เช็กตัวเลขการใช้เงินสด-เงินโอนของคนไทย หลังบัญชีม้าป่วนสะเทือนกระเป๋า สังคมไร้เงินสดชะงักชั่วคราว
แม้ประเทศไทยจะมุ่งสู่สังคมไร้เงินสดตามกลไกพัฒนาการของเทคโนโลยี ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า ในปี 2566 ปริมาณธุรกรรมผ่านระบบ PromptPay-PayNow มีจำนวนธุรกรรม 756,000 รายการ เพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าจากปีก่อนหน้าและมีมูลค่าธุรกรรมรวม 4,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1 เท่าจากปีก่อนหน้า
สำหรับธุรกรรมชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศ จำนวนคนลงทะเบียนพร้อมเพย์ 77.2 ล้านเลขหมาย เพิ่มขึ้น 2.9 ล้านเลขหมายจากสิ้นปี 2565 ปริมาณการโอนผ่านพร้อมเพย์เฉลี่ย 54.5 ล้านรายการต่อวัน มูลค่าการโอนผ่านพร้อมเพย์เฉลี่ย 129.9 พันล้านบาทต่อวัน และทำสถิติการใช้งานสูงสุดใหม่ 75.9 ล้านรายการต่อวันในเดือนธันวาคม 2566แสดงให้เห็นว่าคนไทยหันมาใช้การชำระเงินดิจิทัลมากขึ้น แม้เงินสดยังคงมีบทบาทในชีวิตประจำวัน
ล่าสุด มีรายงานการอายัดบัญชีที่ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางการเงิน โดยมีประชาชนจำนวนมากได้รับผลกระทบจากการระงับบัญชีธนาคารชั่วคราว ซึ่งเป็นมาตรการในการตรวจสอบและปิดกั้นบัญชีม้าของมิจฉาชีพ เพื่อติดตามเส้นทางการเงิน และนำเงินจากการก่ออาชญากรรมออนไลน์ของมิจฉาชีพกลับคืนให้กับผู้เสียหายเป็นเหตุให้ผู้บริโภคและผู้ประกอบการบางส่วนกลับมาใช้เงินสดอีกครั้ง
ประชาชาติธุรกิจ พาไปสำรวจว่า คนไทยใช้เงินสดกันมากน้อยแค่ไหน
ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เดือนกรกฎาคม 2568 ระบุว่า ปริมาณธนบัตรที่หมุนเวียนอยู่ในระบบเศรษฐกิจมีมูลค่ารวมประมาณ 2.48 ล้านล้านบาท ขณะที่เหรียญกษาปณ์หมุนเวียนอีกเกือบ 9 หมื่นล้านบาท รวมแล้วมูลค่าเงินสดในระบบยังอยู่ในระดับสูงกว่า 2.5 ล้านล้านบาท
นอกจากนี้ ปัจจุบันกว่า 66% ของจำนวนธุรกรรมการใช้จ่ายประจำวันของประชาชนยังอาศัยเงินสด โดยเฉพาะธุรกรรมขนาดเล็กที่มีมูลค่าเฉลี่ยเพียง 200 บาท ขณะที่อัตราการเติบโตของธนบัตรหมุนเวียนในระบบชะลอตัวลงจากตัวเลขสองหลักในอดีตเหลือเพียง 3-6% ต่อปี เนื่องจากการหันไปใช้การโอนเงินผ่านโมบายแบงก์กิ้ง และ QR Payment มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม แม้ว่า ภายหลังการจับการบัญชีม้าจะถูกแก้ปัญหาโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้กลับมาใช้แอปพลิเคชั่นโอนเงินได้ตามปกติ แต่การใช้เงินสดยังคงมีบทบาทสำคัญในบางกลุ่มประชากร โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลได้ง่าย
ข้อมูล ธปท.