ผ่าร่างพ.ร.บ.แซงก์ชั่นรัสเซียเปลี่ยนโฉม สหรัฐรีดภาษีจีน-อินเดีย 500 %
ร่างพระราชบัญญัติคว่ำบาตรรัสเซีย ค.ศ. 2025 (The Sanctioning Russia Act of 2025) ซึ่งเสนอโดยวุฒิสมาชิกลินด์ซีย์ เกรแฮม (พรรครีพับลิกัน) และริชาร์ด บลูเมนธัล (พรรคเดโมแครต) กำหนดอัตราภาษีนำเข้า 500% จากประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอินเดียและจีนที่ยังคงซื้อน้ำมันและสินค้าพลังงานอื่น ๆ จากรัสเซีย เป็นแซงก์ชั่นหรือมาตรการลงโทษทางเศรษฐกิจระลอกใหม่อันมุ่งหมายที่จะเพิ่มแรงกดดันอย่างรุนแรง
ร่างกฎหมายได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกวุฒิสภาแล้วกว่า 80 คน จาก 100 คน อาจมีกำหนดลงมติเร็วที่สุดในวันที่ 21 กรกฎาคมนี้ และทั้งสองพรรคการเมืองมีจุดมุ่งหมายเพื่อลงโทษรัฐบาลรัสเซียในสงคราม
การคว่ำบาตรจะเกิดขึ้นทันทีหากรัสเซียปฏิเสธที่จะเข้าร่วมการเจรจาโดยสุจริตหรือไม่มีความคิดที่จะหยุดการทำสงครามในยูเครน ซึ่งวุฒิสมาชิกเกรแฮมระบุว่า ถึงเวลาเพิ่มต้นทุนจากการทำสงครามให้รัสเซีย
จุดเด่นของร่างกฎหมายนี้คือการกำหนดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐทั้งหมดถึง 500% จากประเทศที่ซื้อน้ำมัน ก๊าซ หรือยูเรเนียมจากรัสเซีย และเป็นวิธีตัดการพึ่งพาพลังงานจากรัสเซียทั่วโลก
ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงจากการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจแบบเดิม แทนที่จะมุ่งเป้าไปที่บริษัทหรือธนาคารรัสเซียเพียงอย่างเดียว แต่ร่างกฎหมายฉบับนี้มุ่งเป้าไปที่การบีบบังคับประเทศที่สาม โดยการลงโทษการส่งออกของประเทศเหล่านี้ไปยังสหรัฐ โดยการกำหนดกำแพงภาษีที่สูงลิ่ว
อย่างไรก็ดี ร่างกฎหมายต้องเผชิญกับการคัดค้านจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งต้องการควบคุมการบังคับใช้กฎหมายนี้ให้มากขึ้น
ทำไมทรัมป์ไม่พอใจ
ถ้อยคำในร่างกฎหมายฉบับปัจจุบันมีการกำกับดูแลที่เข้มแข็งจากรัฐสภา แต่ทรัมป์ต้องการควบคุมการบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรทั้งหมด ซึ่งวอลล์สตรีตเจอร์นัลรายงานเมื่อเดือนที่แล้วว่า ทีมงานของทรัมป์ได้ล็อบบี้ให้เปลี่ยนถ้อยคำในร่างกฎหมายจาก “shall” เป็น “may” โดยให้อำนาจประธานาธิบดีในการใช้ดุลยพินิจในการเรียกเก็บภาษีศุลกากร ขยายอำนาจการยกเว้นให้ครอบคลุมพันธมิตร สินค้าจำเป็น และผลประโยชน์ด้านความมั่นคงแห่งชาติ และยกเลิกกลไกวีโต้หรือระงับยับยั้งของรัฐสภาทั้งหมด หลังจากร่างกฎหมายนี้ให้อำนาจการยกเว้นที่อนุญาตให้ประธานาธิบดีเลื่อนการจัดเก็บภาษีเหล่านี้ออกไปได้ 180 วัน อาจมีข้อยกเว้นเพิ่มเติม แต่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐสภาอยู่ดี
ทรัมป์แสดงท่าทีอย่างเปิดเผยถึงการสนับสนุนร่างกฎหมายฉบับนี้ โดยระบุว่า “มันเป็นทางเลือกของผมทั้งหมด” ซึ่งก็เป็นถ้อยแถลงตามแบบฉบับของทรัมป์ที่เน้นย้ำทั้งความสนใจและความคลุมเครือ และตามรายงานระบุว่าผู้นำสหรัฐพร้อมที่จะลงนาม หากร่างกฎหมายฉบับนี้ทำให้เขามีอำนาจควบคุมการดำเนินการเกือบทั้งหมด
ใครเสียประโยชน์
ภาษีนำเข้า 500% นี้สูงมากจนสามารถบล็อกการนำเข้าสินค้าจากประเทศต่าง ๆ เช่น อินเดีย เกาหลีใต้ และจีน มายังสหรัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ยกตัวอย่าง อินเดียจะได้รับผลกระทบอย่างหนัก เนื่องจากได้รับประโยชน์อย่างมากจากการซื้อน้ำมันราคาถูกจากรัสเซียนับตั้งแต่สงครามรัสเซีย-ยูเครนปะทุขึ้น น้ำมันของรัสเซียคิดเป็นประมาณ 35% ของการนำเข้าน้ำมันดิบทั้งหมดของอินเดียในปี ค.ศ. 2024 ส่งผลให้อินเดียกลายเป็นช่องทางสำคัญในการส่งออกน้ำมันดิบไปยังรัสเซีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากทรัมป์เพิ่มแรงกดดัน
เอส. ไจชังการ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินเดียกล่าวเมื่อ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่า สถานทูตอินเดียได้ติดต่อกับเกรแฮม วุฒิสมาชิกสหรัฐ ผู้เสนอร่างกฎหมายฉบับนี้แล้ว และกล่าวเสริมว่าอินเดียจะก้าวข้ามผ่านจุดนั้นเมื่อถึงเวลา ซึ่งอาจบ่งชี้ว่าร่างกฎหมายฉบับนี้อาจไม่ผ่าน
ฮาร์ดีป ซิงห์ ปูรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงน้ำมันอินเดียกล่าวปกป้องการซื้อน้ำมันจากรัสเซียของอินเดีย ได้เน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของรัสเซียในฐานะผู้ผลิตน้ำมันดิบรายใหญ่ โดยมีปริมาณการผลิตมากกว่า 9 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเขาอธิบายว่าการลดกำลังการผลิตลงอย่างกะทันหัน 9 ล้านบาร์เรลจากอุปทานทั่วโลกที่มีประมาณ 97 ล้านบาร์เรล จะทำให้จำเป็นต้องลดการบริโภคทั่วโลกลงมากกว่า 10% ซึ่งเป็นไปไม่ได้ ผลกระทบดังกล่าวจะส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นเกิน 120-130 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เนื่องจากผู้บริโภคทั่วโลกจะต้องแข่งขันกันเพื่อแย่งชิงอุปทานที่มีอยู่อย่างจำกัด
“ลองนึกภาพความวุ่นวายหากน้ำมันดิบนี้ ซึ่งคิดเป็นประมาณ 10% ของปริมาณน้ำมันดิบทั่วโลกราว 97 ล้านบาร์เรลหายไปจากตลาด” ปูรีกล่าว
โดยสรุปชะตากรรมของร่างกฎหมายและผลกระทบในโลกแห่งความเป็นจริงไม่ได้ขึ้นอยู่กับการอภิปรายในรัฐสภาสหรัฐเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับประธานาธิบดีทรัมป์ด้วยเช่นกัน ซึ่งเขาไม่พอใจกับรูปแบบของร่างกฎหมายในปัจจุบัน
ทรัมป์ต้องการปรับร่างให้เป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับประธานาธิบดี ไม่ใช่เป็นเครื่องมือควบคุมของรัฐสภา หากร่างกฎหมายนี้ผ่านด้วยการให้อำนาจบริหารเต็มที่แก่ประธานาธิบดี ทรัมป์จะมีอิทธิพลที่ไม่เคยมีมาก่อนในการควบคุมการค้าโลก นั่นคืออำนาจในการลงโทษหรืออภัยโทษให้กับเศรษฐกิจทั้งหมดด้วยการตวัดปากกาลงนามเพียงครั้งเดียว
เมื่อ 13 กรกฎาคม ทรัมป์ระบุว่ามีแผนส่งขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศแพทริออตไปยังยูเครน โดยระบุว่าขีปนาวุธเหล่านี้มีความจำเป็นต่อการปกป้องประเทศ เพราะประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซียพูดอย่างทำอีกอย่าง
“พูดจาดี แต่กลับทิ้งระเบิดใส่ทุกคนในตอนเย็นย่ำ” ทรัมป์กล่าว
อ้างอิง :
• ANI
• CNBC