เอ้ก ดิจิทัล ผสานจุดแข็ง “เครือข่ายสื่อค้าปลีก” โลตัส-แม็คโคร ชู 3 กลยุทธ์ ปั้นแคมเปญพาแบรนด์โต รับมือผู้บริโภคเปลี่ยนใจไว ดึง AI ช่วยวิเคราะห์-ปรับสื่อโฆษณาเรียลไทม์ เน้นสร้างประสบการณ์ให้เข้าถึงทุกทัชพอยต์
นายชัชพล องนิธิวัฒน์ ผู้จัดการทั่วไป ธุรกิจ Media Convergence บริษัท เอ้ก ดิจิทัล จำกัด ดิจิทัลเอเจนซีในเครือ ซี.พี. กล่าวว่า ปัจจุบันผู้บริโภคเข้าถึงข้อมูลขนาดใหญ่ได้อย่างไร้ขีดจำกัด มีเทคโนโลยีเป็นตัวช่วยอำนวยความสะดวก ทำให้นักการตลาดคาดเดาพฤติกรรมของแต่ละบุคคลได้ยาก เพราะมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาในแต่ละช่องทางและแต่ละโมเมนต์
“ตอนนี้ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ 3 สิ่งหลัก ๆ คือ 1.ราคาของสินค้า (Wiser Wallet) 2.ประสบการณ์เฉพาะตัวที่ตอบโจทย์แบบเรียลไทม์ (Experience Seeker) และ 3.เลือกซื้อสินค้าจากช่องทางไหนก็ได้ (Fluid Customer)”
ปัจจัยเหล่านี้ทำให้นักการตลาดยุคนี้ต้องใช้ข้อมูลผู้บริโภคที่แม่นยำ เพื่อสร้างคอนเทนต์ที่ตรงใจ สื่อสารในเวลาที่ใช่ ผ่านช่องทางที่ครอบคลุมทุกจุดที่ผู้บริโภคใช้ชีวิต ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ “เครือข่ายสื่อค้าปลีก” (Retail Media Network : RMN) มีบทบาทมากขึ้น
โดยเอ้ก ดิจิทัล พบว่าการใช้ Retail Media Network แบบ Omnichannel ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ได้แบบเรียลไทม์ สามารถเปลี่ยน “ผู้เห็นโฆษณา” ให้กลายเป็น “ผู้ซื้อ” ได้ในอัตราส่วน 8 ต่อ 1 เมื่อเทียบกับอัตรา 66 ต่อ 1 ของโฆษณาที่ไม่ได้ใช้ Retail Media Network
ตัวเลขนี้สะท้อนถึง “พลัง Attention” ของ Retail Media Network เมื่อมีการออกแบบการทำงานร่วมกับสื่ออื่น ๆ อย่างแม่นยำ ตั้งแต่ขั้นตอนแรกของ Marketing Funnel ทั้งยังแสดงให้เห็นว่าการสื่อสารที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลอย่างถูกที่และถูกจังหวะ สามารถเปลี่ยนการรับรู้ให้กลายเป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดผลได้
นอกจากนี้ ผลสำรวจของ Nielsen ยังตอกย้ำถึงแนวโน้มบทบาทของ Retail Media Network โดยพบว่า นักการตลาดทั่วโลกกว่า 65% โดยเฉพาะทวีปเอเชียกว่า 68% มองว่า Retail Media Network กลายเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนทางการตลาดและธุรกิจจากนี้ไป
“ยิ่งสภาพเศรษฐกิจส่งผลกับกำลังซื้อที่ลดลง แบรนด์ในยุคนี้ไม่ได้ต้องการแค่ให้ผู้บริโภครับรู้ แต่ต้องการให้พวกเขา ‘ลงมือทำ’ บางสิ่งกับแบรนด์ เช่น การคลิก, ตัดสินใจซื้อ, ซื้อซ้ำ หรือแชร์ต่อ”
นายชัชพลกล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาธุรกิจ Media Convergence ของเอ้ก ดิจิทัล สามารถรักษาจุดแข็งเรื่องการทำแคมเปญการตลาดผ่าน 4 ช่องทาง (4O) ไม่ว่าจะเป็น Online สื่อโซเชียลมีเดียและ KOLs, Offline สื่อออฟไลน์ภายในห้าง, Out of Home ป้ายดิจิทัลนอกบ้านที่สามารถปรับโฆษณาได้ตามสถานการณ์ของแบรนด์ในแต่ละวัน และ On-Ground Activation กิจกรรมภายในห้าง
โดยช่วงต่อจากนี้จะมีการขับเคลื่อนธุรกิจผ่าน 3 กลยุทธ์ ภายใต้แนวคิด “Everyday Touchpoint Attention to Conversion” เพื่อให้ตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้บริโภคมากขึ้น ได้แก่
1.Measurable Touchpoints Expansion
ขยายเครือข่ายสื่อโฆษณาจากโลตัสไปยังแม็คโคร ก้าวเป็นผู้ให้บริการ Retail Media Network ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ โดยเข้าถึงประชากรไทยกว่า 70% ครอบคลุมทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ ซึ่งทุกทัชพอยท์ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลเชิงลึกที่สามารถวัดผลได้จริง
พร้อมพัฒนา Media Inventories ที่ไม่ใช่แค่พื้นที่โฆษณา แต่เป็นเครื่องมือโฆษณาอัจฉริยะที่ทำงานร่วมกับเทคโนโลยีต่าง ๆ อาทิ AR, AI และระบบ Robotic เพื่อรองรับพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการประสบการณ์เฉพาะบุคคล ปรับแต่งได้แบบเรียลไทม์ (Real-Time Optimization) และวัดผลได้จริง
2.Autonomous Media Intelligence
ใช้ MediaFusion ระบบปฏิบัติการครบวงจร ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลเชิงลึก 720 องศาและ EGG AI Agent ในการวางกลยุทธ์สื่อสารได้รวดเร็วขึ้น 5 เท่า, สร้างสรรค์คอนเทนต์ที่มีความครีเอทีฟและตรงใจ, ดำเนินการสื่อสารได้อย่างแม่นยำผ่านช่องทางที่เหมาะสมที่สุด เข้าถึงได้ถูกคน ถูกที่ ถูกเวลา
พร้อมสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสาร ปรับแต่งให้เฉพาะบุคคล รวมถึงดำเนินการวัดผลได้อย่างอัตโนมัติและต่อเนื่อง หรือในจังหวะที่ยอดขายสินค้าเริ่มตก ส่วนแบ่งตลาดถูกคู่แข่งแย่งไป ก็สามารถปรับรูปแบบของสื่อโฆษณาเพื่อกระตุ้นยอดขายได้ทันที เช่น ออกโปรโมชั่นซื้อ 1 แถม 1 เป็นต้น
“ข้อมูลที่อยู่เบื้องหลังการเทรน MediaFusion มาจากแคมเปญที่เอ้ก ดิจิทัล ทำงานร่วมกับแบรนด์ต่าง ๆ มากกว่า 8,500 แคมเปญ ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา”
3.Phygital Full-Funnel Impact
ยกระดับบทบาทของ Retail Media จากเดิมที่ถูกมองว่าเป็นแค่สื่อโฆษณา ณ จุดขาย สู่เครื่องมือการเข้าถึงผู้บริโภคยุคใหม่ในวงกว้างแบบมีความหมาย ที่เรียกว่า “Power of Attention” โดยหัวใจสำคัญของกลยุทธ์นี้ คือการเปลี่ยนการรับรู้ให้กลายเป็นความสนใจที่นำไปสู่การสร้าง Conversion และ Loyalty ระยะยาว
“Retail Media Network ที่ผสานพลังของช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค สามารถสร้างอิมแพ็กต์ได้รอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นเพิ่มประสิทธิภาพการใช้สื่อได้มากกว่า 61% ลดงบที่สูญเปล่า และสร้างประสบการณ์ที่ตรงใจผู้บริโภคแต่ละบุคคลในทุกช่วงเวลา”