เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘บขส.’ เพิ่มเที่ยวรถกรุงเทพฯ-หนองคาย จัดรถนำเที่ยวพิเศษเชื่อมขอนแก่น รับมหกรรมพืชสวนโลก
เศรษฐกิจภูมิภาค ‘บขส.’ เพิ่มเที่ยวรถกรุงเทพฯ-หนองคาย จัดรถนำเที่ยวพิเศษเชื่อมขอนแก่น รับมหกรรมพืชสวนโลก
ATSI เปิดโครงการ “สานพลังดิจิทัลไทยขับเคลื่อนธุรกิจไทย” ยกระดับ MSMEs
Tech ATSI เปิดโครงการ “สานพลังดิจิทัลไทยขับเคลื่อนธุรกิจไทย” ยกระดับ MSMEs
แรงงานเทคฯ ทั่วโลก กว่า 1.9 แสนคน ถูกเลิกจ้าง บริษัทไหนบ้างปรับแผนลดคน
Tech แรงงานเทคฯ ทั่วโลก กว่า 1.9 แสนคน ถูกเลิกจ้าง บริษัทไหนบ้างปรับแผนลดคน
สนามบินดอนเมือง ปรับวิธีตรวจค้นผู้โดยสาร ใช้ “ตรวจค้นด้วยมือ” เริ่ม 1 พ.ย. 69
News สนามบินดอนเมือง ปรับวิธีตรวจค้นผู้โดยสาร ใช้ “ตรวจค้นด้วยมือ” เริ่ม 1 พ.ย. 69
กระทรวงกลาโหม สยบข่าวลือ ยันไม่เคยสั่งกักตุนอาหาร-ยา 72 ชม. รับมือวิกฤตตะวันออกกลาง
News กระทรวงกลาโหม สยบข่าวลือ ยันไม่เคยสั่งกักตุนอาหาร-ยา 72 ชม. รับมือวิกฤตตะวันออกกลาง
อุดรฯ จัดรถรับส่ง-จุดจอดรถ เชื่อมสนามบิน รถไฟ ถนน รับมหกรรมพืชสวนโลก
เศรษฐกิจภูมิภาค อุดรฯ จัดรถรับส่ง-จุดจอดรถ เชื่อมสนามบิน รถไฟ ถนน รับมหกรรมพืชสวนโลก
KPMG เปิดผลสำรวจซีอีโอโลก 79% ชู AI เป็นเป้าลงทุน แต่กฎระเบียบยังเป็นโจทย์
Business KPMG เปิดผลสำรวจซีอีโอโลก 79% ชู AI เป็นเป้าลงทุน แต่กฎระเบียบยังเป็นโจทย์
ผู้ว่าการฯ รฟม. กางหลัก “กฤษฎีกา” เปิดทางใช้ที่ดินเวนคืนเชื่อมทางเข้า-ออก
Real Estate ผู้ว่าการฯ รฟม. กางหลัก “กฤษฎีกา” เปิดทางใช้ที่ดินเวนคืนเชื่อมทางเข้า-ออก
สุรศักดิ์ รับ ‘น้ำท่วมภูเก็ต’ กระทบเศรษฐกิจแต่ไม่มาก หวังอีเวนต์ปลายปีดันท่องเที่ยว
Politics สุรศักดิ์ รับ ‘น้ำท่วมภูเก็ต’ กระทบเศรษฐกิจแต่ไม่มาก หวังอีเวนต์ปลายปีดันท่องเที่ยว
โหมโรงก่อนเลือกตั้ง  Midterm สหรัฐ 2026  นักลงทุนต้องจับตาอะไรบ้าง ?
Finance โหมโรงก่อนเลือกตั้ง  Midterm สหรัฐ 2026  นักลงทุนต้องจับตาอะไรบ้าง ?
ดูทั้งหมด

ค่าเงินดอลลาร์และยูโรผันผวนในกรอบ ตลาดจับตาการเมืองเยอรมนี

02 ก.ค. 2561 | 20:16น.

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 2 กรกฎาคม 2561 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (2/7) ที่ 33.03/04 บาท/ดอลลาร์ สหรัฐมปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (29/6) ที่ 33.12/14 บาท/ดอลลาร์ โดยค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวอ่อนค่าในวันศุกร์หลังการประชุมผู้นำสหภาพยุโรปได้บรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับการรับผู้อพยพ แต่ยังคงได้รับปัจจัยบวกจากรายงานของหนังสือพิมพ์ไชน่า ซีเคียวริตี้ เจอร์นัลที่ว่า ทางการจีนได้ทำการทบทวนข้อจำกัดในการเข้าถึงตลาดการลงทุนจากต่างประเทศ และเตรียมประกาศมาตรการผ่อนคลายข้อจำกัดในการลงทุนในภาคพลังงานและธนาคารในเร็ว ๆ นี้ รายงานระบุว่า ข้อจำกัดในด้านพลังงาน, ทรัพยากร, โครงสร้างพื้นฐาน, การคมนาคม, กระแสหมุนเวียนด้านการค้า จะถูกยกเลิกหรือผ่อนคลายลง นอกจากนี้ตลาดยังได้แรงหนุนจากรายงานของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ระบุว่า ธนาคารขนาดใหญ่ 34 แห่งจาก 35 แห่ง สามารถผ่านการทดสอบภาวะวิกฤต (Stress Test) ซึ่งธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้จัดการทดสอบดังกล่าวขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดวิกฤตการณ์ทางการเงินขึ้น สำหรับข้อมูลทางเศรษฐกิจที่ได้รับการเปิดเผยเมื่อวันศุกร์ ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเผยการใช้จ่ายของผู้บริโภคสหรัฐเพิ่มขึ้นเพียง 0.2% ในเดือน พ.ค. โดยต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 0.4% โดยการใช้จ่ายของผู้บริโภคสหรัฐที่ชะลอตัวในเดือน พ.ค. ได้รับผลกระทบจากการใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคที่ลดลง, ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เพิ่มขึ้น 0.2% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ่้นในระดับดังกล่าวติดต่อกัน 6 เดือน, อีกทั้งมหาวิทยาลัยมิชิแกนเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐลดลงเกินคาดสู่ 98.2 จากระดับ 99.3 ในช่วงต้นเดือนมิถุนายน ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 33.03-33.15 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 33.14/15 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับค่าเงินยูโรวันนี้ (2/7) เปิดตลาดที่ระดับ 1.1660/61 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาด (29/6) ที่ 1.1642/43 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรได้รับปัจจัยหนุนจากการประชุมสหภาพยุโรปสามารถบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับนโยบายผู้อพยพ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้สร้างความวิตกกังวลว่าจะก่อให้เกิดความแตกแยกในประเทศกลุ่มยุโรปและอาจส่งผลกระทบต่อเอกภาพของพรรคร่วมรัฐบาลเยอรมนี โดยบรรดาผู้นำสหภาพยุโรปเห็นควรในการจัดตั้งประเทศศูนย์กลางการรับผู้อพยพขึ้นใหม่ และแยกผู้อพยพออกเป็นสองกลุ่ม นอกจากนี้สำนักงานสถิติสหภาพยุโรป (ยูโรสแตท) เผยอัตราเงินเฟ้อในยูโรโซนแตะระดับ 2% เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 1 ปีในเดือนมิถุนายน เนื่องจากต้นทุนพลังงานและอาหารพุ่งขึ้นอย่างมาก โดยธนาคารกลางยุโรป (ECB) ตั้งเป้าที่จะทำให้เงินเฟ้อต่ำกว่าแต่ใกล้เคียง 2% อันตรายจากสงครามการค้าโลก และนโยบายงบประมาณที่ไม่ชัดเจนของรัฐบาลชุดใหม่ของอิตาลียังเป็นความเสี่ยงใหญ่สำหรับเศรษฐกิจในยูโรโซน อย่างไรก็ดี ค่าเงินยูโรได้อ่อนค่าลงในการซื้อขายช่วงเช้าเนื่องจากนักลงทุนมองว่าการลาออกของนายซีโฮเฟอร์ รัฐมนตรีกิจการภายใน จะสร้างความไม่แน่นอนให้แก่นายกรัฐมนตรีเยอรมนี นางแองเจลา เมอร์เคล ในอนาคต ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1625-1.1664 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1642/43 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับค่าเงินเยนวันนี้ (2/7) เปิดตลาดที่ระดับ 111.00/01 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดในวันศุกร์ (29/6) ที่ระดับ 110.58/59 เยน/ดอลาร์สหรัฐ ค่าเงินเยนอ่อนค่าหลังจากนักลงทุนคลายความตึงเครียดเรื่องสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ นอกจากนี้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เผยผลสำรวจความเชื่อมั่นภาคธุรกิจของบริษัทผู้ผลิตใหญ่ปรับตัวลดลงเล็กน้อยจาก +24 ในเดือนมีนาคมสู่ระดับ +21 ในเดือนมิถุนายน ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 110.58-111.05 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 1110.76/79 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต (2/7), รายงานการจ้างงานภาคนอกการเกษตรจากเอดีพี (5/7), รายงานการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (6/7), ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร (6/7), ค่าแรงเฉลี่ยต่อชั่วโมง (6/7), อัตราการว่างงาน (6/7)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -2.50/-2.40 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ 0.25/0.75 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ