เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดีแคช ถอด ‘บุ๋ม ปนัดดา’ พ้นพรีเซ็นเตอร์ เซ่นปมมูลนิธิองค์กรทำดี
Biz Movement ดีแคช ถอด ‘บุ๋ม ปนัดดา’ พ้นพรีเซ็นเตอร์ เซ่นปมมูลนิธิองค์กรทำดี
ส่อง 2 โมเดลใหม่โรบินสัน Ploen / Riva เจาะกรุงเทพฯ-หัวเมือง
Business ส่อง 2 โมเดลใหม่โรบินสัน Ploen / Riva เจาะกรุงเทพฯ-หัวเมือง
เจ้าหนี้ GRAND โหวตผ่าน 3 วาระ พักดอกเบี้ย 29.88 ล้าน-ปลดล็อกเงื่อนไขหนี้
Finance เจ้าหนี้ GRAND โหวตผ่าน 3 วาระ พักดอกเบี้ย 29.88 ล้าน-ปลดล็อกเงื่อนไขหนี้
“ออยศรีกล้าป๊ะ?” สิระโพสต์ภาพจี้ลุยสอบ ‘มูลนิธิป่ารอยต่อ’ เพื่อความเสมอภาค
Politics “ออยศรีกล้าป๊ะ?” สิระโพสต์ภาพจี้ลุยสอบ ‘มูลนิธิป่ารอยต่อ’ เพื่อความเสมอภาค
กบน. มีมติลดราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล บี7 0.75 บาทต่อลิตร กลุ่มเบนซิน 1 บาทต่อลิตร มีผล 6 พ.ย. นี้
Economic กบน. มีมติลดราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล บี7 0.75 บาทต่อลิตร กลุ่มเบนซิน 1 บาทต่อลิตร มีผล 6 พ.ย. นี้
ในหลวง พระราชินี ถวายผ้าพระกฐิน วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ถวายผ้าพระกฐิน วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม
บางจากฯ โตสูงสุดเป็นประวัติการณ์รับรู้รายได้ SAF, Bangchak Hong Kong และ Synergy รวม 9,000 ล้านบาท
Economic บางจากฯ โตสูงสุดเป็นประวัติการณ์รับรู้รายได้ SAF, Bangchak Hong Kong และ Synergy รวม 9,000 ล้านบาท
เปิดข้อเรียกร้อง สหพันธ์ขนส่งฯ รื้อโครงสร้างราคาน้ำมัน แฉ ‘ต้นทุนทิพย์-ค่าการกลั่น’
Economic เปิดข้อเรียกร้อง สหพันธ์ขนส่งฯ รื้อโครงสร้างราคาน้ำมัน แฉ ‘ต้นทุนทิพย์-ค่าการกลั่น’
เปิดผล QS Asia 2027 ม.กรุงเทพคว้าอันดับ 1 เอกชนไทย ปีที่ 2
การศึกษา เปิดผล QS Asia 2027 ม.กรุงเทพคว้าอันดับ 1 เอกชนไทย ปีที่ 2
กสิกรไทย ชู 3+1 & P รักษาผู้นำดิจิทัล K PLUS ครองตลาด 30% สินเชื่อธุรกิจโต 7%
Finance กสิกรไทย ชู 3+1 & P รักษาผู้นำดิจิทัล K PLUS ครองตลาด 30% สินเชื่อธุรกิจโต 7%
ดูทั้งหมด

เปิดที่มา-เกณฑ์ป้ายแดง Michelin Guide กว่าจะได้มาต้องผ่านคุณสมบัติอะไรบ้าง ?

18 ส.ค. 2568 | 14:45น.

เปิดที่มาคู่มือมิชลิน สู่ป้ายแดงสัญลักษณ์ของคุณภาพ มาตรฐานของร้านอาหาร ใช้เกณฑ์อะไรวัด ?

เดี๋ยวนี้การหาร้านอาหารที่อยากกิน ไม่ใช่แค่การนึกถึงเมนูโปรด หรือวิ่งตามกระแส “ร้านดัง” บนโซเชียลเท่านั้น แต่หลายคนเริ่มมองหาป้ายสีแดงเล็ก ๆ ที่เขียนว่ามิช (มิชลินไกด์) ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์ของคุณภาพที่เชื่อถือได้ว่า “คัดมาแล้ว” ไม่ว่าจะเป็นร้านหรู หรือร้านริมทาง

การเห็นป้ายนี้จึงเป็นจุดอุ่นใจของใครหลายคนว่า มาถูกร้าน และคาดหวังว่าจะได้กินอาหารรสชาติอร่อย ประชาชาติธุรกิจ พาไปดูที่มาของคู่มือระดับโลกนี้ และส่องเกณฑ์ในการวัดว่า แต่ละร้านได้มันมาอย่างไร

“คู่มือ MICHELIN” มีจุดเริ่มต้นจาก “อองเดร-เอดูอาร์ มิชลิน” สองพี่น้องร่วมก่อตั้งบริษัทยางรถยนต์ โดยมีจุดมุ่งหมายยิ่งใหญ่ในวันที่อุตสาหกรรมรถยนต์ฝรั่งเศสมีรถยนต์ในประเทศไม่ถึง 3,000 คัน เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้เดินทางมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อยอดขายรถยนต์และยางรถยนต์เพิ่มขึ้น

ช่วงแรกคู่มือสีแดงของพวกเขาจึงเต็มไปด้วยข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับนักเดินทาง อาทิ แผนที่ วิธีการเปลี่ยนยาง ปั๊มน้ำมัน และสถานที่พักผ่อน โดยคู่มือเล่มนี้ถูกแจกฟรีมาโดยตลอด 20 ปี จนกระทั่งอองเดรเห็นมันถูกใช้เป็นฐานรองโต๊ะทำงาน จึงเกิดเป็นไอเดียคู่มือมิชลินฉบับใหม่ ปี 1920 ในราคา 7 ฟรังก์ และยึดหลักที่ว่า “ผู้คนจะเคารพเฉพาะสิ่งที่เขาจ่ายเงินไปเท่านั้น”

ครั้งแรกในทศวรรษ 1920 คู่มือ Michelin ได้เริ่มรวมรายชื่อโรงแรมในกรุงปารีส รายชื่อร้านอาหารที่จัดลำดับตามหมวดหมู่ต่าง ๆ รวมถึงการเลิกใช้โฆษณาแบบเสียเงินในคู่มือด้วย และเมื่อรับรู้ถึงอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของหมวดร้านอาหารในคู่มือ พี่น้องมิชลินจึงได้ว่าจ้างทีมผู้ทานอาหารลับ หรือที่เรารู้จักกันในปัจจุบันว่า “ผู้ตรวจสอบร้านอาหาร” เพื่อเข้าไปเยี่ยมชมและประเมินร้านอาหารโดยไม่เปิดเผยตัวตน

ในปี 1926 คู่มือได้เริ่มมอบดาวให้กับร้านอาหารชั้นเลิศ โดยเริ่มจากการให้เพียงดาวเดียว ต่อมาในอีกห้าปีหลังจากนั้น ก็มีการจัดลำดับดาวเป็นระบบ ได้แก่ ศูนย์, หนึ่ง, สอง และสามดาว และในปี 1936 ก็ได้มีการเผยแพร่เกณฑ์ในการให้ดาวอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก

ต่างดาว ต่างความหมาย

จากนั้นในปี 1931 มีการเพิ่มระบบจัดอันดับเป็น 0-1-2-3 ดาว แล้วในปี 1936 คู่มือมิชลินได้เผยแพร่ เกณฑ์อย่างเป็นทางการ สำหรับการให้ดาว (starred rankings criteria) ซึ่งความหมายของแต่ละระดับดาวแตกต่างกัน ดังนี้

  • หนึ่งดาว (★) : ร้านอาหารที่ “ดีมากในหมวดเดียวกัน” หรือ “very good restaurant in its category”
  • สองดาว (★★) : “อาหารอร่อยเลิศ คุ้มค่าที่จะเปลี่ยนเส้นทางเพื่อไปกิน” หรือ “excellent cooking, worth a detour”
  • สามดาว (★★★) : “หนึ่งในร้านยอดเยี่ยม ควรค่าแก่การเดินทางไปกิน” หรือ “exceptional cuisine, worth a special journey”

ขณะที่รางวัลบิบ กรูมองด์ (BIB GOURMAND) หรือรางวัลที่ทาง Michelin มอบให้กับร้านอาหารอร่อยและราคาสมเหตุสมผล (honour good meals at moderate prices) เริ่มปรากฏในปี 1997 ซึ่งเป็นหมวดหลักที่สำคัญไม่แพ้หมวดดาวมิชลิน

เกณฑ์ลุ้นฟ้า คว้าดาว

เมื่อพูดถึงดาวมิชลิน หลายคนอาจเข้าใจว่าเป็นการให้คะแนนตามความอร่อยของอาหาร แต่แท้จริงแล้ว ความอร่อยแบบปัจเจกไม่ใช่เกณฑ์หลักในการตัดสิน เนื่องจาก Michelin ต้องการให้มาตรฐานการให้ดาวเป็นไปอย่างเป็นกลาง และสากลทั่วโลก

ดังนั้นจึงมีเกณฑ์การตัดสิน 5 ข้อที่สามารถประเมินได้อย่างเป็นระบบ ดังนี้

1. คุณภาพของวัตถุดิบ (Quality of products) : ผู้ตรวจจะประเมินความสดใหม่ ความเหมาะสม และคุณค่าของวัตถุดิบที่ใช้ แม้ไม่สามารถเข้าไปดูในครัวได้โดยตรง (เพราะไม่เปิดเผยตัวตน) แต่ผู้มีประสบการณ์จะสังเกตได้จากรสสัมผัส กลิ่น และการปรุง

2. ความชำนาญของเชฟและเทคนิคการปรุง (Mastery of flavour and cooking techniques) : อาหารต้องมีรสชาติกลมกล่อม ไม่ผิดพลาดทางเทคนิค และมีความซับซ้อนที่ควบคุมได้

3. แคแร็กเตอร์ของเชฟที่สะท้อนผ่านอาหาร (The personality of the chef in the cuisine) : แต่ละจานควรบ่งบอกเอกลักษณ์ ประสบการณ์ และแนวคิดของเชฟ

4. ความคุ้มค่า (Value for money) : ราคาและคุณภาพต้องสมเหตุสมผล โดย Michelin ไม่ได้ให้เฉพาะร้านหรูเท่านั้น ร้านเรียบง่ายแต่อร่อยและคุ้มค่า ก็สามารถได้ดาวหรือ Bib Gourmand ได้

5. ความสม่ำเสมอ (Consistency) : ร้านต้องรักษาคุณภาพอาหาร รสชาติ และการบริการได้คงที่ในหลายครั้งที่ถูกเยี่ยมโดยผู้ตรวจ ซึ่งอาจไปหลายคนในช่วงเวลาที่ต่างกัน

ปัจจุบันมีร้านอาหารอยู่จำนวน 462 แห่งในคู่มือ “มิชลินไกด์” ฉบับประเทศไทย ประจำปี 2568 ได้แก่

  • 3 ดาว (Three MICHELIN Stars) 1 แห่ง (Sorn)
  • 2 ดาว (Two MICHELIN Stars) 7 แห่ง
  • 1 ดาว (One MICHELIN Star) 28 แห่ง
  • Bib Gourmand 156 แห่ง
  • MICHELIN Selected 270 แห่ง
  • MICHELIN Green Star ให้กับร้านที่เน้นเรื่องความยั่งยืน 4 แห่ง

ที่มา : Michelin Guide

แท็กที่เกี่ยวข้อง

มิชลิน ไกด์ ร้านอาหาร