สหรัฐเปิด บันทึกความเข้าใจ MOU กับอิหร่าน ฉบับทางการ มีผลแล้ว ลงนามที่วังแวร์ซายส์
ข้อความเผยแพร่ครั้งแรก 18 มิ.ย.2026 เวลา 04.46 น. และอัพเดตล่าสุดเมื่อ 12.30 น.
สหรัฐและอิหร่านลงนามใน “บันทึกความเข้าใจ (MOU) ” อย่างเป็นทางการและมีผลบังคับใช้แล้ว ซึ่งจะยุติสงครามทุกแนวรบอย่างถาวรในทันที พร้อมเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่าน และปูทางไปสู่การเจรจาระยะที่สองคาดใช้เวลา 60 วัน ที่เป็น “ข้อตกลงสันติภาพฉบับสมบูรณ์” เกี่ยวกับข้อจำกัดใหม่ที่เข้มงวดมากขึ้นสำหรับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน
ซีเอ็นเอ็น (CNN) รายงานคลิปวิดีโอปรากฏภาพของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐลงนามในเอกสารข้อตกลงเอ็มโอยูระหว่างสหรัฐและอิหร่านในคืนวันที่ 17 มิถุนายน ตามเวลาท้องถิ่น ณ พระราชวังแวร์ซายส์ ประเทศฝรั่งเศส และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่นั้น
“ลงนามแล้ว เราลงนามที่แวร์ซายส์” ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวหลังงานเลี้ยงอาหารค่ำที่ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพในโอกาสการประชุมสุดยอด G7
ฝ่ายอิหร่านได้รับการลงนามโดยประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเกียน ด้วย ซึ่งอ้างอิงตามภาพถ่ายที่เผยแพร่โดยสื่อของรัฐ
ทั้งนี้ สำหรับพิธีลงนามทางการที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ไม่มีแล้ว


ต่อไปนี้เป็นบันทึกความเข้าใจ (MOU) สหรัฐ-อิหร่าน ฉบับทางการที่ทำเนียบขาวยืนยัน จำนวน 14 ข้อ ;
“บันทึกความเข้าใจอิสลามาบัดระหว่างสหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน”
สหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านได้เห็นพ้องร่วมกันโดยสุจริตใจ (in good faith) ณ วันที่ [ระบุวันที่] ในเรื่องดังต่อไปนี้:
ข้อ 1
สหรัฐอเมริกา สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน และพันธมิตรของตนในสงครามปัจจุบัน กำลังร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ฉบับนี้ เพื่อประกาศการยุติปฏิบัติการทางทหารในทุกแนวรบโดยทันทีและเป็นการถาวร ซึ่งรวมถึงในเลบานอน และนับจากนี้ไปต่างฝ่ายต่างให้คำมั่นสัญญาว่าจะไม่เปิดฉากสงครามหรือปฏิบัติการทางทหารใด ๆ ต่อกัน และจะละเว้นจากการข่มขู่หรือการใช้กำลังต่อกัน ตลอดจนสร้างความมั่นใจในบูรณภาพแห่งดินแดนและอธิปไตยของเลบานอน ทั้งนี้ ข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ (Final Deal) จะยืนยันการยุติสงครามเป็นการถาวรในทุกแนวรบ ซึ่งรวมถึงในเลบานอนและข้อกำหนดอื่น ๆ ในย่อหน้านี้
ข้อ 2
สหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านให้คำมั่นที่จะเคารพในอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน และจะละเว้นจากการแทรกแซงกิจการภายในของอีกฝ่ายหนึ่ง
ข้อ 3
สหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านมุ่งมั่นที่จะเจรจาและบรรลุข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ภายในระยะเวลาสูงสุด 60 วัน โดยสามารถขยายเวลาออกไปได้ด้วยความยินยอมร่วมกันของทั้งสองฝ่าย
ข้อ 4
ในทันทีเมื่อมีการลงนามในบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ สหรัฐอเมริกาจะเริ่มดำเนินการยกเลิกการปิดล้อมทางเรือ ตลอดจนการรบกวนหรืออุปสรรคใด ๆ ต่อสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน และจะสิ้นสุดการปิดล้อมทางเรืออย่างสมบูรณ์ภายใน 30 วัน โดยในระหว่างนี้ การสัญจรของเรือต่าง ๆ จะเป็นไปตามสัดส่วนของจำนวนการสัญจรในช่วงก่อนเกิดสงคราม ที่กำลังได้รับการฟื้นฟูโดยสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน นอกจากนี้ สหรัฐอเมริกาให้คำมั่นเพิ่มเติมว่าจะถอนกองกำลังของตนออกจากพื้นที่ใกล้เคียงกับสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านภายใน 30 วันหลังจากข้อตกลงฉบับสมบูรณ์มีผลบังคับใช้
ข้อ 5
เมื่อมีการลงนามในบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านจะดำเนินการโดยใช้ความพยายามอย่างสูงสุดเพื่อจัดให้มีเส้นทางผ่านที่ปลอดภัยสำหรับเรือพาณิชย์โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เป็นระยะเวลา 60 วันเท่านั้น จากอ่าวเปอร์เซียไปยังทะเลโอมานและในทางกลับกัน การสัญจรของเรือพาณิชย์จะเริ่มต้นขึ้นทันที และเมื่อพิจารณาถึงความจำเป็นในการขจัดอุปสรรคทางเทคนิคและทางทหาร การเก็บกู้ทุ่นระเบิดโดยสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านจะถูกกำหนดให้เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านจะหารือกับรัฐสุลต่านโอมานเพื่อกำหนดแนวทางการบริหารจัดการและการบริการทางทะเลในอนาคตบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ โดยจะหารือร่วมกับรัฐชายฝั่งอ่าวเปอร์เซียอื่น ๆ ด้วยให้สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศที่บังคับใช้และสิทธิอธิปไตยของรัฐชายฝั่งแห่งช่องแคบฮอร์มุซ
ข้อ 6
สหรัฐอเมริกาให้คำมั่นสัญญาร่วมกับพันธมิตรในภูมิภาคที่จะพัฒนาแผนการที่ชัดเจนและเป็นที่ตกลงร่วมกัน ด้วยเม็ดเงินอย่างน้อย 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อการฟื้นฟูและการพัฒนาเศรษฐกิจของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน โดยกลไกสำหรับการดำเนินงานตามแผนการนี้จะถูกสรุปให้เสร็จสิ้นในฐานะส่วนหนึ่งของข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ภายใน 60 วัน ทั้งนี้ ใบอนุญาต การผ่อนปรน และการอนุมัติที่จำเป็นทั้งหมดสำหรับการทำธุรกรรมทางการเงินที่เกี่ยวข้องจะได้รับการอนุมัติโดยสหรัฐอเมริกา
ข้อ 7
สหรัฐอเมริกาให้คำมั่นที่จะยุติมาตรการคว่ำบาตรทุกประเภทต่อสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ซึ่งรวมถึงมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ มติของคณะผู้ว่าการทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) และมาตรการคว่ำบาตรฝ่ายเดียวทั้งหมดของสหรัฐทั้งในระดับปฐมภูมิและทุติยภูมิ (Primary and Secondary Sanctions) ตามตารางกำหนดเวลาที่ตกลงกันไว้ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ สหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านตระหนักถึงความสำคัญอย่างยิ่งยวดของประเด็นการยุติมาตรการคว่ำบาตรดังกล่าวข้างต้น และได้แสดงเจตนารมณ์ร่วมกันที่จะหยิบยกประเด็นเหล่านี้ขึ้นมาจัดการโดยทันทีในการเจรจาเพื่อให้บรรลุข้อตกลงร่วมกัน
ข้อ 8
สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านยืนยันอีกครั้งว่าตนจะไม่จัดหาหรือพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ สหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านได้ตกลงที่จะจัดการกับวัสดุเสริมสมรรถนะ (ยูเรเนียม) ที่จัดเก็บสะสมไว้ตามกลไกที่จะตกลงร่วมกัน โดยให้สอดคล้องกับตารางเวลาที่ระบุไว้ในย่อหน้าที่ 7 ด้วยวิธีการปฏิบัติตามมารฐานขั้นต่ำคือการลดระดับความเข้มข้นในพื้นที่ปฏิบัติการ (Down-blended on site) ภายใต้การกำกับดูแลของ IAEA ทั้งสองฝ่ายยังตกลงที่จะหารือในประเด็นการเสริมสมรรถนะและเรื่องอื่น ๆ ที่ตกลงร่วมกันซึ่งเกี่ยวข้องกับความต้องการทางนิวเคลียร์ของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน โดยอิงตามกรอบการดำเนินงานที่เป็นที่น่าพอใจซึ่งจะตกลงกันในข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ ข้อตกลงฉบับสมบูรณ์จะยืนยันข้อกำหนดในย่อหน้านี้ สหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านตระหนักถึงความสำคัญอย่างยิ่งยวดของประเด็นทางนิวเคลียร์ดังกล่าวข้างต้น และแสดงเจตนารมณ์ที่จะหยิบยกประเด็นเหล่านี้ขึ้นมาจัดการโดยทันทีในการเจรจาเพื่อให้บรรลุข้อตกลงร่วมกัน
ข้อ 9
ในระหว่างที่รอข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ สหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านตกลงที่จะรักษาสถานะเดิมไว้ (Maintain the status quo) โดยสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านจะรักษาสถานะปัจจุบันของโครงการนิวเคลียร์ของตนไว้ และสหรัฐอเมริกาจะไม่กำหนดมาตรการคว่ำบาตรใหม่ ๆ และจะไม่ส่งกำลังทหารเพิ่มเติมเข้ามาในภูมิภาค
ข้อ 10
สหรัฐอเมริกาให้คำมั่นว่าในทันทีเมื่อมีการลงนามในบันทึกความเข้าใจฉบับนี้และไปจนกว่าการคว่ำบาตรจะสิ้นสุดลง กระทรวงการคลังสหรัฐจะออกข้อยกเว้น (Waivers) สำหรับการส่งออกน้ำมันดิบ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม และอนุพันธ์ปิโตรเลียมของอิหร่าน ตลอดจนบริการที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งรวมถึงธุรกรรมทางธนาคาร การประกันภัย การขนส่ง และอื่น ๆ
ข้อ 11
สหรัฐอเมริกาให้คำมั่นที่จะเปิดทางให้เงินทุนและสินทรัพย์ของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านที่เคยถูกอายัดหรือถูกจำกัดสิทธิ์ สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่เมื่อมีการปฏิบัติตามบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ สหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านจะตกลงร่วมกันเกี่ยวกับขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยเงินทุนเหล่านี้ในระหว่างการเจรจา เงินทุนดังกล่าว ไม่ว่าจะคงไว้ในบัญชีเดิมหรือถูกโอนย้าย จะต้องสามารถนำไปใช้ชำระเงินได้อย่างเต็มที่ให้กับผู้รับประโยชน์ขั้นสุดท้ายรายใด ๆ ที่กำหนดโดยธนาคารกลางแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน สหรัฐอเมริกาให้คำมั่นที่จะออกใบอนุญาตและการอนุมัติที่จำเป็นทั้งหมดตามนั้น
ข้อ 12
สหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านเห็นพ้องร่วมกันว่าจะมีการจัดตั้งกลไกฝ่ายบริหารเพื่อตรวจสอบความสำเร็จในการปฏิบัติตามบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ และการปฏิบัติตามข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ในอนาคต
ข้อ 13
หลังจากลงนามในบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ และขึ้นอยู่กับการเริ่มต้นปฏิบัติตามย่อหน้าที่ 1, 4, 5, 10 และ 11 ของบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ ตลอดจนการดำเนินมาตรการเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง สหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านจะเริ่มเปิดฉากการเจรจาเกี่ยวกับข้อตกลงฉบับสมบูรณ์โดยเฉพาะในย่อหน้าอื่น ๆ ที่เหลือ
ข้อ 14
ข้อตกลงฉบับสมบูรณ์จะได้รับการรับรองโดยมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย
สำหรับพระราชวังแวร์ซายส์ ประเทศฝรั่งเศส ฝ่ายสัมพันธมิตรและจักรวรรดิเยอรมันลงนามสนธิสัญญาแวร์ซายส์ (Treaty of Versailles) ซึ่งคือข้อตกลงสันติภาพที่สำคัญที่สุดซึ่งลงนามเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน ค.ศ. 1919 ณ ห้องกระจกภายในพระราชวังฯ เพื่อยุติสงครามโลกครั้งที่ 1 อย่างเป็นทางการ
เมื่อเกือบ 107 ปีที่แล้ว ในวันที่ 28 มิถุนายน ค.ศ. 1919 ประธานาธิบดีวูดโรว์ วิลสัน ผู้นำสหรัฐอเมริกาในขณะนั้น ได้ลงนามในสนธิสัญญาแวร์ซายส์เพื่อยุติสงครามโลกครั้งที่ 1 ณ พระราชวังแวร์ซายส์ สนธิสัญญานี้ลงนามโดยพันธมิตรสำคัญของสหรัฐ อย่างฝรั่งเศสและอังกฤษด้วย ซึ่งเป็นการยุติการสู้รบกับเยอรมนีและพันธมิตรอย่างเป็นทางการที่ยาวนานถึงสี่ปี
เมื่อ 17 มิถุนายน 2026 สหรัฐอเมริกาได้เผยแพร่ข้อความอย่างเป็นทางการของบันทึกความเข้าใจที่บรรลุข้อตกลงกับอิหร่านเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ตามข้างต้น
ซีเอ็นเอ็น (CNN) รายงานอีกว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลสหรัฐได้อ่านเอกสาร 14 ข้อ ซึ่งระบุถึงข้อกำหนดสำหรับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง การผ่อนปรนข้อจำกัดทางการเงินบางประการต่ออิหร่าน และกำหนดความคาดหวังสำหรับการแก้ไขปัญหาโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านในระหว่างการเจรจาทางเทคนิคในอนาคต
เอกสารดังกล่าวมีชื่อว่า “บันทึกความเข้าใจอิสลามาบัดระหว่างสหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน” ตามชื่อเมืองหลวงของปากีสถานที่มีบทบาทเป็นผู้ไกล่เกลี่ย การเผยแพร่เอกสารนี้เกิดขึ้นหลังจากมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าข้อความของเอกสารไม่ได้ถูกเผยแพร่ต่อสาธารณะ
ก่อนหน้านี้ สหรัฐและอิหร่านลงนามในบันทึกความเข้าใจแล้วผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ เมื่อ 14 มิถุนายน ลงนามโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐและเจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐและโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน จนกระทั่งมีการลงนามในเอกสารอย่างเป็นทางการเมื่อ 17 มิถุนายนในห้วงการประชุม G 7 ที่ฝรั่งเศส ซึ่งภายหลังเผยแพร่ข้อความในบันทึกความเข้าใจอย่างเป็นทางการทั้ง 14 ข้อ ก็มีภาพวิดีโอของทรัมป์กำลังนามในเอกสารดังรายงานข้างต้น
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ออกคำขู่รุนแรงครั้งใหม่
เอบีซี นิวส์ (ABC News) และรอยเตอร์ (Reuters) รายงานว่า ทรัมป์ใช้การแถลงข่าวในระหว่างการประชุม G7 เพื่อเตือนอย่างชัดเจนเกี่ยวกับสิ่งที่อาจเกิดขึ้น หากอิหร่านไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง อย่างไรก็ดี อย่างไรก็ดี ไม่ชัดเจนว่า คำขู่เกิดก่อนหรือหลังการลงนาม
ซีเอ็นบีซีรายงานว่า คำขู่นี้เกิดขึ้นก่อนการลงนามในเอกสารเอ็มโอยู
เขาย้ำว่าบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ยังไม่เป็นที่สิ้นสุด และเขาสามารถกลับไปทิ้งระเบิดได้อีกครั้งหากอิหร่านไม่เคารพข้อตกลง
“ถ้าพวกเขาไม่เคารพข้อตกลงนี้ เราอาจจะกลับไปทิ้งระเบิดพวกเขาจนกว่าพวกเขาจะเคารพ” เขากล่าว
“เราจะทิ้งระเบิดพวกเขาอย่างหนักหากพวกเขาละเมิดข้อตกลง ผมไม่อยากให้พวกเขาละเมิด ผมอยากให้พวกเขาเคารพข้อตกลง”
“ในสงคราม สิ่งเลวร้ายมักเกิดขึ้น” ทรัมป์กล่าว