกว่า 2% และเมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาส (QoQ) ขยายตัวใกล้ 0% สะท้อนว่าเศรษฐกิจไทยหดตัว และมีโอกาสเกิดเศรษฐกิจถดถอยเชิงเทคนิค (Technical Recession) ได้

อย่างไรก็ดี ภายใต้การประมาณการเศรษฐกิจ คือ สมมติฐานของการเจรจาอัตราภาษีสินค้านำเข้าของสหรัฐ (Reciprocal Tariffs) มีอยู่ 3 สมติฐาน 1.กรณี Low Case เรียกเก็บ 10% และ 2.กรณีพื้นฐาน (Based Case) เรียกเก็บ 23% จีดีพีขยายตัว 1.5% และ 3.กรณีเลวร้าย (Worst Case) เรียกเก็บ 36% และมีปัจจัยความเสี่ยงความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) คาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัว 0.8%

ขณะที่การท่องเที่ยวเริ่มเห็นปัญหาชัดเจนขึ้น โดยในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2568 นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยลดลง -3% ซึ่งนักท่องเที่ยวหดตัวต่อเนื่องในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา แต่นักท่องเที่ยวชาติอื่นยังคงขยายตัว และมีบางกลุ่มที่ขยายตัวมากกว่าช่วงโควิด-19 แล้ว เช่น กลุ่มยุโรป สหรัฐ รัสเซีย และอิสราเอล เป็นต้น

อย่างไรก็ดี จากปัญหาสงครามและความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา ยังคงต้องติดตามใกล้ชิด เพราะอาจจะกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาไทยได้ ทำให้อีไอซีได้ปรับลดประมาณการนักท่องเที่ยวในปี 2568 ลงเหลือ 34.2 ล้านคน จากปี 2567 ที่ 35.5 ล้านคน

“ในช่วง 2 ปีนี้ ถือเป็น 2 ปีที่มีความท้าทายมากของเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอนสูงในหลาย ๆ มิติ เรามองเศรษฐกิจไทยยังคงมี Downside มากกว่า Upside เพราะเราสะสมความเปราะบางมาตั้งแต่ช่วงโควิด-19 เม็ดเงินทางการคลังมีจำกัด โดยสิ่งที่กังวลมากที่สุด คือ ปัจจัยต่างประเทศ เพราะเราเป็นประเทศเศรษฐกิจเล็ก พึ่งพาจากต่างประเทศค่อนข้างเยอะ หากเกิดสงคราม ความขัดแย้งรุนแรงจะกระทบเราผ่านหลายช่องทางได้ แต่เชื่อว่าภาครัฐน่าจะมีนโยบายอะไรออกมาให้เห็น”

ดร.ยรรยง กล่าวอีกว่า ภาพรวมการลงทุนมีแนวโน้มไม่ค่อยดี โดย Key Word สำคัญ คือ “ความไม่แน่นอน” ซึ่งจากรายงานผลสำรวจซีอีโอทั่วโลก พบว่า ชะลอการลงทุน เพื่อรอดูความชัดเจนจากนโยบายการค้าของสหรัฐ ในส่วนของไทยจะเห็นว่า ตัวเลขการลงทุนในไตรมาสที่ 1/2568 เริ่มติดลบ แม้ว่าตัวเลขของการขอส่งเสริมการลงทุน (BOI) ค่อนข้างดี แต่ก็มีการชะลอไปเพื่อดูเรื่องภาษี ประกอบกับ BOI มีกฎระเบียบเพิ่มเติม เช่น เน้นการลงทุนในธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) และเน้นวัตถุดิบภายในประเทศ (Local Content) มากขึ้น

โดยตัวเลขมูลค่าการก่อสร้างภาคเอกชนหดตัว -4% เป็นการติดลบต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ขณะที่การขยายตัวของโครงการใหม่คาดว่าปีนี้จะหดตัว -4% จากปี 2567 หดตัว -13% เป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจ แผ่นดินไหว และการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินที่เป็นปัจจัยเข้ามากระทบ ดังนั้น จากทิศทางการลงทุนที่มีแนวโน้มไม่ดีนัก จะเห็นอัตราการเปิด-ปิดกิจการเปลี่ยนไป โดยในภาวะปกติการเปิดกิจการจะต้องเป็นบวก แต่ในปีนี้จะเห็นว่า อัตราการเปิดกิจการในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2568 เปิดลดลง -5.7% และอัตราการปิดเพิ่มขึ้น 3.3%

ดังนั้น จากแนวโน้มการลงทุนและการปิดกิจการดังกล่าว หากดูสินเชื่อธุรกิจของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พบว่า ในไตรมาส 1/2568 หดตัว -0.8% เทียบกับไตรมาสที่ 4/2567 ขยายตัว 0.5% และหากดูสินเชื่อเอสเอ็มอีที่มียอดขายต่ำกว่า 500 ล้านบาท ในไตรมาสที่ 1/2568 หดตัว -5.5% เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 4/2567 ที่หดตัว -4.6%

อย่างไรก็ดี หากดูผลสำรวจของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ล่าสุด พบว่าผู้ประกอบการเอสเอ็มอียังมีความต้องการสินเชื่อ แต่ตัวเลขสินเชื่อที่ออกมายังคงติดลบ สะท้อนว่าสถาบันการเงินยังคงมีความระมัดระวัง และประเมินเครดิตความเสี่ยงของลูกค้าเป็นหลัก ทำให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีหันไปพึ่งแหล่งเงินทุนจากนอกระบบเพิ่มขึ้นสูงอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมอยู่ที่ 13% ขยับพิ่มขึ้นเป็น 47% และแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ สะท้อนถึงการระมัดระวังของสถาบันการเงินที่มีสูงขึ้น

“นโยบายการเงินและนโยบายการคลังมีความสำคัญที่ต้องทำควบคู่กันในการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือของปีนี้ ขณะที่ภาครัฐบาลจำเป็นต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นในด้านต่าง ๆ ให้เร็วและทั่วถึงให้มากที่สุด จะช่วยเพิ่มสภาพคล่องในระบบให้กลับมาแข็งแกร่ง โดยไม่เกิดความเปาะบาง ที่สำคัญจะช่วยหนุนให้ธนาคารพาณิชย์ในระบบกลับมาปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้นด้วย โดยเรื่องของเครดิตการันตีมีความสำคัญในช่วงเวลานี้ เพื่อให้แบงก์มีความมั่นใจกับมาปล่อยสินเชื่อได้มากขึ้น”

ดร.ยรรยง กล่าวอีกว่า สำหรับนโยบายการเงิน ประเมินว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 2 ครั้งในปีนี้ และอีก 1 ครั้งในปี 2569 มาอยู่ที่ระดับ 1% ในสิ้นปี 2569 ขณะที่นโยบายการคลัง จะเห็นว่าได้มีการปรับเปลี่ยนนโยบายจากมาตรการ “ดิจิทัลวอลเลต” วงเงิน 1.57 แสนล้านบาท มาเป็นมาตรการรองรับผลกระทบจากภาษีตอบโต้ และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน มองว่าเป็นผลดีต่อภาพรวม

อย่างไรก็ดี จะต้องพิจารณาถึงประสิทธิภาพในการคัดกรองและยังคงต้องใช้ระยะเวลาในการส่งต่อไปสู่ผู้ได้รับผลกระทบ ประกอบกับพื้นที่ของนโยบายการคลังเริ่มแคบลงจากเพดานหนี้สาธารณะที่คาดว่าจะชนเพดาน 70% ภายในปี 2569-2570 หรืออีก 2-3 ปีข้างหน้า ดังนั้น หากมีการก่อหนี้เพิ่มโดยไม่มีแผนบริหารจัดการที่ดี เช่น การหารายได้เพิ่มรองรับในอนาคตอาจจะเสี่ยงต่อการถูกปรับลดอันดับเครดิตได้ เพราะเป็นเรื่องที่บริษัทจัดอันดับเครดิตจับตาอยู่ ดังนั้น ในช่วงนี้จะเห็นบทบาทของนโยบายการเงินมากขึ้น

“ส่วนปัญหาทางการเมืองที่เริ่มมีการพูดถึงในเรื่องของการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) หรือประเด็นในเรื่องอื่น ๆ นั้น เรามองว่าผลกระทบที่เกิดขึ้น จะเป็นผลกระทบต่อความเชื่อมั่น ซึ่งหากมีการจัดการปัญหาให้คลี่คลายด้วยดี ก็จะทำให้ความเชื่อมั่นกลับมาได้”