เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

3 ยักษ์คว้าไลเซนส์ Virtual Bank จุดเปลี่ยนเกมแข่งขันอยู่ตรงไหน

27 มิ.ย. 2568 | 09:55น.
Online payment concept, Man using smartphone and holding credit card at working desk. Banking and online shopping

Online payment concept, Man using smartphone and holding credit card at working desk. Banking and online shopping

คอลัมน์ : นอกรอบ
ผู้เขียน : ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

19 มิถุนายน 2568 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศรายชื่อผู้ได้รับความเห็นชอบให้จัดตั้งธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) 3 ราย ซึ่งประกอบด้วย 1.บริษัท เอซีเอ็ม โฮลดิ้ง จำกัด (กลุ่มทรู) 2.ธนาคารกรุงไทย บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส , บมจ.ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก และ 3.บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) WeTechnology Limited, KakaoBank Corp. (ดิจิทัลแบงก์อันดับ 1 ของจีน และเกาหลีใต้)

เปิดบริการภายใน มิ.ย. 2569

หลังจากนี้ ผู้ได้รับความเห็นชอบต้องจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัด ซึ่งต้องผ่านการประเมินความพร้อมของ ธปท. ก่อนยื่นขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจ และจะต้องเปิดดำเนินการภายใน 1 ปีนับจากวันที่ได้รับความเห็นชอบจาก รมว.คลัง (1 ปีนับจากวันที่ 19 มิ.ย. 2568) โดย ธปท.อาจพิจารณาผ่อนผันได้อีกไม่เกิน 1 ปี

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า รายชื่อที่ได้รับความเห็นชอบให้จัดตั้ง Virtual Bank ทั้ง 3 รายสามารถให้บริการทางการเงินตามที่ ธปท. อยากเห็น (Green Line) ที่แตกต่างกัน แต่สามารถช่วยตอบโจทย์และเติมเต็มบริการทางการเงินให้กับ Ecosystem รวมทั้งสามารถช่วยส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรมทางการเงินรูปแบบใหม่ในระบบการเงินไทยได้

เนื่องจากมีความเชี่ยวชาญในการให้บริการทางการเงินสำหรับกลุ่ม SMEs และรายย่อย และมีศักยภาพในการพัฒนาโมเดลวิเคราะห์ข้อมูลด้วย AI เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ตอบโจทย์ให้กับลูกค้าของพันธมิตรในเครือและลูกค้าทั่วไป โดยเฉพาะสินเชื่อบุคคล ซึ่งครอบคลุมถึงสินเชื่อแบบที่มีและไม่มีหลักประกัน และ Digital Lending

ยักษ์จับมือชิงฐานลูกค้า

โดยการจับมือพันธมิตรผู้เล่นธุรกิจในประเทศที่มีฐานข้อมูลลูกค้าจำนวนมาก ทำให้มีแต้มต่อเรื่องฐานข้อมูลลูกค้าหากสามารถเชื่อมโยง Alternative Data และข้อมูลธุรกรรมผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ เข้ามาอยู่ใน Ecosystem เดียวกัน เพื่อพัฒนาโมเดลและบริการทางการเงินที่ตรงโจทย์ รวมถึงการจับมือกับ Virtual Bank ในต่างประเทศที่เป็นผู้นำและมีประสบการณ์มาแล้ว

หากเปรียบเทียบแนวทางการดำเนินธุรกิจและการให้บริการทางการเงินที่ผู้กำกับดูแลต้องการเห็น (Green Line Business) ของไทยกับต่างประเทศพบว่า มีความคล้ายในเรื่องการส่งเสริมเข้าถึงบริการทางการเงิน ของกลุ่มที่ยังไม่ได้รับบริการทางการเงินที่เพียงพอและเหมาะสม (Underserved) หรือกลุ่มที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน (Unserved) โดยเฉพาะกลุ่มรายย่อย และธุรกิจ SMEs รวมถึงการสร้างผลิตภัณฑ์การเงินรูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์

บทเรียน “เกาหลีใต้-สิงคโปร์”

จากกรณีศึกษาในต่างประเทศมีสังเกตว่า ช่วงที่ Virtual Bank เริ่มประกอบธุรกิจและยังอยู่ภายใต้กำกับดูแลอย่างใกล้ชิดของธนาคารกลาง การแข่งขันจะมุ่งเน้นไปที่การสร้างนวัตกรรมและความหลากหลายให้กับผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า

การผสานเทคโนโลยีเข้ากับความเชี่ยวชาญเฉพาะทางการเงินและวิเคราะห์ข้อมูล โดยหลังได้รับใบอนุญาตในปี 2560 Virtual Bank ในเกาหลีใต้กระตุ้นให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมการให้บริการทางการเงินที่สร้างความสะดวกให้แก่ผู้ใช้บริการ เช่น บริการครบวงจรผ่าน Mobile Application การเปิดบัญชีเงินฝากหรือขอสินเชื่อโดยไม่ต้องใช้เอกสาร เป็นต้น

และ Kakao Bank มีการเชื่อมโยงบริการทางการเงินกับแอป Kakao Talks ทำให้สามารถเพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการให้บริการการเงินส่วนบุคคล รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์บัญชีเงินฝากที่หลากหลาย เช่น บัญชีออมเงินที่ให้ดอกเบี้ยรายวัน, เงินฝากที่ตอบโจทย์การรวมกลุ่มใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ (ถ้าใช้จ่ายตามที่กำหนดจะได้รับดอกเบี้ยเงินฝากเพิ่มมากขึ้น)

และสินเชื่อที่ตอบโจทย์ลูกค้ารายบุคคล ทั้งวงเงินสินเชื่อขั้นต่ำ รูปแบบการชำระคืนสินเชื่อที่ยืดหยุ่นตามความต้องการของผู้ขอสินเชื่อ เป็นต้น

กรณีของสิงคโปร์ ก็มีการนำข้อมูลทางเลือกผนวกเข้ากับข้อมูลด้านรายได้และการชำระเงินผ่านแอปพลิเคชั่นของ Grab และ Singtel มาวิเคราะห์ความเสี่ยงด้านเครดิต ทำให้สามารถเพิ่มการเข้าถึงสินเชื่อไม่มีหลักประกันให้กลุ่ม Underserved

หนุนดอกเบี้ยเงินฝากสูงขึ้น

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า ในช่วง 3 ปีแรก Virtual Bank ไทยจะเห็นภาพการเร่งสร้างฐานลูกค้าด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์เงินฝากเป็นหลัก โดยเฉพาะนวัตกรรมผลิตภัณฑ์เงินฝากที่ตอบโจทย์เฉพาะรายบุคคล และให้ดอกเบี้ยที่สูงกว่าธนาคารพาณิชย์ทั่วไปเล็กน้อย

และตามด้วยผลิตภัณฑ์สินเชื่อและการลงทุนที่เสริมสร้างความสามารถในการหารายได้ให้ธนาคาร และหลังจาก Virtual Bank ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการเต็มรูปแบบ จะเห็นการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น

จากกรณีของเกาหลีใต้ ที่เริ่มแรกในปี 2560 มีผู้ได้รับใบอนุญาต 2 รายพบว่า ยอดคงค้างเงินฝาก Virtual Bank สิ้นปี 2563 คิดเป็น 2.1% ของยอดคงค้างเงินฝากในระบบการเงินของเกาหลีใต้ ขณะที่ปี 2564 ได้เพิ่มใบอนุญาต Virtual Bank อีก 1 ราย ส่งผลการแข่งขันระดมเงินฝากเข้มมากขึ้น พบว่าเงินฝากของ Virtual Bank ทั้ง 3 แห่งเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า คิดเป็น 6.6% ของยอดคงค้างเงินฝากรวม ด้านสินเชื่อก็สะท้อนภาพที่คล้ายกัน แต่ความเข้มข้นอาจน้อยกว่า เพราะช่วงแรก Virtual Bank ยังมีความระมัดระวังในการประเมินความเสี่ยงของผู้กู้

และพบว่าช่วงแรกของการให้บริการ Virtual Bank ในเกาหลีใต้ ผลิตภัณฑ์ เงินฝากโดยมากจะให้อัตราดอกเบี้ยสูงกว่าธนาคารพาณิชย์ประมาณ 0.3% แต่ Virtual Bank ทั้งในเกาหลีใต้และสิงคโปร์ มีการลดค่าธรรมเนียมบริการทางการเงินบางส่วน เช่น ไม่มีค่าธรรมเนียมการชำระคืนหนี้ก่อนกำหนด ค่าธรรมเนียมเงินฝากต่ำกว่าขั้นต่ำ เป็นต้น และส่งผลให้เกิดการแข่งขันในการลดค่าธรรมเนียมในภาคการเงิน

เพิ่มดีกรีแข่งขัน-ลดต้นทุน

บทเรียนของ Virtual Bank ในต่างประเทศซึ่งเกิดผลดีต่อผู้ใช้บริการที่มีตัวเลือกหลากหลาย มีผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ที่ตรงตามความต้องการ มีค่าธรรมเนียมที่ลดลงหรือดอกเบี้ยที่ดีขึ้นกว่าเดิม ขณะที่การเข้าถึงสินเชื่อและบริการทางการเงินอื่น ๆ ทำได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Virtual Bank ในต่างประเทศสามารถเติบโตและส่งเสริมการแข่งขันในภาคการเงินในเชิงบวก

ขณะที่ปัจจุบันธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินอื่น ๆ ในไทยได้มีการนำเทคโนโลยีและการวิเคราะห์ฐานข้อมูลขนาดใหญ่มาใช้พัฒนาการให้บริการทางการเงิน และผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่น ๆ แล้วบางส่วน ทำให้ระยะหลัง ๆ มีการนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ ๆ ที่ใกล้เคียงกับ Virtual Bank ในต่างประเทศ

อย่างไรก็ดี การมาของ Virtual Bank ซึ่งเป็นการร่วมมือของผู้เล่นในภาคการเงินในประเทศกับผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีหลายอุตสาหกรรม และผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ จะช่วยกระตุ้นให้ภาคการเงินมีการพัฒนาด้านเทคโนโลยีที่ให้ก้าวไปอีกขั้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งระบบการเงินในประเทศ

Open Data จุดเปลี่ยน

อีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญในภาคการเงิน ทั้งธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินประเภทอื่น ๆ รวมถึง Virtual Bank ที่กำลังจะเกิดขึ้น คือ Open Data ที่เป็นกลไกที่จะเอื้อให้ประชาชนสามารถรับส่งข้อมูลของตนไปยังผู้ให้บริการ หรือหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่ง ธปท.และหน่วยงานทางการอยู่ระหว่างผลักดันให้เกิดขึ้น

อย่างไรก็ดี ประเด็นสำคัญอยู่ที่ 1. ความสามารถและศักยภาพของผู้ให้บริการทางการเงินแต่ละรายที่จะนำข้อมูลไปช่วยลดต้นทุนตลอดจนพัฒนาการให้บริการทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ สะดวก ปลอดภัย และตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของผู้ใช้บริการแต่ละรายได้ดีขึ้น

และ 2.การรับมือของผู้เล่นกับความท้าทายของโจทย์เชิงโครงสร้าง เช่น หนี้ครัวเรือนสูง รายได้ครัวเรือน และภาคธุรกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวกลับมาเป็นปกติ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการปล่อยสินเชื่อของรายย่อยและ SMEs