ดีลการค้า ภาคเกษตรอินโดฯ-สหรัฐ
ทรัมป์ประกาศปิดดีลการค้ากับอินโดนีเซียได้ก่อนวันที่ 1 สิงหาคม โดยฝ่ายสหรัฐลดภาษีต่างตอบโต้ให้อินโดนีเซียเหลือ 19% จาก 32% ส่วนสหรัฐได้เข้าตลาดอินโดนีเซียโดยปลอดภาษีนั้น “ประชาชาติธุรกิจ” ชวนไปเปิดดีลภาคเกษตรเท่าที่มีการเปิดเผยในขณะนี้ ซึ่งรวบรวมจากสำนักข่าวต่างประเทศ
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐประกาศในทรูทโซเชียลเมื่อ 15 กรกฎาคม เวลาท้องถิ่นสหรัฐ ระบุว่า ข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐและอินโดนีเซียครอบคลุมการซื้อผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรจากสหรัฐ มูลค่า 4.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 146,000 ล้านบาท)
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สมาคมโรงสีข้าวสาลีของอินโดนีเซียได้ลงนามข้อตกลงมูลค่าประมาณ 1.25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 40,000 ล้านบาท) กับคู่ค้าในสหรัฐเพื่อซื้อข้าวสาลีจากสหรัฐอย่างน้อย 1 ล้านเมตริกตันต่อปี ตั้งแต่ปี 2026 ถึงปี 2030
รายงานพิเศษของรอยเตอร์ระบุว่า ข้อตกลงนี้จะครอบคลุมการซื้อโดยบริษัทผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยักษ์ใหญ่อย่าง Indofood INDF.JK ขณะที่มีหุ้นส่วนฝ่ายสหรัฐ ได้แก่ Cargill, Bunge Global SA BG.N, Pacificor, Archer-Daniels-Midland, Columbia Grain International และ United Grain Corporation
ข้อมูลจากสมาคมโรงสีข้าวสาลีฯระบุว่า สหรัฐส่งออกข้าวสาลีเกือบ 700,000 ตัน ไปยังอินโดนีเซีย ในปี 2024 ทำให้เป็นประเทศส่งออกรายใหญ่อันดับสาม รองจากออสเตรเลียและแคนาดา
ข้อตกลงการจัดซื้อทางการเกษตรยังรวมถึงถั่วเหลือง ข้าวโพด และฝ้ายด้วย แต่ยังไม่ทราบรายละเอียดปริมาณ
ในภาพรวม อินโดนีเซียเปิดตลาด โดยเก็บภาษีแบบต่างตอบโต้กับสหรัฐ 0% ทำให้เจ้าของฟาร์มปศุสัตว์ เกษตรกร และชาวประมงสหรัฐจะสามารถเข้าถึงตลาดของอินโดนีเซียได้ทั้งหมดที่มีประชากร 280 ล้านคน