Skip to content

ทรัมป์ชั่งใจ โจมตีอิหร่านหรือไม่ อาจประกาศสงครามโดยไม่ผ่านสภา

20 มิ.ย. 2568 | 07:55น.
ทรัมป์ชั่งใจ โจมตีอิหร่านหรือไม่ อาจประกาศสงครามโดยไม่ผ่านสภา

ทรัมป์วางกรอบเวลาว่าจะตัดสินใจเข้าร่วมหรือไม่เข้าร่วมสงครามอิสราเอล-อิหร่านในอีกสองสัปดาห์ ขณะที่สื่อรายงานอ้างแหล่งข่าวว่า ทรัมป์จะประกาศสงครามกับอิหร่านโดยไม่ผ่านรัฐสภา อิหร่านกำลังพิจารณาแผนปิดช่องแคบฮอร์มุซตอบโต้

รอยเตอร์ (Reuters) รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐจะตัดสินใจในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า ว่าสหรัฐจะเข้าร่วมในสงครามอิสราเอล-อิหร่านหรือไม่ ถือเป็นการกดดันให้รัฐบาลอิหร่านกลับเข้าสู่การเจรจา

“จากข้อเท็จจริงที่โอกาสสำคัญในการเจรจากับอิหร่านอาจหรือไม่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ ผมจะตัดสินใจว่าจะเข้าร่วมหรือไม่เข้าร่วมในอีกสองสัปดาห์” แคโรไลน์ ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว ถ่ายทอดข้อความของทรัมป์ เมื่อ 19 มิถุนายน เวลาท้องถิ่น

โฆษกทำเนียบขาวกล่าวอีกว่า ทรัมป์สนใจที่จะแสวงหาวิธีแก้ปัญหาทางการทูตกับอิหร่าน แต่ลำดับความสำคัญสูงสุดของเขา คือการทำให้แน่ใจว่าอิหร่านไม่สามารถครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ได้

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าทรัมป์ทำให้โลกคาดเดาแผนของเขาไม่ได้ โดยเปลี่ยนจากการแก้ปัญหาทางการทูตอย่างรวดเร็ว เป็นการแนะว่าสหรัฐอาจเข้าร่วมการสู้รบในฝ่ายของอิสราเอล และเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (18 มิถุนายน เวลาท้องถิ่น) ทรัมป์กล่าวว่า ไม่มีใครรู้ว่าเขาจะทำอะไร และหนึ่งวันก่อนหน้านั้น เขาครุ่นคิดบนโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับการสังหารอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน จากนั้นเรียกร้องให้อิหร่านยอมแพ้โดยไม่มีเงื่อนไข

คำขู่ดังกล่าวทำให้เกิดรอยร้าวในฐานเสียงสนับสนุนของทรัมป์ระหว่างรีพับลิกันสายเหยี่ยวกับรีพับลิกันที่มีแนวคิดโดดเดี่ยว

แต่บรรดานักวิจารณ์กล่าวว่า ในช่วงห้าเดือนนับตั้งแต่กลับมาดำรงตำแหน่ง ทรัมป์ได้กำหนดเส้นตายในหลายเรื่อง รวมถึงกำหนดเส้นตายสำหรับรัสเซียและยูเครนที่ทำสงครามกัน และกำหนดเส้นตายสำหรับประเทศอื่น ๆ ในการเจรจาภาษีการค้า เพียงเพื่อระงับกำหนดเส้นตายเหล่านั้นชั่วคราว หรือปล่อยให้เลื่อนออกไป

ขณะเดียวกัน ลีวิตต์ปฏิเสธที่จะบอกว่าทรัมป์จะขออนุมัติจากรัฐสภาในการโจมตีอิหร่านหรือไม่ ภายหลังจากพรรคเดโมแครตแสดงความกังวลเกี่ยวกับรายงานอ้างแหล่งข่าวของ CBS และสำนักข่าวอื่น ๆ ที่ระบุว่าทรัมป์ได้อนุมัติแผนการโจมตีอิหร่านแล้ว โดยข้ามขั้นตอนของรัฐสภา ซึ่งมีอำนาจเพียงผู้เดียวในการประกาศสงคราม

ลีวิตต์กล่าวว่าเจ้าหน้าที่ของสหรัฐยังคงเชื่อมั่นว่าอิหร่านไม่เคยเข้าใกล้การมีอาวุธนิวเคลียร์เลย

โฆษกทำเนียบขาวกล่าวอีกว่า ทรัมป์ได้รับข้อมูลสรุปเกี่ยวกับปฏิบัติการของอิสราเอลเมื่อ 19 มิถุนายน และยังคงติดต่อสื่อสารอย่างใกล้ชิดกับนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล และกล่าวว่าอิหร่านอยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายอย่างยิ่ง และจะเผชิญกับผลที่ตามมาอย่างร้ายแรงหากไม่ยอมหยุดดำเนินการอาวุธนิวเคลียร์

ขณะที่อิหร่านกำลังพิจารณาทางเลือกที่หลากหลายยิ่งขึ้น ในการตอบสนองต่อความท้าทายด้านความมั่นคงครั้งนี้ ที่ถือว่าครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่การปฏิวัติอิสลามในปี 1979 ที่เป็นการโค่นราชวงศ์ปาห์ลาวี ภายใต้พระเจ้าชาห์ (ชาห์ โมฮัมหมัด เรซา ปาห์ลาวี) ซึ่งราชวงศ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐ และผลการปฏิวัติสำเร็จได้ประกาศให้อิหร่านเป็นสาธารณรัฐอิสลามภายใต้การนำของรูฮุลลอฮ์ โคมัยนี ผู้นำปฏิวัติ

หนึ่งในทางเลือกนั้น ๆ ที่กำลังพิจารณา คือแผนปิดช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อตอบโต้การคุกคาม โดยช่องแคบนี้เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่มีการขนส่งก๊าซธรรมชาติเหลวและน้ำมันคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 30% และ 20% ของตลาดโลกตามลำดับ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สหรัฐ-อิหร่าน อิสราเอล