10 ปี ‘อิ้งค์ วรันธร’ จาก “เหงา เหงา” สู่ “10 ปีว่าไม่เท่าตาเห็น”
INK Waruntorn อิ้งค์ วรันธร
ทำความรู้จัก “อิ้งค์ วรันธร เปานิล” เจ้าหญิงซินธ์ป๊อบแห่งวงการ T-POP กับเรื่องราวบนเส้นทางดนตรีตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่เพลง “เหงา เหงา” สู่คอนเสิร์ตใหญ่ “10 ปีว่าไม่เท่าตาเห็น”
เชื่อว่าชั่วโมงนี้ คงไม่มีใครไม่รู้จัก “อิ้งค์ วรันธร เปานิล” ศิลปินหญิง T-POP ที่เดินบนเส้นทางสายดนตรีในนาม “INK WARUNTORN” มานานถึง 10 ปี ด้วยเอกลักษณ์ เสียงร้อง และเสน่ห์ที่ทำให้ใคร ๆ ก็หลงรัก
และวันนี้ อิ้งค์ วรันธร กำลังจะฉลอง 1 ทศวรรษบนเส้นทางดนตรี ผ่านคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งล่าสุดในชื่อ “10 ปีว่าไม่เท่าตาเห็น” ที่บัตรคอนเสิร์ตขายหมดอย่างรวดเร็วอีกครั้ง ไม่แพ้ “INKSYLAND ดินแดนขยี้ใจ” คอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกในชีวิตของเธอ
“ประชาชาติธุรกิจ” ชวนย้อนดูเรื่องราวบนเส้นทางดนตรี ตั้งแต่สมัยเด็ก จนถึงวันนี้ที่เธอคือ ‘INK WARUNTORN’ ที่ใคร ๆ ก็รู้จัก
อิ้งค์ วรันธร คือใคร?
อิ้งค์ วรันธร หรือ วรันธร เปานิล เกิดเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2537 จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาดุริยางคศิลป์ตะวันตก เอกขับร้องคลาสสิค คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (เกียรตินิยมอันดับ 2)
อิ้งค์ วรันธร เข้าสู่เส้นทางของการร้องเพลง จากการประกวดร้องเพลงเวทีต่าง ๆ อยู่หลายครั้ง ก่อนจะได้เข้าสู่วงการบันเทิงทั้งการร้องเพลง และการแสดงต่าง ๆ


“ก่อนมะลิบาน” กับบทบาทของคอรัสเด็ก
ผลงานแรกสุดในวงการบันเทิงของ อิ้งค์ วรันธร คือการเป็นนักร้องคอรัสตัวน้อยในเพลง “ก่อนมะลิบาน” ของวง TIME เมื่อปี 2548 ซึ่งขณะนั้น อิ้งค์ วรันธร ยังเรียนอยู่ระดับชั้น ป.2 เท่านั้น กับท่อนฮุกสุดโด่งดังที่ว่า
“ก็อยากให้ไฟแดงนานกว่านี้หน่อย เผื่อว่าจะได้ขายมาลัยให้หมด ถ้าหากว่าวันนี้มีไฟเขียวบ่อย ก็คงขาดทุน ไม่มีใครอยากซื้อมะลิบาน ๆ”
อิ้งค์ วรันธร ให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD POP ถึงที่มาของการได้เป็นคอรัสเด็กในเพลงนี้ว่า เกิดจากเพื่อนสนิทที่นั่งข้าง ๆ กันสมัยเรียนประถมศึกษา เป็นลูกของ โอ๊บ-เพิ่มศักดิ์ พิสิษฐ์สังฆการ มือคีย์บอร์ดของวง TIME และเห็นความสามารถของ อิ้งค์ วรันธร ในการร้องเพลง การอ่านทำนองเสนาะมาตลอด จึงแนะนำให้พ่อรู้จัก และได้ไปแคสติ้ง จนได้รับเลือกให้ร้องคอรัสเพลงดังกล่าวในที่สุด
“Chilli White Choc” และการเป็นศิลปินครั้งแรก
หลังจากเป็นคอรัสตัวน้อยใน “ก่อนมะลิบาน” ไปแล้ว ระหว่างนั้น อิ้งค์ วรันธร ในวัยประถมฯ ก็ยังคงเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในการร้องเพลงจากการประกวดเวทีต่าง ๆ และเรียนร้องเพลงไปด้วย
กระทั่ง อิ้งค์ วรันธร ในวัยมัธยม ได้มีโอกาสเป็นศิลปินอย่างเต็มตัวกับ “กามิกาเซ่ (Kamikaze)” ค่ายเพลงวัยรุ่นของ อาร์เอส (RS) หนึ่งในค่ายเพลงที่วัยรุ่นยุค 2000 รู้จักเป็นอย่างดี
การได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งใน Kamikaze ของ อิ้งค์ วรันธร นั้น เริ่มต้นจากการเรียนอยู่ในโรงเรียนสอนร้องเพลงของ กานต์ จั่นทอง หรือ ครูกานต์ KPN และมีทีมแคสติ้งตระเวนไปตามโรงเรียนต่าง ๆ เพื่อค้นหาศิลปินรุ่นใหม่มาร่วมงานในค่าย Kamikaze ซึ่ง ณ เวลานั้น กำลังอยู่ในช่วงที่ฟอร์มค่ายใหม่
และ อิ้งค์ วรันธร คือหนึ่งในคนที่ถูกเลือกให้มาร่วมงานกับ Kamikaze ในฐานะสมาชิกวง ชิลลี่ไวท์ช็อก (Chilli White Choc) และมีเพลงที่แฟนคลับค่ายเพลงนี้ในช่วงนั้น จำได้และติดหู คือ Chatsanova และ Special Friend
บอกลาการเป็น “ศิลปิน” (ชั่วคราว)
อิ้งค์ วรันธร กล่าวในรายการ ป๋าเต็ดทอล์ก เล่าถึงจุดเปลี่ยนที่ทำให้ต้องบอกลาการเป็นศิลปินไปชั่วคราวในตอนนั้นว่า ช่วงที่จบผลงานอัลบั้มแรกใหม่ ๆ ขณะนั้นศึกษาอยู่ในระดับชั้น ม.3 ผลการเรียนของตัวเองไม่ดีอย่างมาก และกังวลว่าจะทำให้สอบเข้าเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้นไม่ได้ จึงตัดสินใจทิ้งชีวิตการเป็นศิลปินในตอนนั้น และกลับมาโฟกัสกับการเรียนให้เต็มที่ก่อน
และเลือกที่จะเรียนในสิ่งที่ชอบและรักที่จะทำ นั่นคือ ด้านดุริยางคศิลป์-การร้องเพลง ตั้งแต่การเลือกสายการเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จนถึงการเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี
ระหว่างเส้นทางการเรียนของ อิ้งค์ วรันธร ยังได้เรียนร้องเพลงอย่างต่อเนื่อง และมีโอกาสได้ลองทำสิ่งต่าง ๆ มากมาย ทั้งการเป็นจุฬาฯ คฑากร แสดงละครเวที และทดลองเป็นครูสอนร้องเพลงในโรงเรียนดนตรี
“SNAP แค่…ได้คิดถึง” และการกลับมานับหนึ่งในวงการบันเทิง
ท่ามกลางความลองผิดลองถูกของ อิ้งค์ วรันธร วัยมหา’ลัยนั้น โอกาสในวงการบันเทิงก็กลับมาอีกครั้ง โดยการเป็น “นางเอก” ในภาพยนตร์ “SNAP แค่…ได้คิดถึง” ของ คงเดช จาตุรันต์รัศมี หนึ่งในผู้กำกับมากฝีมือของไทย
คงเดช เคยเล่าว่า ที่ตัดสินใจเลือก อิ้งค์ วรันธร ซึ่งไม่เคยเจอหน้ากันมาก่อน ดูคลิปตอนแคสติ้งแล้วรู้สึกไม่เวิร์ค แต่มันมีบางอย่างที่เราสนใจ และเมื่อได้มานั่งคุยกันเราคุยกันได้เป็นชั่วโมง และยังรู้สึกอยากคุยต่ออีก แม้ยังไม่รู้ว่าจะคุยเรื่องอะไรต่อ
คงเดช ให้คำอธิบายสิ่งนี้เพิ่มเติมว่า ถ้า อิ้งค์ วรันธร เป็นนักแสดง เท่ากับว่าอิ้งค์ยังมีอะไรให้ค้นอีกเยอะ นี่เป็นแค่ chapter แรก และในขณะนั้นมองว่า ปีนี้เป็นปีที่ อิ้งค์ วรันธร พร้อมจะพิมพ์บทใหม่ ๆ ให้คนได้เห็นอีก
และผลงาน “SNAP แค่…ได้คิดถึง” ก็เป็นผลงานบนจอเงินครั้งแรกของเธอ ก่อนที่ อิ้งค์ วรันธร และ คงเดช จะโคจรกลับมาร่วมงานกันอีกครั้ง ทั้งการเป็นนักแสดงรับเชิญในภาพยนตร์สั้น “สตราโตสเฟียร์” ซึ่งเป็นภาพยนตร์สั้น ขยายเรื่องราวจากภาพยนตร์ “Where We Belong ที่ตรงนั้น มีฉันหรือเปล่า” และกลับมาเป็นนักแสดงหลักอีกครั้งในภาพยนตร์เรื่อง “แอน (Faces of Anne)”
อิ้งค์ วรันธร และ BOXX MUSIC
หลังจาก “SNAP แค่…ได้คิดถึง” ผลงานภาพยนตร์ครั้งแรกแล้ว อิ้งค์ วรันธร ยังได้รับคำชวนจาก “น้าโอ๊บ” ให้มาร่วมเป็นศิลปิน โดยเริ่มต้นจากเพลง “เพลงรักเพลงแรก” ในสังกัด Music Move (Move Records ในปัจจุบัน) และเป็นศิลปินเดี่ยวเต็มตัวในค่าย BOXX MUSIC (ในเครือ Muzik Move) เมื่อปี 2559 ด้วยผลงานแรก “เหงา เหงา (Insomnia)”
ตั้งแต่ผลงานเพลงแรก จนถึงเพลงปัจจุบัน ถูกถ่ายทอดในแนวดนตรี ซินธ์ป๊อป (Synth Pop) แนวดนตรีที่นิยมอย่างมากในยุคอดีต เป็นดนตรีที่นำเครื่องสังเคราะห์ หรือ Electronic Sound มาสร้างบรรยากาศของเพลง
และแนวดนตรี Synth Pop เอง กลายเป็นหนึ่งในลายเซ็นที่ทุกคนจะนึกถึง อิ้งค์ วรันธร จนถูกขนานนามแล้วว่าเป็น “เจ้าหญิงซินธ์ป๊อป (Princess of Synth Pop)”
ตั้งแต่ผลงานเดี่ยวเพลงแรกของ อิ้งค์ วรันธร เมื่อปี 2559 จนถึงปัจจุบัน มีผลงานเพลงมาแล้วนับสิบเพลง และหลาย ๆ เพลง สามารถสร้างความนิยมได้เป็นอย่างมาก อาทิ ดีใจด้วยนะ (Glad), ลบไม่ได้ช่วยให้ลืม (Erase), เกี่ยวกันไหม (You?), สายตาหลอกกันไม่ได้ (Eyes Don’t Lie), ชอบอยู่คนเดียว, พบรัก, ฝากใจ
นอกจากนี้ อิ้งค์ วรันธร ยังมีผลงานอื่น ๆ ทั้งซีรีส์ “อนาคต ตอน นิราศแกะดำ” การพากย์เสียงภาพยนตร์แอนิเมชั่น โดยเฉพาะเรื่อง “WISH พรมหัศจรรย์” เมื่อปี 2566 รวมถึงยังได้เป็นพรีเซนเตอร์ แบรนด์แอมบาสเดอร์ให้กับสินค้ามากมาย ตั้งแต่รถยนต์ แฟชั่น จนถึงแบรนด์ของกิน ของใช้ต่าง ๆ
ขณะเดียวกัน การเพิ่มขึ้นของความนิยมและแฟนคลับของ อิ้งค์ วรันธร ไม่ใช่เพียงสิ่งเดียวที่เป็นผลลัพธ์ตลอด 10 ปี แต่ อิ้งค์ วรันธร ยังได้รับรางวัลมาแล้วไม่น้อย ทั้งรางวัลศิลปินหญิงยอดเยี่ยมแห่งปี จากเวที Guitar Mag Awards 2021 และรางวัล Best Asian Artist Thailand จากงาน 2020 MAMA (Mnet ASIAN MUSIC AWARDS) รางวัล Most Played (เพลง “พบรัก”) จากเวที Line Melody Music Awards 2025


เดินทางสู่ “10 ปีว่าไม่เท่าตาเห็น”
ตลอดการเดินทาง 10 ปี บนเส้นทางดนตรีของ อิ้งค์ วรันธร ในฐานศิลปินเดี่ยว ผ่านหมุดหมายการจัดคอนเสิร์ตมาแล้วถึง 4 ครั้ง ได้แก่ Just A Little Bliss Concert (ปี 2561) INK WARUNTORN SECRET BETWEEN US CONCERT (ปี 2562) INKSYLAND ดินแดนขยี้ใจ (ปี 2565) และ Ink Waruntorn ‘Close Up’ Concert (ปี 2567)
จนถึงคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งล่าสุด “INK WARUNTORN 10 ปีว่าไม่เท่าตาเห็น” ที่กำลังจะเกิดขึ้นวันนี้และวันพรุ่งนี้ (2-3 สิงหาคม 2568)
ข่าวสด เคยเปิดเผยบทสัมภาษณ์หลังงานแถลงข่าวคอนเสิร์ตใหญ่ “INK WARUNTORN 10 ปีว่าไม่เท่าตาเห็น” โดยยอมรับว่า เป็นช่วงเวลาที่ผ่านไปไวมาก แฟน ๆ ก็เติบโตขึ้น และมีความทรงจำร่วมกันที่ก้อนใหญ่มาก
“สำหรับหนู 10 ปีมันผ่านไปไวมากเลย แล้วก็เป็น 10 ปีที่เราเริ่มจากศูนย์พร้อมพี่ๆ ในค่ายเลย จนวันนี้เราเติบโตขึ้นทุกปี แฟนๆ ก็เติบโตขึ้นกับเราด้วยก็รู้สึกว่ามีความทรงจำร่วมกันก้อนใหญ่มากๆ ดีใจมากที่ได้เป็น อิ้งค์ วรันธร มา 10 ปี” อิ้งค์ วรันธร กล่าว
ขณะที่คอนเสิร์ต 10 ปีว่าไม่เท่าตาเห็น ที่จัดขึ้นครั้งนี้ อิ้งค์ วรันธร ยอมรับว่า อยากให้คอนเสิร์ตครั้งนี้ เป็นโอกาสที่จะได้มาเจอกัน สร้างความทรงจำที่ดีร่วมกัน
“ตั้งแต่เรามาเป็นศิลปินทุกคนจะชอบบอกว่าเดี๋ยวปีนี้จะเจอแบบนี้ ปีนี้จะเจอแบบนั้น เดี๋ยวเราก็จะต้องผ่านจุดท้อจุดโน่นจดนี่ ซึ่งเราคิดว่าเราผ่านมาได้หมดแล้ว พอมันมาถึง 10 ปีมันทำให้รู้สึกว่านี่แหละ 10 ปีว่าที่เขาบอกมันไม่เท่าตาเห็นเลย อีกอย่างหนึ่งก็คือแฟนๆ ด้วยฟังเพลงเรามาเป็น 10 ปีแล้ว แต่ยังไม่เคยเจอเรา ยังไม่เคยดูคอนเสิร์ตใหญ่เลย หนูก็เลยรู้สึกว่าอันนี้เป็นโอกาสดีที่เราจะได้มาเจอกัน เพราะการฟังเพลงอยู่บ้านกับการมาดูคอนเสิร์ตแล้วมาเจอกัน น่าจะเป็นความทรงจำที่ดีร่วมกัน ไม่เท่าตาเห็นหรอก“

ตลอด 10 ปีที่ผ่านมาของ อิ้งค์ วรันธร ทั้งผลงานต่าง ๆ ที่ได้รับการตอบรับที่ดี บวกกับความน่ารัก ความสดใส ความใส่ใจแฟนคลับ ไม่เพียงแต่ทำให้แฟนคลับดั้งเดิมยังติดตามผลงานต่ออย่างเหนียวแน่นแล้ว แต่ยังทำให้มีแฟนคลับใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และถือเป็นอีกหนึ่งศิลปินที่สามารถฝ่ากระแสความโด่งดังแบบฉาบฉวย ที่มาไวไปไวอย่างมากในสังคมปัจจุบันนี้ และโด่งดังด้วยความสามารถที่ฟูมฟักและเรียนรู้มาตลอดระยะเวลาการเป็นศิลปินเดี่ยว
ข้อมูลจาก
- THE STANDARD POP
- ป๋าเต็ดทอล์ก
- BOXX MUSIC (อิ้งค์-วรันธร vs คงเดช, บทเพลง ‘เกี่ยวกันไหม’ คือ ‘ความสดใส’ ในแบบฉบับของ อิ้งค์ วรันธร, ความทรงจำเบื้องหลังน้ำตาและคำสัญญาว่าจะไม่หยุดวิ่ง)
- Vogue Thailand
- The Modernist (เพราะสายตาหลอกกันไม่ได้ จึงทำให้เธอยังรู้สึกดีกับปัจจุบัน – รู้จัก “อิ้งค์ วรันธร” ให้มากขึ้น, จาก ‘เหงา เหงา’ สู่ ‘กลับก่อนนะ’ – เรื่องราวของ ‘ความรัก’ ในเพลงต่างๆ ของนักร้องสาวสดใส ‘อิ้งค์ วรันธร’)