ถอดแนวคิด “ซิกเว่ เบรกเก้” AAA สามสิ่งที่ผู้นำต้องทำเพื่อเปลี่ยนแปลงในช่วงวิกฤต และคว้าโอกาสใหม่ ๆ
นายซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้กล่าวถึงมุมมองการบริหารงานในการก้าวข้ามผ่านวิกฤต ในหัวข้อ “Leader of Leaders” ในงานสัมมนา “PRACHACHAT EXCLUSIVE FORUM 2025 คน…พลิกวิกฤต” จัดโดย “ประชาชาติธุรกิจ”
ประเด็นสำคัญ คือ “ซิกเว่” มองว่า ในวิกฤตเป็นโอกาส และปัญหาต่าง ๆ ทุกวันนี้ทั้งเศรษฐกิจไม่ดี หุ้นแย่ การเมืองแย่ ล้วนแค่ระยะสั้น มองให้ยาวเทคโนโลยี-เอไอคือโอกาสใหม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาทำมาตลอดชีวิต คือ การกระโดดเข้าไปหาโอกาส เหมือนตอนเข้ามาบริหาร dtac ในประเทศไทยเมื่อ 23 ปีที่แล้ว
ดังนั้น ในการจะพาองค์กรไปข้างหน้า สิ่งที่เขาพยายามทำ คือการสร้างผู้นำที่นำการเปลี่ยนแปลง Transform Leadership
“วิกฤตเป็นเรื่องระยะสั้น ถ้ามองไปข้างหน้า ในระยะ 10-20 ปี เทคโนโลยีเปลี่ยน ผู้นำสหรัฐเปลี่ยนใจอีก เราจึงไม่สามารถรอข้อมูลข่าวสารที่เพอร์เฟ็กต์เพื่อตัดสินใจทำอะไรสักเรื่องได้”
การเปลี่ยนแปลงในตอนนี้เป็น Perfect Storm แต่ย้ำว่าไม่ใช่วิกฤต แต่เป็นโอกาสด้วย
ในฝั่งโทรคมนาคมเราเห็นเเล้วว่า เราต้องแข่งขันกับบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น Google Netflix หรือ Amazon ซึ่งถ้าเราไม่ปรับตัวเข้าหาลูกค้าที่เปลี่ยนไปแล้ว เขาก็ไม่อยู่กับเรา เพราะบริการเทคโนโลยีมันข้ามพรมแดน และลูกค้ามีทางเลือก
การเชื่อมโยงลูกค้าเข้ากับแพลตฟอร์มระดับโลกนำไปสู่การสร้างข้อมูลมหาศาลที่จะกลายเป็นการพัฒนาเอไอต่อไป ซึ่งจะกระทบทั้งหมดเป็น Perfect Storm
ดังนั้นในอีกหลายปีข้างหน้าจึงต้องเตรียมรับมือ ด้วยการสร้างวัฒนธรรม ผู้นำที่มีเป้าหมาย
“ทุกอย่างเริ่มต้นด้วยวัฒนธรรม ซึ่งประเทศไทยอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่มีวัฒนธรรมที่โอบรับความหลากหลาย มีอัตรการปรับใช้เทคโนโลยีกว้างขวาง ซึ่งดีต่อการแข่งขัน”
“ดังนั้นผู้นำการเปลี่ยนแปลงต้องนำทีมเข้าสู่การแข่งขันด้วยวิสัยทัศน์สำหรับอนาคต มอบพลังให้กับทีมด้วยภารกิจการเปลี่ยนแปลงเพื่อการเติบโต”
การสร้างภาวะผู้นำที่นำเปลี่ยนแปลงสรุปได้แบบ 3A หรือ AAA ได้แก่
1.Act Bold
ผู้นำต้องกระทำสิ่งที่เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ต้องเริ่มทำจากข้อมูลที่มี การกระทำต้องมีนัยสำคัญยิ่ง ประกอบด้วยมีเป้าหมายที่ความกล้าหาญที่จะเสี่ยง กล้าที่จะพูดออกมา และก้าวไปอย่างรวดเร็วเพื่อสร้างผลกระทบที่มีความหมาย
2.Adaptive
การปรับตัวนี้ยาก มีคำถามมากมายว่า เราจะเริ่มอย่างไร จากไอเดีย จากทีม หรืออะไร
ด้วยองค์กรดั้งเดิมมีกระบวนการบริหารความเสี่ยงที่ซับซ้อน การตัดสินใจนาน ดังนั้นต้องทำให้ผู้บริหาร-ผู้นำต้องก้าวออกจากห้องไปสัมผัสลูกค้า ไปสัมผัสปัญหา
ในโลกกำลังพัฒนาด้วยความเร็วแบบที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน ผู้นำจึงควรมีความอยากรู้อยากเห็น สำรวจและเรียนรู้ต่อไป เพื่อสร้างความแตกต่างที่แท้จริง เมื่อรู้ว่าจะทำอะไร ต้องเริ่มอย่างเร็ว ผิดพลาดแล้วต้อง เรียนรู้ให้ไว เริ่มใหม่และสเกลออกไปต่อให้ได้
“ล้ม ลุก เรียนรู้ รวดเร็ว”
3.Align as One
ในส่วนนี้ยากที่สุด เพราะเกี่ยวกับทีมเวิร์ก ถ้าเป็นบริษัทสตาร์ตอัพไม่ยาก เพราะมีไม่กี่คน หนึ่งคนมีสิ่งต้องทำมากมายเพื่อให้องค์กรเติบโตไม่ยาก แต่ด้วยองค์กรธุรกิจแบบดั้งเดิมมีความหลากหลายทางเพศ วัฒนธรรม ความคิด และมีแผนบริหารความเสี่ยงที่กินเวลานับ 10 ปี
สิ่งที่เราต้องการคือองค์กรที่พนักงานกล้าพูดออกมาว่า ไม่เห็นด้วยกับผู้นำ สามารถเสนอความเห็นโดยตรง
องค์กรแนวตั้งที่มีสายการบังคับบัญชาเยอะ ไม่ประสบความสำเร็จในระยะยาว ดังที่เห็นหลายองค์กรในสหรัฐ ต้องทำให้ทีมคิดได้เอง และรายงานได้โดยตรง
Align as One มันเกี่ยวกับการสร้างสะพาน ไม่ใช่การสร้างไซโล รวมผู้คนเข้าด้วยกันเพื่อภารกิจและเป้าหมายร่วมกัน ให้พวกเขาคิดและร่วมเป็นเจ้าขององค์กรเพื่อนำไปสู่การทำงานเพื่อเป้าหมายเดียว
ที่ True เราได้จัดงาน “True Thank Day” เมื่อเร็ว ๆ นี้ โดยรวบรวมพนักงาน 1,400 คนทั่วประเทศเป็นทีมเดียวและมีภารกิจเดียว
พาผู้บริหารทุกระดับต้องถอดสูท เข้าไปสัมผัสถึงปัญหา สัมผัสกับลูกค้าอย่างแท้จริง เพื่อให้เข้าใจอย่างลึกซึ้ง เพื่อร่วมกันสร้างแบรนด์ที่ไว้วางใจได้เป็น “แชมเปี้ยน” ในใจของลูกค้า โดยแนวทางนี้ เป็นแนวทางที่สอดคล้องกับการขับเคลื่อน ทรู คอร์ปอเรชั่น หลังการควบรวมกิจการมาแล้วด้วย
ซึ่ง “ซิกเว่” ย้ำว่า นี่ไม่ใช่แนวทางเพื่อเอาตัวรอดท่ามกลางวิกฤต แต่เป็นการปรับเพื่อคว้าโอกาส ดังที่ทรูมีเป้าหมายอย่างแรก คือ การคว้าโอกาสด้านเทคโนโลยีเอไอซึ่ง ทรูตั้งเป้าหมายจะเป็นบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก
อย่างที่สอง คือจะต้องเป็น “แชมเปี้ยน” ที่หนึ่งในใจลูกค้า
และสุดท้าย เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดของพนักงานเอง