Skip to content

Car Free Day วันปลอดรถสากล ชวนส่องเปลี่ยนผ่านนโยบายใหญ่ขนส่งสาธารณะ

22 ก.ย. 2568 | 16:53น.
Car Free Day วันปลอดรถสากล ชวนส่องเปลี่ยนผ่านนโยบายใหญ่ขนส่งสาธารณะ

Car Free Day “วันปลอดรถสากล” ชวนคนเมืองให้ตระหนักถึงการลดใช้รถยนต์ หันใช้ขนส่งสาธารณะ เชื่อมโยงสัญญาณเปลี่ยนผ่านทางการเมือง จาก “เพื่อไทย” สู่ “ภูมิใจไทย” พลิกนโยบายใหญ่คมนาคม–ยกเลิกค่าธรรมเนียมรถติด ยกเลิกตั๋วรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ผุดโมเดลใหม่ “บุฟเฟต์ 40 บาท/วัน” หนุนคนไทยเปลี่ยนพฤติกรรมการเดินทางลดมลพิษ

ทุกวันที่ 22 กันยายนของปี ถูกยกให้เป็น “วันปลอดรถยนต์สากล” (Car Free Day) ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลลงอย่างน้อย 1 วัน ผลกระทบเชิงบวกที่เกิดขึ้นไม่เพียงแต่ช่วยลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ได้มหาศาล แต่ยังลดการปล่อยสารมลพิษอื่น ๆ เช่น ไฮโดรคาร์บอน และไนโตรเจนไดออกไซด์ที่เป็นตัวการทำให้คุณภาพอากาศในเมืองถดถอย

การลดการใช้รถยนต์เพียง 1 วันยังเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้เพิ่มขึ้นจำนวนมหาศาลในเชิงการดูดซับคาร์บอน ขณะเดียวกันยังช่วยประหยัดเชื้อเพลิงฟอสซิลที่เป็นทรัพยากรสำคัญ และส่งเสริมให้ประชาชนหันมาเดิน ปั่นจักรยาน หรือใช้ขนส่งสาธารณะ ซึ่งไม่เพียงแต่ดีต่อสุขภาพกาย ช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ–หลอดเลือดและโรคระบบทางเดินหายใจ แต่ยังดีต่อสุขภาพจิต ลดความเครียดจากมลพิษทางเสียง และสร้างคุณภาพชีวิตที่สมดุลมากขึ้น

2025 Car Free Day ชวนย้อนดูนโยบายใหญ่จากรัฐหวังลดใช้รถยนต์ส่วนตัว

ค่าธรรมเนียมรถติด–แรงกดดันเชิงนโยบาย

ย้อนดูก่อนหน้านี้ที่รัฐบาลเพื่อไทยมีแนวคิด “ค่าธรรมเนียมรถติด” โดยได้หยิบขึ้นมาพิจารณาอย่างจริงจังในกรุงเทพฯ หลังสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) และ GIZ ศึกษาพบ 6 เส้นทางใจกลางเมืองมีปริมาณจราจรหนาแน่นสูง เช่น แยกสาทร–นราธิวาส และแยกราชประสงค์ โดยมีข้อเสนออัตราเก็บ 40–50 บาท/วัน สำหรับรถเก๋ง เพื่อกดดันให้ผู้ขับขี่เปลี่ยนไปใช้ระบบรางและระบบขนส่งมวลชน

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ที่ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม ในขณะนั้น ย้ำว่า หากดำเนินมาตรการนี้ จะต้องมี “ทางเลือก” ให้ประชาชน เช่น การเพิ่มเส้นทางรถไฟฟ้า และระบบตั๋วร่วมที่เชื่อมต่อทุกโครงข่าย

สำหรับประเทศไทย ยังไม่ได้มีการจัดเก็บค่าธรรมเนียมรถติดอย่างเป็นทางการ แต่นโยบายนี้เป็นมาตรการหนึ่งที่ได้กำหนดไว้ในแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง” ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2568-2570

ซึ่ง สนข.ระบุว่า การจัดค่าธรรมเนียมรถติดเป็นกลไกหนึ่งที่จะช่วยลดปัญหาการจราจรและมลพิษทางอากาศซึ่งมาตรการนี้ไม่เพียงแต่จำกัดจำนวนรถยนต์ที่เข้าในพื้นที่ แต่ยังส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาและการใช้บริการขนส่งสาธารณะเพิ่มขึ้นและมีประสิทธิภาพ

การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ส่อพลิกนโยบายขนส่งสาธารณะ

จากรัฐบาลเพื่อไทยที่ผลักดันนโยบาย “รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย” จนได้รับเสียงตอบรับล้นหลามในช่วงที่ผ่านมา ล่าสุด หลังการเปลี่ยนขั้วอำนาจทางการเมือง รัฐบาลใหม่ภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทย ได้ปรับนโยบายเป็น นโยบายรถไฟฟ้า 40 บาทตลอดทั้งวัน

โดยนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ระบุว่า นโยบายรถไฟฟ้า 40 บาทตลอดทั้งวันของพรรคภูมิใจไทย ประชาชนจ่ายจริง สมมุติขึ้นรถไฟฟ้า 20 บาท ก็จ่าย 20 บาท ใช้ 30 บาท ก็จ่าย 30 บาท แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ใช้ถึง 40 บาท จะไม่เสียเกินจากนี้แล้ว เป็น Maximum ในแต่ละวัน เดินทางน้อยก็จ่ายน้อย ถ้าเดินทางมากก็มีเพดาน รัฐอุดหนุนเท่าที่จำเป็น ไม่ได้หมายความว่าอุดหนุนทุกเคส ดังนั้น นโยบายลักษณะนี้เหมือน Copayment คือการลงทุนของภาครัฐแล้วมีวัตถุประสงค์ไม่ได้แจกอย่างเดียว

เมืองสีเขียว–โจทย์ท้าทายที่ต้องทำคู่ขนาน

Car Free Day ในยุคสมัยใหม่จึงไม่ใช่เพียงกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างระบบขนส่งที่ใหญ่กว่า หากเชื่อมโยงกับมาตรการสนับสนุนของรัฐ ทั้งการขยายโครงข่ายรถไฟฟ้า การปฏิรูปรถเมล์ และมาตรการค่าธรรมเนียมรถติด

ท่ามกลางความท้าทายเรื่อง PM 2.5 และเป้าหมาย Net Zero ที่ไทยตั้งไว้ ภายในปี 2065 ซึ่งการเดินหน้าสร้างเมืองสีเขียวปราศจากมลพิษ จำเป็นต้องบูรณาการทุกมิติ ตั้งแต่การรณรงค์เปลี่ยนพฤติกรรมบุคคล ไปจนถึงการออกแบบนโยบายขนส่งที่ทั้งตอบโจทย์ประชาชน และรักษาสมดุลทางการเงินของรัฐ