เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ศรีจันทร์ เปิดเกมรุกตลาดกันแดด ชูผลิตภัณฑ์ใหม่-ดันพอร์ตโต 50%

04 ก.ค. 2568 | 14:47น.
ศรีจันทร์

ศรีจันทร์

“ศรีจันทร์” รุกหนักตลาดกันแดด เปิดตัว “เซรั่มกันแดดกุหลาบ” ชูนวัตกรรม-เนื้อสัมผัสบางเบา ตอบโจทย์ผิวคนไทย พร้อมมุ่งใช้กลยุทธ์ Music Marketing-แจกสินค้าทดลองใช้ผ่าน KOL สิ้นปี 2568 ตั้งเป้าดันยอดขายพอร์ตกันแดดโต 50%

ท่ามกลางแดดเมืองไทยที่ร้อนแรงขึ้นทุกปี และพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับการดูแลผิวมากขึ้น “ครีมกันแดด” กลายเป็นผลิตภัณฑ์พื้นฐานที่อยู่ในลิสต์ของทุกเพศทุกวัย ไม่ต่างจากมอยส์เจอไรเซอร์หรือโฟมล้างหน้า ขณะเดียวกันก็กลายเป็นสนามแข่งขันสำคัญของแบรนด์ความงามนับร้อย ที่ต้องงัดทั้งนวัตกรรม สารสกัดเฉพาะ และกลยุทธ์การตลาดรูปแบบใหม่มาแย่งชิงพื้นที่ในใจผู้บริโภค

ซึ่งหนึ่งในผู้เล่นหลักของสมรภูมิครั้งนี้ คือ บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด ที่อยู่ในตลาดความงามไทยมายาวนานกว่า 77 ปี ภายใต้การนำของ นายรวิศ หาญอุตสาหะ CEO รุ่นใหม่ไฟแรง ที่ล่าสุดเดินหน้าเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มกันแดด พร้อมวางเป้าหมายการเติบโตของพอร์ตสินค้ากลุ่มนี้สูงถึง 50% ภายในปี 2568

ตลาดกันแดดโตแรง

นายรวิศ หาญอุตสาหะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดผลิตภัณฑ์กันแดดในประเทศไทยมีมูลค่ารวมกว่า 15,000-20,000 ล้านบาท โดยในช่องทางโมเดิร์นเทรดมีสัดส่วนอยู่ที่ประมาณ 5,000 ล้านบาท และยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในอัตราเฉลี่ย 5-10% ต่อปี ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมของผู้บริโภคไทยที่เริ่มตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันผิวจากรังสี UV และมลภาวะในชีวิตประจำวันมากขึ้น โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนจัดแบบประเทศไทย

“เพราะหากย้อนกลับไปดูในอดีตคนมักจะใช้กันแดดเป็นครั้งคราว หรืออาจจะไม่ใช้เลย เนื่องจากยังไม่ได้มีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับอันตรายของรังสี UV แต่ปัจจุบันด้วยการสื่อสารที่มีหลากหลายช่องทาง ประกอบกับสภาพอากาศที่ร้อนจัดของเมืองไทย จึงทำให้ผลิตภัณฑ์กันแดดกลายเป็นหนึ่งในสินค้าที่จำเป็นที่สุด และเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคยอมจ่าย ซึ่งปัจจุบันเด็กอายุ 8 ขวบ ก็เริ่มใช้กันแดดแล้ว”

นายรวิศ หาญอุตสาหะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด
นายรวิศ หาญอุตสาหะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด

ชูนวัตกรรมใหม่-ตอบโจทย์ผู้บริโภค

ทั้งนี้ เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น “ศรีจันทร์” จึงได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ครีมกันแดดตัวใหม่ “SRICHAND SUNLUTION ROSIA ULTRA PROTECTION SERUM SUNSCREEN SPF50+ PA++++” หรือเซรั่มกันแดดกุหลาบ ที่จะเน้นตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายวัย 20-40 ปี ที่ต้องการผลิตภัณฑ์กันแดดที่ไม่เพียงแค่ป้องกันแสงแดด แต่ต้องมีเนื้อสัมผัสบางเบา ใช้สบายผิว ไม่เหนียวเหนอะหนะ และไม่รบกวนเมกอัพ

“คนไทยให้ความสำคัญกับ “เนื้อสัมผัส” มาก ดังนั้นคนจะชอบหรือไม่ชอบกันแดดตัวไหน จุดตัดสินอยู่ที่ว่าเนื้อสัมผัสโอเคไหม หนืดไหม ซึมช้าไหม หรือแต่งหน้าแล้วรบกวนเมกอัพรึเปล่า เราจึงพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ครอบคลุมทุกมิติการใช้งาน”

โดยเบื้องต้นผลิตภัณฑ์ตัวใหม่นี้จะมาพร้อมนวัตกรรม ROSIA TRANSFEROSOME ซึ่งเป็น SPF Booster ที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพการกันแดดได้มากขึ้นถึง 40% และยังมีเทคโนโลยี SMART SENSING PROTECTIVE VEIL TECH ที่สร้างฟิล์มบางเฉพาะตัวเสมือนเกราะปกป้องผิว และ HYBRIDE SHIELD PROTECTOR ที่ช่วยควบคุมความมันยาวนานถึง 8 ชั่วโมง ป้องกันรังสี UVA, UVB, แสงสีฟ้า และฝุ่น PM 2.5 ครบในขั้นตอนเดียว

เน้นเข้าถึง-ทดลองใช้-รู้จักแบรนด์

นายรวิศกล่าวต่อว่า ขณะที่กลยุทธ์ในการทำการตลาด เบื้องต้นบริษัทจะเน้นทำการตลาดออนไลน์เป็นหลัก โดยจะใช้กลยุทธ์แบบ “Consumer Experience First” คือสร้างการรับรู้ผ่านช่องทางออนไลน์โดยมี “โบว์-เมลดา สุศรี” นักแสดงสาวชื่อดังเป็นพรีเซ็นเตอร์ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เพื่อสะท้อนภาพลักษณ์ของความสดใสและไลฟ์สไตล์ที่สอดคล้องกับแบรนด์กันแดดของศรีจันทร์

รวมถึงยังใช้กลยุทธ์ Music Marketing และกระจายสินค้าทดลองผ่าน KOL และ Beauty Creator ทั้งบนช่องทางออนไลน์และกิจกรรมออนกราวนด์ในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อให้ผู้บริโภคได้ทดลองใช้จริง ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการตลาดในสินค้าประเภทนี้

“การทำการตลาดสมัยนี้ไม่ใช่แค่การทุ่มงบฯ แบบเดิม ๆ แต่ต้องทำอย่างไรให้ผู้บริโภครู้จักและอยากลองใช้ผลิตภัณฑ์ของเราจริง ๆ ซึ่งกันแดดถือเป็นสินค้าที่ต้องลองถึงจะรู้ว่าชอบหรือไม่ เราจึงเน้นแจกสินค้าตัวอย่างผ่าน KOL และกิจกรรมออนกราวนด์ควบคู่กันไป”

ศรีจันทร์

ตั้งเป้าสิ้นปี’68 พอร์ตโต 50%

สำหรับภาพรวมการแข่งขันที่แม้จะมีการแข่งขันกันสูงในตลาดกันแดด แต่บริษัทยังมองว่าตลาดนี้ยังไม่อิ่มตัว หากเข้าใจผู้บริโภคอย่างแท้จริง โดยเฉพาะเรื่องของ “เนื้อสัมผัส” ที่เป็นตัวชี้วัดความชอบมากกว่าการดูแค่ SPF หรือราคาที่คุ้มค่า ก็จะสามารถเป็นผู้ชนะในระยะยาวได้อย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม ด้วยพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป พร้อมกับทิศทางตลาดที่เติบโตอย่างมั่นคง คาดว่าสิ้นปี 2568 กลุ่มผลิตภัณฑ์กันแดดศรีจันทร์จะสามารถเติบโตอยู่ที่ 50% จากเดิมที่อัตราเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ 30-40% โดยในปีนี้จะมีตัว “SRICHAND SUNLUTION ROSIA” ที่จะมาเป็นหัวหอกสำคัญในการผลักดันยอดขายเพิ่มขึ้น 10%

“แม้ภาพรวมเศรษฐกิจจะทำให้ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่าย แต่เราเชื่อว่ากันแดดเป็นสินค้าที่ทุกเจนยอมจ่าย และเราจะเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งในตลาดประเทศไทยให้มากที่สุดก่อนจะขยายไปยังต่างประเทศต่อไป”