คอลัมน์ ชั้น 5 ประชาชาติ
โดย ก้อย ประชาชาติ
“ภาคตะวันออก” มีการขยายตัวเศรษฐกิจต่อเนื่อง โดยเฉพาะการบริโภคของเอกชนและการท่องเที่ยวกลายเป็นหัวหอกหลักในการขับเคลื่อน และที่สำคัญเป็นการขยายตัวในเกือบทุกจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา และปราจีนบุรี สะท้อนทั้งจากการเติบโตของอัตราการบริโภค ยอดจดทะเบียนใหม่ของรถยนต์ เช่นเดียวกับภาพการลงทุนภาคเอกชนจึงไม่ต้องแปลกใจที่กลุ่มค้าปลีกหลายรายจะเข้าไปปักธงยึดพื้นที่
ความเคลื่อนไหวล่าสุด “โรบินสัน” เปิดศูนย์การค้าสาขาที่ 3 ในชลบุรี ใจกลางนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร ไม่เพียงเพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจของจังหวัดชลบุรีตามนโยบายอีอีซี แต่ยังรวมถึงการปักหมุดทำเลก่อนใครเพื่อเข้าไปใกล้ ๆ ลูกค้า
“วุฒิเกียรติ เตชะมงคลาภิวัฒน์” กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน) ฉายภาพว่า จังหวัดชลบุรี เป็นจังหวัดที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจของภาคตะวันออกอย่างมาก โดยปัจจุบันเป็นหนึ่งในจังหวัดที่อยู่ในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรืออีอีซี ซึ่งเป็นแผนยุทธศาสตร์ต่างประเทศของรัฐบาล ที่จะมีการลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ
และชลบุรีเป็นเมืองที่มีศักยภาพครบทั้งในภาคการท่องเที่ยว พาณิชย์ และอุตสาหกรรม โดยเป็นจังหวัดที่มีนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ตั้งอยู่หลายแห่ง ที่สำคัญคือนิคมอุตสาหกรรมอมตะ ซิตี้ ชลบุรี (อมตะนคร) ที่ถือว่าเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงในทั้งด้านทำเลและกำลังซื้อ
ด้วยเหตุนี้ โรบินสันจึงได้ทุ่มงบฯกว่า 1,000 ล้านบาท เปิดสาขาใหม่อย่าง “ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ชลบุรี” บริเวณด้านหลังนิคมอุตสาหกรรมอมตะ บนพื้นที่ 36,000 ตารางเมตร นับเป็นสาขาที่ 3 ในชลบุรี หลังจากที่เปิดไปแล้ว 2 สาขาก่อนหน้านี้ในรูปแบบห้างสรรพสินค้าที่ศูนย์การค้าแปซิฟิค พาร์ค ศรีราชา และศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ชลบุรี ซึ่งได้รับการตอบรับจากนักช็อปชาวชลบุรีและจังหวัดใกล้เคียง รวมทั้งนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี
“ชลบุรีเป็นจังหวัดที่มีกำลังซื้อสูง เนื่องจากมีนิคมอุตสาหกรรมประเภทต่าง ๆ ตั้งอยู่ในจังหวัดดังกล่าวและใกล้เคียงจำนวนมาก คนมีรายได้ประจำ และมีคนทำงานกว่า 400,000 คน ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร ซึ่งคาดว่า
การขยายตัวของเศรษฐกิจในจังหวัดนี้จะดียิ่งขึ้นภายหลังจากการลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมแอร์พอร์ตลิงก์มายังภาคตะวันออกและโครงการอื่น ๆ ที่จะทำให้การเดินทางมายังภาคตะวันออกง่ายขึ้น”
และสาขาใหม่นี้จะเป็นเดสติเนชั่นของการใช้ชีวิตรูปแบบใหม่ที่ครบทุกไลฟ์-สไตล์ ทั้ง “กิน-ช็อป-เที่ยว” ของกลุ่มคนทำงานและกลุ่มครอบครัว
นางสาวสุลัดดา ศรุติลาวัณย์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานพัทยา ฉายภาพว่า ปีนี้การท่องเที่ยวชลบุรีคาดว่าจะเติบโตขึ้น 5-10% จากปี 2560 มีนักท่องเที่ยวประมาณ 16 ล้านคน สร้างรายได้ 1.98 แสนล้านบาท โดยพัทยามีนักท่องเที่ยวเข้ามากว่า 13 ล้านคน สร้างรายได้ประมาณ 1.6 แสนล้านบาทซึ่งพัทยาถือเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของอีอีซี โดยกว่า 40% เป็นนักท่องเที่ยวคนไทย ค่าใช้จ่ายต่อหัวอยู่ที่ 2,500 บาท/คน/วัน ส่วนใหญ่เดินทางเข้ามาช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ หรือวันหยุดเทศกาล และไปเช้า-เย็นกลับ
ขณะที่อีก 60% เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ อันดับแรกคือ จีน 2.5 ล้านคน รองลงมาเป็นรัสเซีย 8 แสนคน ที่เริ่มกลับเข้ามาหลังจากหายไปในช่วงที่ค่าเงินรูเบิลรัสเซียตก เกาหลี 6 แสนคน อินเดีย 4 แสนคน ตามด้วยเยอรมนีและอังกฤษอีก 4 แสนคน ซึ่งค่าใช้จ่ายต่อหัวเฉลี่ยอยู่ที่ 4,000 บาท/คน/วัน
เมื่อเมืองโตขึ้น การปักหมุดในทุกจุดเพื่อรองรับดีมานด์จึงอยู่ในแผนยุทธศาสตร์การเติบโตของธุรกิจ