1 ปีที่แล้ว แพทองธาร ชินวัตร กลายเป็นนายกรัฐมนตรีหญิง คนที่ 2 ในประวัติศาสตร์ไทย
เมื่อสภาผู้แทนราษฎร โหวตให้ “แพทองธาร” เป็นนายกฯ คนที่ 31 ในวันที่ 16 สิงหาคม 2567 ต่อจาก “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” นายกฯ คนที่ 28 น้าของเธอ
ผ่านมา 1 ปี รัฐบาลแพทองธาร เผชิญหน้ากับความผันผวนทางการเมือง อย่างหนักหน่วง
เบาที่สุดคือปัญหาภายในพรรคร่วมรัฐบาล รุนแรงที่สุดคือการเผชิญหน้ากับกัมพูชา มีสิทธิทำให้นายกฯ แพทองธาร พ้นจากตำแหน่ง
จากรัฐบาล 330 เสียง กลายเป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำในนาทีนี้
“ประชาชาติธุรกิจ” รวบรวม 5 การโหวตในสภาผู้แทนราษฎร ครั้งสำคัญที่สะท้อนสถานะของรัฐบาล จากที่เข้มแข็ง กลายเป็นรัฐบาลที่เปราะบาง
319 เสียง หนุนนายกฯ อิ๊งค์
1.โหวตนายกรัฐมนตรี เลือก แพทองธาร เป็นนายกฯ เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2567 ในขณะนั้น รัฐบาลมี 314 เสียงอย่างเป็นทางการ แต่เมื่อถึงการโหวตนายกฯ แพทองธาร ปรากฏว่า เธอได้เสียงสนับสนุน 319 เสียง ต่อ เสียงไม่เห็นชอบ 145 เสียง งดออกเสียง 27 คน
สรุปผลพรรคเพื่อไทย 141 คน โหวตเห็นชอบ 139 เสียง งดออกเสียง 1 เสียง คือนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนฯ คนที่ 2 และ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง สส.บัญชีรายชื่อ ลาประชุม
พรรคภูมิใจไทย 70 เสียง ลงมติเห็นชอบทั้ง 70 เสียง, พรรคพลังประชารัฐ 40 เสียง ลงมติเห็นชอบ 39 เสียง ขาด 1 เสียง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค ลาประชุม, พรรครวมไทยสร้างชาติ 36 เสียง ลงมติเห็นชอบทั้ง 36 เสียง, พรรคชาติไทยพัฒนา 10 เสียง ลงมติเห็นชอบทั้ง 10 เสียง, พรรคประชาชาติ 9 เสียง ลงมติเห็นชอบ 8 เสียง งดออกเสียง 1 คือ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภา
พรรคชาติพัฒนา 3 เสียง ลงมติเห็นชอบ 3 เสียง, พรรคไทรวมพลัง 2 เสียง ลงมติเห็นชอบ 2 เสียง, พรรคเสรีรวมไทย 1 เสียง ลงมติเห็นชอบ 1 เสียง, พรรคท้องที่ไทย 1 เสียง ลงมติเห็นชอบ 1 เสียง, พรรคพลังสังคมใหม่ 1 เสียง ลงมติเห็นชอบ 1 เสียง
ขณะที่ฝ่ายค้านที่ไม่เห็นชอบ และงดออกเสียง น.ส.แพทองธาร เป็นนายกฯ พรรคประชาชน 143 เสียง ไม่เห็นชอบทั้ง 143 เสียง, พรรคเป็นธรรม 1 เสียง ไม่เห็นชอบ 1 เสียง, พรรคไทยก้าวหน้า 1 เสียง ไม่เห็นชอบ 1 เสียง, พรรคประชาธิปัตย์ 25 เสียง งดออกเสียงทั้ง 25 เสียง
ส่วนฝ่ายค้านที่กลายเป็นงูเห่า โหวตหนุนนายกฯ แพทองธาร ไทยสร้างไทย 6 เสียง โหวตเห็นชอบทั้ง 6 เสียง คือนายชัชวาล แพทยาไทย สส.ร้อยเอ็ด นางรำพูล ตันติวณิชชานนท์ สส.อุบลราชธานี นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ สส.บัญชีรายชื่อ นายอดิศักดิ์ แก้วมุงคุณทรัพย์ สส.อุดรธานี นายหรั่ง ธุรพล สส.อุดรธานี นางสุภาพร สลับศรี พรรคไทยสร้างไทย สส.ยโสธร ที่เคยเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้าน ลงมติเห็นชอบให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกฯ พรรคประชาธิปไตยใหม่ 1 เสียง เห็นชอบ 1 เสียง พรรคใหม่ 1 เสียง ลงมติเห็นชอบ 1 เสียง พรรคครูไทยเพื่อประชาชน 1 ลงมติเสียง เห็นชอบ 1 เสียง
ทำให้ “แพทองธาร” ได้เป็นนายกฯ คนที่ 31 เป็นคนที่ 3 แห่งตระกูลชินวัตร
ไว้วางใจอิ๊งค์ท่วมท้น
ครั้งที่ 2 อภิปรายไม่ไว้วางใจ ขณะนั้น พรรคพลังประชารัฐ ได้แตกออกไปเป็นพรรคกล้าธรรม ทำให้พรรคพลังประชารัฐไปเป็นฝ่ายค้าน โดยมติที่ประชุม ไว้วางใจให้ “แพทองธาร” เป็นนายกฯ ต่อด้วยเสียง 319 เสียง ต่อ เสียงไม่ไว้วางใจ 162 เสียง และงดออกเสียง 7 (ยังมีพรรคภูมิใจไทยร่วมรัฐบาล)
319 เสียง ของพรรคร่วมรัฐบาล แบ่งเป็น พรรคเพื่อไทย 140 เสียง พรรคภูมิใจไทย 68 เสียง พรรครวมไทยสร้างชาติ 35 เสียง พรรคประชาธิปัตย์ 21 เสียง พรรคกล้าธรรม 24 เสียง พรรคชาติไทยพัฒนา 9 เสียง พรรคประชาชาติ 8 เสียง พรรคชาติพัฒนา 3 เสียง พรรคไทรวมพลัง 2 เสียง พรรคประชาธิปไตยใหม่ 1 เสียง พรรคเสรีรวมไทย 1 เสียง
ส่วนฝ่ายค้าน ไม่ไว้วางใจ 162 เสียง ประกอบด้วย พรรคประชาชน 140 เสียง พรรคพลังประชารัฐ 19 เสียง พรรคไทยสร้างไทย 1 เสียง พรรคเป็นธรรม 1 เสียงอ
แต่ในจำนวนฝ่ายค้านที่โหวต “ไว้วางใจ” ในฐานะ “งูเห่า 7 เสียง ประกอบด้วย พรรคพลังประชารัฐ 1 เสียง น.ส.กาญจนา จังหวะ พรรคพลังประชารัฐ พรรคไทยสร้างไทย 5 เสียง นางรำพูล ตันติวณิชชานนท์ นายฐากร ตันฑสิทธิ์ นางสุภาพร สลับศรี นายหรั่ง ธุระพล นายอดิศักดิ์ แก้วมุงคุณทรัพย์ พรรคไทยก้าวหน้า 1 เสียง นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ พรรคประชาธิปไตยใหม่ 1 เสียง นายสุรทิน พิจารณ์
จากเข้มแข็งสู่ง่อนแง่น
โหวตครั้งที่ 3 การถอนร่างพระราชบัญญัติสถานบันเทิงครบวงจร หรือ กฎหมายเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์
หลังจากพรรคเพื่อไทย เคลื่อนเกมยึดกระทรวงมหาดไทย คืนจากพรรคภูมิใจไทย เป็นเวลาเดียวกับที่คลิปสนทนาสมเด็จฮุนเซน ถูกเปิดเผยผ่านโซเชียลมีเดีย พรรคภูมิใจไทย 68 เสียง ถอนตัวจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลแพทองธาร เหลือเสียงฝ่ายรัฐบาลเป็นทางการ 253 เสียง จาก 11 พรรค ขณะที่พรรคฝ่ายค้านมี 239 เสียง
ซึ่งผลการลงมติ ปรากฏว่า พรรคร่วมรัฐบาลโหวตไม่แตกแถว แต่ฝ่ายค้านพรรคประชาชนไม่ลงมติใดๆ
ผลการลงมติปรากฏว่า เสียงเห็นชอบกับฝ่ายรัฐบาล 253 ต่อ 66 เสียง แต่ในจำนวนนั้นมี “งูเห่า” จากฝ่ายค้านมาผสม ประกอบด้วย น.ส.กฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์ สส.ชลบุรี พรรคประชาชน (ปชน.) น.ส.กาญจนา จังหวะ สส.ชัยภูมิ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)
พรรคไทยสร้างไทย 3 ราย ประกอบด้วย นางรำพูล ตันติวณิชชานนท์ สส.อุบลราชธานี นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ สส.บัญชีรายชื่อ นางสุภาพร สลับศรี สส.ยโสธร พรรคไทยสร้างไทย และนายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สส.กทม. พรรคไทยก้าวหน้า
แต่ในการโหวตครั้งนี้ มีการพลิกข้ามขั้ว จากพรรคภูมิใจไทย ที่ประเดิมโหวตครั้งแรกในฐานะฝ่ายค้าน กลับมี 3 เสียงไปโหวตให้กับฝ่ายรัฐบาล คือ นายชูกัน กุลวงษา ส.ส.นครพนม, น.ส.ประภา เฮงไพบูลย์ ส.ส.กาฬสินธุ์ และนางอรอุมา บุญศิริ ส.ส.บึงกาฬ
แต่ในขณะเดียวกัน สส.พรรคไทยสร้างไทย 2 เสียง มาอยู่ฝ่ายพรรคภูมิใจไทย คือ นายหรั่ง ธุระพล และนายอดิศักดิ์ แก้วมุงคุณทรัพย์ ส.ส.อุดรธานี
เกินกึ่งหนึ่งไม่แค่ 11 เสียง
การโหวตครั้งที่ 4 การโหวตร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 โดยสภาฯ โหวตเห็นชอบในวาระ 3 ด้วยเสียง 257 ต่อ 230 เสียง
โดยฝ่ายรัฐบาล พรรคร่วมรัฐบาล ต่างโหวตไปในทิศทางเดียวกัน คือ เห็นชอบกับร่างงบประมาณ 2569 โดยมี สส.จากพรรคฝ่ายค้านเข้ามาร่วมหนุนงบประมาณ อีก 8 เสียง ประกอบด้วย น.ส.กฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์ สส.ชลบุรี พรรคประชาชน พรรคพลังประชารัฐ 3 ราย คือ น.ส.กาญจนา จังหวะ สส.ชัยภูมิ นายปริญญา ฤกษ์หร่าย สส.กำแพงเพชรนายอนันต์ ผลอำนวย สส.กำแพงเพชร
พรรคไทยสร้างไทย 3 เสียง นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ น.ส.รำพูล ตันติวณิชชานนท์ ส.ส.อุบลราชธานี นางสุภาพร สลับศรี ส.ส.ยโสธร พรรคภูมิใจไทย 1 คน คือ น.ส.ประภา เฮงไพบูลย์ ส.ส.กาฬสินธุ์ พรรคภูมิใจไทย (ก่อนหน้านี้ได้ลงมติโหวตสวนมติพรรคในร่างพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร)
ขณะที่คะแนนเสียงไม่เห็นด้วย 230 เสียง มาจากพรรคร่วมฝ่ายค้านทั้งหมด
ณ นาทีนี้ สภาผู้แทนราษฎร มี สส.ในสภารวมทั้งหมด 492 คน กึ่งหนึ่งของสภาอยู่ที่ 246 คน รัฐบาลแพทองธาร มีเสียงอย่างเป็นทางการ 253 เสียง มีเสียงเกินครึ่งอยู่เพียง 7 เสียง แม้ใช้บริการเสริมงูเห่า จากการโหวตกฎหมายครั้งสำคัญ 2 ครั้ง ก็ยังเกินครึ่งไม่ถึง 10 เสียง
ผ่านมา 1 ปี อาจกล่าวได้ว่า รัฐบาลแพทองธาร เข้าสู่ช่วงนับถอยหลัง โดยที่ไม่ต้องรอคำพิพากษาคดีคลิปเสียง