เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ยศชนัน เยี่ยมชมมหกรรมหนังสือฯ โค้งสุดท้ายยอดนักอ่านทะลุล้าน
Biz Movement ยศชนัน เยี่ยมชมมหกรรมหนังสือฯ โค้งสุดท้ายยอดนักอ่านทะลุล้าน
ชมพู่ อารยา เผยเบื้องหลัง “กุ๊กกู๋” ที่แม่ซับพอร์ต
Biz Movement ชมพู่ อารยา เผยเบื้องหลัง “กุ๊กกู๋” ที่แม่ซับพอร์ต
ททท.คาดท่องเที่ยวสงขลา 2 เดือนสุดท้ายคึกคัก นักท่องเที่ยวทะลุ 9 แสนคน-ครั้ง สร้างรายได้ 7.5 พันล้าน  
Business ททท.คาดท่องเที่ยวสงขลา 2 เดือนสุดท้ายคึกคัก นักท่องเที่ยวทะลุ 9 แสนคน-ครั้ง สร้างรายได้ 7.5 พันล้าน  
โอบามาจวกทรัมป์ สงครามอิหร่าน เหน็บกลาโหม สนใจแต่แนวกราม-เทสโทสเตอโรน
World โอบามาจวกทรัมป์ สงครามอิหร่าน เหน็บกลาโหม สนใจแต่แนวกราม-เทสโทสเตอโรน
ทรัมป์ยังไม่ฟันธง เกาหลีเหนือ อยู่เบื้องหลังแฮก Binance
World ทรัมป์ยังไม่ฟันธง เกาหลีเหนือ อยู่เบื้องหลังแฮก Binance
CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
Tech CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
Biz Movement ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
News ‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
Biz Movement SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
Business คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
ดูทั้งหมด

สมาคมคอนโดชง 13 ข้อ ‘แก้หนี้บ้าน’ ปลดล็อก ธอส.พ่วงมาตรการชุบชีวิตผู้กู้เดิม-ผู้กู้ใหม่

18 ก.ย. 2568 | 11:19น.
ประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต

เสียงขานรับทีมเศรษฐกิจรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล ยังคงดังอยู่อย่างต่อเนื่อง แม้มีเวลาสั้น ๆ 4 เดือน ตามที่ได้ลงนาม MOA ทางการเมืองไว้ก็ตาม

ในช่วงรอยต่อเก่าไป-ใหม่มา มีแมตช์การประชุมร่วมระหว่างรัฐกับเอกชนหลายต่อหลายแมตช์ที่ได้ริเริ่มไว้ตั้งแต่รัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร ซึ่งแน่นอนว่าภาคเอกชนอยากเห็นการสานต่อไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาลก็ตาม หนึ่งในเรื่องที่อยากเห็นการสานต่อเป็นเรื่อง “การแก้ปัญหาหนี้บ้าน” ซึ่งเป็น 1 ใน 11 โต๊ะหนี้ที่กระทรวงการคลัง ที่อดีตขุนคลัง “พิชัย ชุณหวชิร” ได้ทำค้างไว้

6 ข้อเสนอแก้ปัญหา “ผู้กู้ใหม่”

เรื่องเดียวกันนี้ “ประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต” นายกสมาคมอาคารชุดไทย ให้สัมภาษณ์ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตัวแทน 3 สมาคม ประกอบด้วย สมาคมอาคารชุดไทย สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย ได้เข้าร่วมเป็นอนุกรรมการแก้ปัญหาหนี้บ้านของกระทรวงการคลัง โดยมีการประชุมนัดแรกเมื่อ 1 สิงหาคม, ต่อเนื่องวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา

โดยสมาคมคอนโดฯ มีข้อเสนอแก้ปัญหาหนี้บ้านที่เป็นมาตรการระยะสั้น และระยะยาว (ดูกราฟิกประกอบ) ดังนี้

ข้อเสนอมาตรการ “ผู้กู้ใหม่” มีด้วยกัน 6 ข้อ เริ่มจาก 1.ประกันความเสี่ยงให้กับธนาคารที่ปล่อยสินเชื่อใหม่ในบางระดับ ด้วยการจัดตั้งกลไกกองทุนค้ำประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัย หรือ MI-Mortgage Insurance โดยภาครัฐควรสนับสนุนการประกันความเสี่ยงแก่ธนาคารในบางกลุ่ม เช่น ยอดสินเชื่อไม่เกิน 5 ล้านบาท มีการค้ำประกันการขาดชำระหนี้ 3-6 งวด/ราย เพื่อประคองให้ธนาคารกล้าปล่อยสินเชื่อใหม่ โดยเฉพาะสินเชื่อบ้านหลังแรก เพื่อช่วยให้ผู้กู้ใหม่ที่มีศักยภาพดีระดับหนึ่ง ได้มีที่อยู่อาศัย และช่วยประคับประคองเศรษฐกิจของประเทศได้หนี้บ้าน

2.เพิ่มทุนให้แบงก์เฉพาะกิจของรัฐ โดยเสนอให้เพิ่มทุน “ธอส.-ธนาคารอาคารสงเคราะห์” กับ “ธนาคารออมสิน” เป็นการเพิ่มศักยภาพในการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยได้มากขึ้น ในภาวะที่แบงก์เอกชนมีความเข้มงวดพิจารณาสินเชื่อจนทำให้ยอดปฏิเสธสินเชื่อ (รีเจ็กต์เรต) หรือยอดกู้ไม่ผ่านในภาพรวมทั้งตลาดสูงถึง 45% ขณะที่ยอดกู้ไม่ผ่านของกลุ่มราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท สูงถึง 70%

ผลของการปฏิเสธสินเชื่อของแบงก์เอกชนสูงดังกล่าว ทำให้ ธอส. ซึ่งเคยมีส่วนแบ่งตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัย 20% กลายเป็นสัดส่วนมากถึง 50% ในปัจจุบัน ทั้ง ๆ ที่ปล่อยสินเชื่อเท่าเดิม การเพิ่มทุนให้ ธอส.มีข้อดีหลายด้าน ทั้งช่วยสร้างความมั่นคงให้ ธอส. ในการปล่อยสินเชื่อใหม่เพื่อซื้อบ้านหลังแรกได้อย่างเพียงพอ นอกจากนี้ ธอส.สามารถมีบทบาทให้สินเชื่อรีไฟแนนซ์ หรือสินเชื่อย้ายธนาคารในเงื่อนไขที่แข่งขันกับแบงก์เอกชนได้ ทั้งในด้านอัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขการผ่อนชำระ

3.ข้อเสนอแบงก์ปล่อยสินเชื่อด้วยเงื่อนไขดอกเบี้ยสูงหรือต่ำ ตามความเสี่ยงผู้กู้ หรือ Risk-Based Lending ซึ่งการกำหนดดอกเบี้ยตามความเสี่ยงผู้กู้ในทางปฏิบัติทำกันอยู่แล้ว แนวทางอาจพัฒนาการวิเคราะห์สินเชื่อให้ลึกซึ้งมากขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อของผู้กู้ที่หลากหลาย อาทิ กลุ่มที่มีประวัติทางการเงินหรือรายได้ไม่สมบูรณ์ มีรายได้ไม่สม่ำเสมอ ซึ่งปัจจุบันไม่สามารถกู้ได้เลย

“แนวทางข้อเสนอนี้ ทางแบงก์ชาติ สมาคมธนาคารไทย และผู้ให้บริการสินเชื่อรายย่อย 3 แห่ง ได้หยิบขึ้นมาผลักดันแล้ว ถือว่าภารกิจของสมาคมคอนโดฯ บรรลุความสำเร็จอีกหนึ่งเรื่อง”

4.ข้อเสนอเกี่ยวกับเครดิตบูโร ในการบันทึกประวัติข้อมูลเครดิตให้ชัดเจน โดยเฉพาะสถานภาพลูกหนี้ที่เคยเป็นหนี้เสีย แต่มีการชำระหนี้เสร็จสิ้นแล้ว หรือผ่านการปรับโครงสร้างหนี้แล้ว ทั้ง DR และ TDR แต่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขการปรับโครงสร้างหนี้ด้วยดีเป็นระยะเวลาต่อเนื่อง โดยธนาคารควรเห็นความตั้งใจดี และควรพิจารณาให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้ในเงื่อนไขที่เหมาะสมต่อไป

5.เสนอให้ดูแลให้มีการแข่งขันในระบบธนาคารพาณิชย์ แนวทางคือเสนอให้เพิ่มการให้ใบอนุญาตจัดตั้งธนาคารใหม่ และเวอร์ชวลแบงก์ รวมถึงการจัดตั้งธนาคารเฉพาะกิจเพิ่มขึ้น เพื่อสร้างการแข่งขันในการให้บริการ และการกำหนดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากและเงินกู้

และ 6.เสนอลดภาระดอกเบี้ยเงินกู้ เพราะมีความชัดเจนตรงไปตรงมาว่าอัตราดอกเบี้ยต่ำ ช่วยลดภาระผ่อนชำระและแก้ปัญหาหนี้บ้านได้

7 ข้อเสนอแก้ปัญหา “ผู้กู้เดิม”

สำหรับแก้ปัญหา “ผู้กู้เดิม” มี 7 ข้อ ดังนี้

1.สนับสนุนการโอนทรัพย์สินให้แก่เจ้าหน้าที่เพื่อลดภาระหนี้ ควรยกเว้นค่าโอนอสังหาริมทรัพย์ที่ลูกหนี้ประสงค์จะโอนทรัพย์สินให้สถาบันการเงินเพื่อชำระหนี้ (อาจพ่วงเงื่อนไขขอซื้อคืนภายใน 3 ปี) ซึ่ง “การโอนทรัพย์สิน” เป็นการดำเนินการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเห็นชอบให้ธนาคารปฏิบัติได้ การปฏิบัติจะช่วยให้ลูกหนี้สามารถปลดภาระหนี้สินได้ง่ายขึ้น ลดขั้นตอนการบังคับคดี และช่วยให้สถาบันการเงินเจ้าหนี้บริหารจัดการหนี้บ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้น

2.ขยายความช่วยเหลือลูกหนี้บ้านเดิมของแต่ละแบงก์ โดยธนาคารพยายามช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่ม SM (หนี้สงสัยจะสูญ) และ NPL (หนี้เสีย) ด้วยการปรับโครงสร้างหนี้ DR และ TDR ในเงื่อนไขที่ผ่อนปรน เช่น ให้ผ่อนชำระเป็นจำนวนเงินที่น้อยที่สุด อาจจะผ่อนเงินต้น 1,000 บาทต่อเดือน ดอกเบี้ย 0% เป็นเวลา 6-12 เดือนแรก และคิดอัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษ บวกเงินต้นที่อาจกำหนดให้เพิ่มขึ้นหลังจากนั้นเป็นระยะเวลาหนึ่ง เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกหนี้ SM กลายเป็น NPL และรักษาบ้านให้ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มที่กำลังมีปัญหาชำระหนี้จากการมีรายได้ไม่เพียงพอ

3.แก้ไขกฎหมาย ธอส. (เพื่อให้สามารถรวมหนี้อื่นมาไว้ที่ ธอส.) เป็นการปลดล็อก ธอส. เพื่อให้สามารถปล่อยสินเชื่อเพิ่มเติมแก่ลูกหนี้เดิม ในหลักประกันบ้านหลังเดิม เช่นเดียวกับที่ธนาคารเอกชนทุกแห่งทำได้อยู่แล้ว แนวทางนี้จะสามารถช่วยลูกหนี้ ธอส.ที่มีวินัยการชำระหนี้ที่ดี สามารถนำเงินไปชำระหนี้กับสถาบันการเงินอื่นที่มีดอกเบี้ยสูงกว่า หรือชำระหนี้นอกระบบที่มีดอกเบี้ยสูงกว่ามาก เป็นการช่วยรักษาทรัพย์หลักประกันของลูกหนี้จำนอง ธอส. ไม่ให้ต้องถูกฟ้องร้องบังคับคดี

ในขณะเดียวกันสามารถลดภาระหนี้ดอกเบี้ยสูง ทำให้ลูกหนี้ของ ธอส.มีสภาพคล่องเพิ่มขึ้น สามารถดำรงชีพ ชำระหนี้ให้กับ ธอส.และหนี้รวมของตนได้ดีขึ้น

4.สนับสนุนธนาคารให้ “ลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้แก่ลูกหนี้ดี” ที่ผ่อนชำระคืนด้วยดีมาแล้วเป็นเวลาพอสมควรในลักษณะ “ผ่อนดีมีรางวัล” และ/หรือ “ผ่อนดีมีโชค” เพื่อมุ่งให้กำลังใจลูกหนี้ให้ปฏิบัติดี เสริมสร้างความมั่นคงให้ระบบ

5.จัดให้มีข้อมูลหนี้แบบองค์รวม ด้วยการจัดตั้ง “ศูนย์ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (NCB)” รายงานข้อมูลเครดิตของธนาคารพาณิชย์ และสถาบันการเงินที่ให้สินเชื่อครัวเรือน แก่สถาบันที่ได้รับคำ “ขอกู้เงิน” และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ “ขอปรับโครงสร้างหนี้” เพื่อให้สถาบันใช้ประกอบการพิจารณาคำขอสินเชื่อ ภายใต้ความเห็นชอบของลูกหนี้

รวมทั้งควรพัฒนาระบบการวิเคราะห์ข้อมูลลึกเกี่ยวกับปัญหาหนี้ครัวเรือน ทั้งหนี้ในระบบและนอกระบบ สาเหตุที่แท้จริงของการเป็นหนี้เสียของผู้กู้ที่เป็น “หนี้ครัวเรือนทุกประเภท” เพื่อให้สามารถออกแบบมาตรการป้องกันและแก้ไขหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

6.แก้ไขระเบียบคุณสมบัติข้าราชการพลเรือนที่ล้มละลาย อันมิได้เกิดจากเหตุทุจริต ทั้งระเบียบข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) และครูบุคลากรทางการศึกษา (กคศ.) ให้ได้รับสิทธิเช่นเดียวกับกรณีข้าราชการตำรวจ ทหาร และอัยการ ที่ไม่จำเป็นต้องออกจากราชการ หากประสบภาวะล้มละลายที่ไม่ได้เกิดจากการปฏิบัติทุจริต เพื่อให้ข้าราชการมีรายได้เลี้ยงตนเองและครอบครัวต่อเนื่อง สามารถชำระหนี้ได้ และไม่สร้างภาระทางสังคมเพิ่มเติม

7.ลดภาระดอกเบี้ยผ่อนที่อยู่อาศัย ผลักดันให้ธนาคารพาณิชย์ “ลดอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง” ให้สอดรับกับการปรับ “ลดดอกเบี้ยนโยบาย” ของ กนง. อย่างเต็มที่ และรวดเร็ว