ทักษิณโชว์วิสัยทัศน์ปั้นนโยบาย OTOP ดันภูมิปัญญาไทยสู่สากล ชี้อดีต มท.ไม่ค่อยช่วยดัน แต่วันนี้ต้องร่วมมือเต็มที่ แนะคนไทยตาม AI ให้ทัน ชี้การปั้นหนังไทยต้องทำให้ดี เปิดตลาดให้กว้าง เหตุคนไทยเขียนนิยายเก่ง เหน็บการเมืองไทยนิยายน้ำเน่าเยอะ แนะถ้าประเทศไทยสามัคคี ไร้ความอิจฉาริษยา ซอฟต์พาวเวอร์จะมีพลังมหาศาล
นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ในหัวข้อ “Crafting the Future : From OTOP to ThaiWORKS and Beyond” ภายในงาน “SPLASH-Soft Power Forum 2025” โดยมี นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ประธานกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติเป็นพิธีกร
ทั้งนี้ ภายในงานมี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.วัฒนธรรม พร้อมด้วยนายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามี น.ส.แพทองธาร, น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ เข้าร่วมรับฟังด้วย
ช่วงแรกนายทักษิณ เล่าถึงจุดเริ่มต้นการทำนโยบายและคำขวัญ “คิดใหม่ทำใหม่” และ “ตาดูดาว เท้าติดดิน” ช่วงการตั้งพรรคไทยรักไทย เมื่อ 20 ปีก่อนว่า คำว่าคิดใหม่ทำใหม่ เนื่องจากช่วงนั้นไทยมีวิกฤตเกิดขึ้น และเราก้าวตามไม่ทันโลกที่เปลี่ยนแปลงไปเร็วมาก ส่วนคำว่า ตาดูดาวเท้าติดดิน เพราะอยากให้รู้สึกว่าเราต้องฝันให้ไกล แต่ต้องไม่ลืมรากเหง้าของตนเองที่ต้องแข็งแรง
ส่วนที่มาของนโยบายโอท็อป เกิดจากได้พูดคุยกับชาวญี่ปุ่นคนหนึ่ง และทราบว่าเขามีนโยบายหนึ่งหมู่บ้านหนึ่งผลิตภัณฑ์ ซึ่งตนเติบโตมาในร้านชินวัตรไหมไทย ที่อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ ก็เห็นงานแฮนด์เมดมาตลอด แล้วก็รู้ว่ามันไปได้ในระดับหนึ่งแต่ไม่ไกล
ฉะนั้น ถ้าเราจะมีการออกแบบใหม่และทำตลาดดี ๆ มันน่าจะไปได้ไกลกว่านั้น โดยให้ชาวบ้านมามีส่วนร่วมเพื่อทำให้มีรายได้ จากนั้นก็ประสบความสำเร็จมาก ปีแรกขายได้กว่า 2 ล้าน ปีต่อมาได้ 4 หมื่นกว่าล้าน และทำให้ส่งออกไปญี่ปุ่นด้วย แต่วันนี้ตนมามองว่าโลกข้างหน้าเราจะสู้เขาได้อย่างไร เพราะตนมองว่าระบบการศึกษาและระบบบริหารของเรามีปัญหา เพราะเรายังมีแนวคิดแบบไซโล หรือต่างคนต่างทำ ฉะนั้น จึงอยากรักษาตรงนี้ไว้ และยังมีอีกหลายอย่างที่เราจะสามารถพัฒนาได้
มีช่วงหนึ่งนายทักษิณ ระบุว่า ช่วงที่คิดพัฒนาผลิตภัณฑ์ของไทย ปลายปี 2548 ตอนนั้นบ้านเราเริ่มยุ่ง เพราะมีการเมืองที่ไร้สาระ มากกว่าที่เป็นสาระ จึงทำให้เรื่องที่มีสาระถูกละเลยเป็นช่วง ๆ และช่วงหนึ่งที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกฯ ก็จะทำเรื่องเช่นนี้ แต่ก็ถูกปฏิวัติเสีย จึงทำให้โครงการถูกพับไป
แล้ววันนี้เมื่อโครงการกลับมาใหม่ นำของเก่าที่เคยดีไซน์ไว้มาพัฒนาใหม่ และขอให้จำไว้ว่า ถ้าตนเป็นรัฐบาลหรือไม่ ไม่มีเลิก เพราะต้องการให้สิ่งที่ทำเป็นของประชาชน ไม่ใช่การเมือง และทำให้การพัฒนาประเทศด้านครีเอทีฟต่อเนื่องยาวนาน เพื่อให้ฝีมือชาวบ้านธรรมดาสู่สากลให้ได้ แต่ต้องไม่ทิ้งดีไซน์และฝีมือไทย
ส่วนที่คนมองว่าการพัฒนาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นมีแต่ผู้สูงอายุ และคนรุ่นใหม่ไม่ค่อยสนใจ นายทักษิณระบุว่าต้องรีบทำให้สินค้าหรือดีไซน์ไทยทำเงินได้ เพราะคนรุ่นใหม่จะมองเรื่องช่องทางหารายได้ ฉะนั้น ถ้าทำให้เขาเห็นว่ามันสามารถทำเงินได้ คนรุ่นใหม่เขาจะสนใจ แต่ที่สำคัญเราต้องทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัว เพราะหากเศรษฐกิจดีทำอะไรก็ขายได้
ทั้งนี้ การแก้ปัญหาเศรษฐกิจวันนี้ยากกว่าสมัยก่อน เพราะมันหมักหมมมาเยอะมาก แต่ต้องแก้ และเมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัวและงานโอท็อปไทยฟื้นได้ ก็เชื่อว่าคนรุ่นใหม่จะหันมาใช้เป็นช่องทางทำมาหากินอีกช่องทางหนึ่ง
และวันนี้อยู่ที่การเอาจริงเอาจัง ถ้ารัฐ ข้าราชการร่วมมือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงมหาดไทยที่ไม่ค่อยร่วมมือมาก่อน วันนี้กระทรวงมหาดไทยต้องร่วมมืออย่างเต็มที่ เพราะเป็นตัวสำคัญที่จะนำนโยบายไปสู่ประชาชน ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฉะนั้น ถ้าหากเขาร่วมมือด้วยมันก็จะเดินไปข้างหน้า และคิดว่าวันนี้ภาคเอกชนกับภาครัฐต้องช่วยกัน
ในช่วงหนึ่งนายทักษิณ ระบุว่า วันนี้ AI เก่งมาก ซึ่งตนกลัวว่าคนไทยจะไม่ยอมตามให้ทัน ฉะนั้น วันนี้เมื่อนายกฯมาบอกกับตนว่า เราน่าจะทำเวอร์ชวลเทรนนิ่ง (เรียนรู้ผ่านอินเทอร์เน็ตโดยผู้สอนเสมือนจริง) ฉะนั้น วันนี้เราต้องทำให้ดีไซน์และสินค้าคนไทยสู่โลกให้ได้ แล้วพรุ่งนี้ก็จะมีคนมาคุยสรุปงานเรื่องนี้ให้ตน ตนก็จะฝากรัฐมนตรีมหาดไทย รัฐมนตรีอุตสาหกรรมไปดำเนินการ และดำเนินต่าง ๆ เดี๋ยวรอให้นายกฯกลับไปทำงานซะก่อน ก่อนระบุว่าผมเป็นคนใจร้อน วันนี้ก็อายุ 76 แล้ว ไม่รู้จะอยู่ได้อีกกี่ปี จึงรีบทำเสียก่อน
ส่วนการพัฒนาภาพยนตร์และดนตรีของไทยควรเติบโตอย่างไร นายทักษิณ ระบุว่า ตนทำมาทุกอย่างแล้ว มวยวัดกว่าจะตั้งตัวได้และมาเป็นนายกฯก็ผ่านมาเยอะ เมื่อก่อนตนก็เคยเดินสายหนังภาคเหนือล้มลุกคลุกคลานมา แต่หนังไทยวันนี้มีคนรุ่นใหม่เข้ามาทำและการสร้างมีระบบขึ้น ฉะนั้น ถ้าเราสามารถมีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนและคำนวณการผลิตชัดเจน
การทำภาพยนตร์ไทยก็จะสำเร็จขึ้น วันนี้เราต้องเปิดตลาด ซึ่งทางลัด กระทรวงวัฒนธรรมของไทยและกระทรวงวัฒนธรรมของประเทศอื่นต้องเจรจากัน เพราะต่างประเทศเค้าก็เริ่มซื้อสคริปต์ของไทยไปดัดแปลงกัน เพราะคนไทยเขียนนิยายเก่ง โดยเฉพาะการเมืองไทยนิยายน้ำเน่าเยอะ ฉะนั้น ถ้าเราทำหนังดี มีคุณภาพ และเปิดตลาดให้กว้างขึ้น โดยรัฐ ภาคธนาคารสนับสนุน ก็จะทำให้ภาพยนตร์ไทยโตได้
นายทักษิณระบุว่า วันนี้เมืองไทยควรจะมีได้ทุกอย่างที่ในโลกสากลมี โลกที่เค้าฟุ่มเฟือยมี ซึ่งเราตามเขาไม่ทัน แต่เราซื้อเขาทัน แต่สร้างไม่ทัน วันนี้กำลังซื้อคนไทยตกเยอะ ฉะนั้น วันนี้ประเทศไทยต้องแก้อะไรอีกเยอะ
ส่วนจะฝากอะไรถึงบริษัทผู้ผลิตดนตรีและสื่อบันเทิงขนาดใหญ่ นายทักษิณ ระบุว่าบริษัทใหญ่มันต้องมีบริษัทเล็กค้ำ ฉะนั้น ต้องสร้างหลายกลุ่มมาช่วย Support ซึ่งหากบริษัทเหล่านี้จะช่วยสร้างคน สร้างอาชีพ สร้างงาน
เมื่อถามว่า มองเรื่องซอฟต์พาวเวอร์ประเทศไทยจะมีอนาคตอย่างไร แล้วจะเป็นเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจให้ไทยได้จริงหรือไม่ นายทักษิณระบุว่า ปัญหาของประเทศไทยคือความไม่สามัคคี ความอิจฉาริษยา ถ้าเราไม่มีเรื่องเหล่านี้ ซอฟต์พาวเวอร์จะมีพลังมหาศาล มากกว่าพลังฮาร์ดพาวเวอร์เยอะ ฉะนั้น เรื่องเหล่านี้ต้องทิ้งไว้บ้าง เข้าวัดบ้าง