Skip to content

YLG คาดราคาทองคำครึ่งปีหลังมีโอกาส New High ที่ 3,650 ดอลลาร์

18 ก.ค. 2568 | 16:44น.
YLG คาดราคาทองคำครึ่งปีหลังมีโอกาส New High ที่ 3,650 ดอลลาร์

วายแอลจี ประเมินราคายังมีโอกาสทำจุดสูงสุดใหม่ในครึ่งปีหลังที่ 3,650 ดอลลาร์ และหากเกิดภาวะ “Stagflation” หนุนราคามีโอกาสพุ่งอีก 10-15% คาดระยะสั้นทองคำเคลื่อนไหวในกรอบ 3,300-3,375 ดอลลาร์ พร้อมเปิดนักลงทุนขั้นต่ำ 100 บาท ผ่านแอป “Get Gold by YLG” สามารถซื้อ-ขายทองคำ Gold Spot แบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมง

นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) เปิดเผยว่า จากการประเมินของ YLG คาดว่าราคาทองคำยังมีโอกาสสร้างจุดสูงสุดใหม่อีกในครึ่งปีหลัง แม้ว่าล่าสุดราคาจะปรับตัวลดลง แต่มองว่าเป็นการขายทำกำไรระยะสั้น หลังจากที่ครึ่งปีแรกทองคำปรับตัวขึ้นแรงถึง 26% ซึ่งให้ผลตอบแทนสองหลักในทุกสกุลเงินทั่วโลก

โดยปัจจัยที่สนับสนุนให้ราคาทองคำปรับขึ้นไปในช่วงดังกล่าว มาจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่า ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางภูมิรัฐศาสตร์ที่มีความไม่แน่นอนสูง ส่งผลให้ความต้องการลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มสูงขึ้น

นอกจากนี้ แม้ว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่สูงขึ้นจะเป็นปัจจัยที่เข้ามาสกัดทิศทางขาขึ้นของทองคำระยะสั้น จากกระแสข่าวเจอโรม พาวเวลล์ อาจถูกปลดจากตําแหน่งประธานเฟด

อย่างไรก็ดี ปัจจัยดังกล่าวนับเป็นความไม่แน่นอนต่อระบบการเงินสหรัฐ จนเกิดการ Sell America ทิ้งดอลลาร์และพันธบัตรสหรัฐ จึงยังถือเป็นแรงหนุนต่อทองคำด้วยเช่นกัน

ส่วนแนวโน้มทองคำในครึ่งปีหลัง YLG ยังคงให้น้ำหนักในการแกว่งตัวขึ้น และคงเป้าหมายแรกที่ 3,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ โดยหากสามารถขึ้นทำระดับสูงสุดครั้งใหม่ได้ มองเป้าหมายถัดไปที่ 3,650 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์

ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองของสภาทองคำโลก ที่ล่าสุดได้เปิดเผยมุมมองทิศทางทองคำครึ่งปีหลังว่า จากกรณีพื้นฐาน (Consensus Expectations) ทองคำยังมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นได้เล็กน้อยอีก 0-5% หากช่วงที่เหลือของปีนี้ เฟดมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.50% ตามคาดการณ์ ประกอบความผันผวนในตลาดที่ยังคงอยู่

แต่หากเศรษฐกิจไม่ได้เป็นไปตามที่คาดการณ์ ในกรณีที่ดีที่สุด (Bull Case) ทองคำจะปรับตัวขึ้นได้อีกถึง 10-15% หากสหรัฐเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจชะงักงันพร้อมเงินเฟ้อที่รุนแรง (Stagflation) ประกอบกับความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น

จนกระตุ้นความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างมีนัยสำคัญอีกครั้ง พร้อมมองว่าความขัดแย้งที่เกิดขึ้นอย่างเป็นวงกว้างและต่อเนื่องในหลายพื้นที่นั้น อาจไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ในสภาพแวดล้อมปัจจุบันด้วยเวลาอันสั้น ซึ่งจะยิ่งช่วยผลักดันให้ทองคำปรับมากขึ้นในปีนี้

สำหรับทิศทางการเคลื่อนไหวของทองคำในช่วงนี้ มองว่าระยะสั้นแกว่งตัวอยู่ในทิศทาง Sideway เพื่อรอปัจจัยใหม่ ๆ เข้ามาส่งผลต่อราคา โดยมองกรอบแนวรับระยะสั้นที่ 3,320-3,310 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ ส่วนแนวต้านมองที่ 3,375-3,400 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ ส่วนทองคำในประเทศมองระยะสั้นเคลื่อนไหวในกรอบ 50,800-52,100 บาทต่อบาททองคำ

นักลงทุนที่ต้องการลงทุนในทองคำ แต่มีเงินลงทุนเริ่มต้นจำกัด YLG ได้เปิดให้บริการ Gold Wallet บนแอปเป๋าตัง บริการซื้อขายทองคำแท่ง 99.99% ด้วยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง ด้วยราคาเรียลไทม์ ซื้อขายทองต่อครั้งด้วยขั้นต่ำ 0.1 ออนซ์ สูงสุดแบบเต็มเพดานได้สูงสุดถึง 700 ออนซ์ หรือ 20 กิโลกรัม

ส่วนนักลงทุนรายย่อยที่ต้องการลงทุนระยะยาวนั้น แนะนำสะสมแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน DCA (Dollar-Cost-Average) เป็นอีกหนึ่งวิธีที่น่าสนใจ เพราะจะทำให้นักลงทุนสามารถสร้างวินัยการสะสมทอง และเข้าถึงราคาทองได้หลากหลาย อีกทั้งปัจจุบันยังสามารถตั้งเวลาซื้อล่วงหน้าได้อีกด้วย

สำหรับนักลงทุนมือใหม่วายแอลจีแนะนำแอปพลิเคชั่น Get Gold by YLG ที่วายแอลจีเปิดให้บริการสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในทองคำ โดยใช้เงินลงทุนเพียง 100 บาท ได้รับการตอบรับอย่างดี เนื่องจากตอบโจทย์การลงทุนของคนรุ่นใหม่ที่สามารถซื้อ-ขายทองคำ Gold Spot แบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมง เข้าถึงง่ายด้วยสมาร์ทโฟน และมีความน่าเชื่อถือด้านความปลอดภัย สามารถทำกำไรได้จริง

โดยผู้สมัครสามารถยืนยันตัวตนพร้อมยื่นเอกสารผ่านแอปพลิเคชั่น รู้ผลอนุมัติได้ภายในวันเดียว และสามารถซื้อ-ขายทองคำได้ทันที เปิดให้ลงทุนเริ่มที่ 100 บาท ไปจนถึง 80 กิโลกรัมต่อ 1 วัน ผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นได้ที่ App Store และ Play Store