เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
KKP แจง Big Lot 28 ล้านหุ้น “ฐิตินันท์ วัธนเวคิน” ขาย 3.13% ให้บริษัทครอบครัว
Finance KKP แจง Big Lot 28 ล้านหุ้น “ฐิตินันท์ วัธนเวคิน” ขาย 3.13% ให้บริษัทครอบครัว
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (8 ก.ย. 69) ปรับลง 1.6% อยู่ที่ 79,019 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (8 ก.ย. 69) ปรับลง 1.6% อยู่ที่ 79,019 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (8 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
News ราคาน้ำมันวันนี้ (8 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
จับตา ครม.เคาะจัดทัพ บิ๊ก ขรก.เศรษฐกิจ ตั้งโฆษกรัฐบาล ถกร่าง กม.หนุนสตาร์ทอัพ
Politics จับตา ครม.เคาะจัดทัพ บิ๊ก ขรก.เศรษฐกิจ ตั้งโฆษกรัฐบาล ถกร่าง กม.หนุนสตาร์ทอัพ
ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
News ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
Economic บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
Economic ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
Business SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
News 148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
Tech เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
ดูทั้งหมด

FETCO ชี้ ไทยโดนภาษี 36% ห่วง SMEs-ลงทุนทรุด หนุนลดดอกเบี้ยพยุงเศรษฐกิจ

08 ก.ค. 2568 | 16:05น.
สภาธุรกิจตลาดทุนไทย

สภาตลาดทุนไทย หรือ FETCO ประเมินภาษีสหรัฐที่ 36% กระทบ “ส่งออก-เอสเอ็มอี-การลงทุน” ซ้ำเติมเศรษฐกิจไทย “อ่อนแอลง” คาดกรอบโต 1.5-2% แนะประคองเศรษฐกิจไทยให้โต ลดดอกเบี้ยช่วยพยุง พร้อมเยียวยากลุ่มได้รับผลกระทบ ชี้ ผลกระทบต่อตลาดทุนไม่มาก

ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสภาตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยก่อนจะได้รับจดหมายจากทรัมป์ จะเห็นว่า เศรษฐกิจไทยเป็นเหมือน “คนป่วย” ที่ได้รับแรงกระแทกจากข้างนอก และปัจจัยภายในประเทศที่แรงขับเคลื่อนน้อยลง การเมืองไม่นิ่งทำให้การขับเคลื่อนทำลำบากมากขึ้น ดังนั้น สะท้อนว่า “เศรษฐกิจไทยอ่อนแอลง” และ “อ่อนแอมากกว่าที่คาดไว้” ซึ่งเดิมเราคาดว่าจีดีพีไทยจะโตได้ 3% แต่ปัจจุบันเราให้ 2% บวก Downside หรืออยู่ในกรอบ 1.5-2%

ส่วนผลกระทบหลังจากได้ตัวเลขภาษี 36% คงต้องรอดูผลเจรจาอีกครั้ง ซึ่งหัวใจสำคัญ คือ รอดูประเทศอินเดีย และจีน รวมถึงประเทศอื่นที่จะเจรจา ซึ่งจะรู้ว่าเราอยู่จุดไหน จากการประกาศตัวเลข Tariffs ของไทยในอัตรา 36% จะเห็นว่าไทยมีทางเลือกไม่มากนัก โดยจะมีอยู่ 2-3 ทางเลือก คือ 1.ยอมรับสภาพที่ 36% และ 2.กลับไปเจรจาเพิ่มเติมให้ได้ในอัตรา 25% เพราะคิดว่าปรับลดลงมาที่ระดับ 10% อาจจะค่อนข้างยาก หรือ 3.เดินตามประเทศเวียดนาม ทำให้ได้เต็มที่ระดับ 20%

อย่างไรก็ดี ในกรณี Tariffs อยู่ที่ระดับ 36% ไม่ได้เปลี่ยนแปลง สิ่งที่ตามมาคือ ภาคการส่งออกจะเหนื่อยและคิดหนัก เพราะส่งออกไปสหรัฐจะมีต้นทุนสูงขึ้น ซึ่งจะกระทบกับผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) รวมถึงบริษัทที่มีการแจ้งการลงทุนกับบีโอไอ จะเกิดการเปลี่ยนใจ ทำให้กระทบกับอนาคตเศรษฐกิจไทย เนื่องจากการลงทุนบีโอไอจะช่วยสร้างการลงทุนในกลุ่ม New S-curve ใหม่ให้ไทย จะหายไปทันที

ดังนั้น สิ่งที่ไทยจะต้องทำจะมีอยู่ 3 เรื่องด้วยกัน คือ 1.การรักษา Momentum ของเศรษฐกิจไทยให้ไปต่อได้ ซึ่งอาจจะไม่จำเป็นต้องขยายตัวสูง แค่เติบโตได้ 1% แต่ไม่หยุดชะงัก ถือว่าดีแล้ว เนื่องจากหากปล่อยให้ “เศรษฐกิจหยุด” จะทำให้เศรษฐกิจฟื้นขึ้นมาค่อนข้างยาก จึงมองว่าการรักษาให้เศรษฐกิจไปต่อได้เป็นเรื่องสำคัญ

โดยทุกภาคส่วนจะต้องร่วมมือกัน ทั้งภาคนโยบายการเงิน การคลัง มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ หรืออัตราดอกเบี้ยที่สามารถลดได้จากระดับปัจจุบัน 1.75% ต่อปี มองว่ามีช่องที่จะลดได้ “ลดเร็ว ดีกว่าลดช้า” เพราะค่าเงินบาทแข็งค่าสุดในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งมีผลกระทบต่อภาคการส่งออกและผู้ประกอบการ

2.รักษาความเชื่อมั่นนักลงทุน (Investor Confidence) เพราะหากนักลงทุนเริ่มเศรษฐกิจเริ่มชะลอตัว หรือเริ่มถดถอย จะทำให้นักลงทุนเริ่มขาดความเชื่อมั่น ซึ่งจะกระทบต่อการลงทุน และส่งผลต่อไปยังการใช้สินเชื่อ และ 3.ความขัดแย้งภายในประเทศให้อยู่ในกรอบ หากรุนแรงและลุกลามจะเป็นปัญหาซ้ำเติมกับเศรษฐกิจไทยที่อ่อนแออยู่แล้วแย่ไปอีก

“หัวใจสำคัญ คือ เศรษฐกิจหมุนไปข้างหน้าได้ และนำเงินที่ได้จากเศรษฐกิจที่หมุนได้ ไปเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากต้องยอมรับว่า การเจรจาการค้า จะไม่มีใครที่ไม่ได้รับผลกระทบเลย จะต้องมีคนได้รับผลกระทบ ซึ่งจะเห็นว่า คณะกรรมการภาคเอกชนร่วม 3 สถาบัน (กกร.) จะทำข้อเสนอเหล่านี้เช่นกัน โดยช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอี หรือผู้ผลิตที่ได้รับผลกระทบจากภาษีทรัมป์ หากเราดูแลและสามารถรักษาเศรษฐกิจให้พอไปได้ จะเป็นการบริหารวิกฤตให้ไปได้”

Advertisement

สำหรับผลกระทบต่อตลาดทุนนั้นมองว่า กรณีสหรัฐคิดอัตราภาษีที่ระดับ 36% ล่าสุดรอบนี้ จะเห็นว่าส่งผลกระทบต่อตลาดทุนไม่ได้รุนแรงเหมือนก่อนหน้านี้ เนื่องจากตลาดรับรู้ข่าวผลกระทบมาต่อเนื่องตั้งแต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศครั้งแรกมาแล้วตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน 2568 โดยนักลงทุนและผู้เกี่ยวข้องพยายามปรับตัวมาอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน มองว่าภาวะที่เกิดขึ้นน่าจะเกิดกับภาคเศรษฐกิจจริง (Real Sector) มากกว่าผลกระทบต่อตลาดทุน