สุขภาพดีไม่จำเป็นต้องจ่ายแพง ? ส่องความเห็นโลกออนไลน์หลากความเห็นหลัง “ท๊อป จิรายุส” แชร์แนวคิดรักสุขภาพได้โดยไม่จำเป็นต้องจ่ายเงิน
สำหรับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต หรือเทรนด์การรักสุขภาพที่กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง ก็จะเห็นได้ว่ากิจกรรมหลังเลิกงาน นอกจากการดื่มหรือกินเลี้ยงสังสรรค์ ถูกแทนที่ด้วยการชวนกันไปออกกำลังกายกันมากขึ้นในกีฬาที่สามารถเล่นร่วมกันหลายคนได้
เทรนด์เหล่านี้ถูกตอกย้ำด้วยอินฟลูเอนเซอร์บนอินเทอร์เน็ตหลายคนที่สนับสนุนไลฟ์สไตล์แบบรักสุขภาพกันมากขึ้น เช่นเดียวกับ “ท๊อป จิรายุส” หรือ “จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา” ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม Bitkub หรือ “บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์” ที่ออกมาโพสต์ถึงการมีสุขภาพที่ดี โดยระบุว่าหลายกิจกรรมที่ทำแล้วสุขภาพดีนั้น ไม่จำเป็นต้องจ่ายแพง และเริ่มต้นง่าย ๆ ได้จากตัวเรา ซึ่งโพสต์นี้ก็กลายเป็นกระแสที่พูดถึงอย่างมากในช่วงวันหยุดที่ผ่านมา
ข้อความฉบับเต็ม
“หลายคนคงคิดว่า การมีสุขภาพดีต้องจ่ายแพง… แต่
- ออกกำลังกาย = ฟรี
- นอนพักผ่อน = ฟรี
- แสงแดด = ฟรี
- ฝึกหายใจ (Breathwork) = ฟรี
- มีสังคมและเพื่อนที่ดี = ฟรี
สุขภาพที่ดีสามารถเริ่มต้นได้ง่าย ๆ จากตัวเราครับ”
หลังจากนั้นโพสต์นี้ถูกเผยแพร่ไปก็ได้รับการวิพากย์วิจารณ์อย่างล้นหลามภายใต้โพสต์ของท๊อปทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เนื่องจากการกิจกรรมทั้งหมดที่กล่าวมา ตั้งแต่การออกกำลังกาย การนอนพักผ่อนเพียงพอใจ การฝึกหายใจนั้นจำเป็นต้องมีเวลาส่วนตัวที่สามารถทำกิจกรรมเหล่านั้นได้ ขณะที่คนในสังคมจำนวนไม่น้อยไม่มีเวลามากพอ
นอกจากนี้ ประเด็นการมีสังคมและเพื่อนที่ดีนั้นก็ถูกโต้แย้งด้วยเหตุผลที่ว่า สิ่งนี้เกิดขึ้นได้จากสภาพแวดล้อมที่โตมา และฐานะครอบครัวของแต่ละบุคคล ซึ่งนอกจากกระแสบนโลกออนไลน์แล้ว ยังมีเหล่าคนดังออกมาให้ความเห็น
“ดร.โสภณ พรโชคชัย” ประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส ออกมาโพสต์ถึงประเด็นนี้ระบุว่า “ท๊อป จิรายุส – Topp Jirayut บอกสุขภาพดีไม่ต้องใช้เงิน แต่ตัวเองใช้เงินซื้อสุขภาพปีละ 5 ล้าน+คิดทำธุรกิจสุขภาพนี้ #จะรั่ว #ย้อนแย้ง”
ขณะที่เจ้าของเพจดัง “ตุ๊ดส์review” มีผู้ติดตามกว่า 6.7 แสนคน โพสต์ข้อความพร้อมข้อความในภาพว่า บางข้อความมักถูกพูดโดยคนรวยที่ประสบความสำเร็จ นำมาสอนคนที่พยายามดิ้นรน แต่ยังไปไม่ถึง ‘ของฟรี’ สำหรับบางคน อาจกลายเป็นของราคาแพงต้องจ่ายด้วยต้นทุนชีวิต ที่ไม่ใช่ ‘ข้ออ้าง’ แต่เป็น ‘ข้อจำกัด’ ของชีวิตคนที่ไม่เท่านั้น ไม่เหมือนกัน จ่ายมาก-น้อยต่างกัน ใช้ความพยายามต่างกัน การที่บางคนเอื้อมถึงทรัพยากรง่ายกว่า ไม่ได้หมายความว่า “สิ่งเหล่านั้นฟรี”
ตัวอย่างคอมเมนต์บนโลกออนไลน์
“ถ้าบุคคลชั้นนำในสังคมแบบคุณช่วยผลักดันให้ชนชั้นแรงงานมีวันทำงานอย่างมาก 5 วัน วันหยุด 2 วันต่อสัปดาห์ สิ่งที่คุณบอกว่าเป็นของฟรีทั้งหมดนั้นคงจะทำได้ง่ายกว่านี้ในหลาย ๆ ข้อค่ะ”
“ตกใจ พวก mindset loser เต็มไปหมด ที่เค้าพูดคือความจริงทางด้าน physics ที่ว่าทุกคนมีเวลาเท่ากันวันละ 24 ชม. เท่ากันจ้า ส่วนภาระอะไรของใครมากน้อยก็เป็นเรื่องที่ต้องไปจัดการกันเอาเองก่อน แต่เอาล่ะถ้ามีเวลาแล้วเรื่องพวกนี้ technically แล้วฟรีอ่ะถูกแล้ว”
“รีจริง แต่ต้องมีเวลา กาย+ใจพร้อมไม่ติดภาระใด ๆ หรือปล่อยวางภาระได้ชั่วคราวค่ะ บางคนตื่นแต่ฟ้าสางไปทำงานแต่เช้ากลับมืด ออกกำลังกายได้แค่ตอนเดิน เดินทางไปกลับเป็น ชม.บนรถโดยสารก็เหนื่อยหมดแรงจะออกกำลังกายแล้ว หิวอย่างเดียว สังคมเพื่อนดีขึ้นกับสภาพแวดล้อมที่โตมาด้วย ฐานะครอบครัวก็มีส่วนส่งเสริม”
“เรามีของอยากได้ยังไม่ได้ซื้อหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือ หนังสือ ชุดสนุกจนตาสว่าง ปักอยู่ในตะกร้ามานาน ซื้อให้หน่อยได้มั้ย เราจะไปนอนหลับแต่เช้า ฝึกลมหายใจที่บ้าน บอดี้เวทที่บ้าน เราเป็น introvert หนังสือก็พอแล้ว สังคมไม่ต้องมาก แต่แสงแดดเราขอผ่านน่ะ เรากลัวเป็นฝ้ารักษาหายยากจริง ๆ”
“ภาพเพื่อนเราลอยมาเลยค่ะ วัน ๆ ส่งลูก เล่นพิลาทิส เสร็จเจอเพื่อนและสังคมดี ๆ ในร้านที่แทบไม่ซ้ำแต่ละวัน กลับรับลูก ฝึกหายใจจากการเรียนพิลาทิสด้วยครูฝึกส่วนตัว ซึ่งเพื่อนคือคนที่มีเงินปันผลจากพอร์ตหุ้นระดับสิบล้าน และมีสามีซัพพอร์ตทุกอย่าง”
“เฟิร์มว่าสุขภาพดีต้องมีเงิน งาน 8-9 ชม. work under pressure งานเอกสารยกงานมาทำที่บ้าน labor ต่อโอทีเข้ากะ ก.เงินส่งผลต่อ ค.เครียดอีก บางคนเลิกงาน 5 ทุ่มเที่ยงคืน ยังไม่ถึงบ้าน สวนวิ่งฟรีปิด ฟิตเนสรายเดือนไม่ถูก กลับไปเคลียร์ ค.สะอาด กว่าจะนอนจะตื่น เตรียมตัวนั่งไปทำงาน หยุด 1-2 วันต่อวีก”