Skip to content

สคร.เข็น TFF ดีเดย์เทรด 1 ต.ค. ระดมทุน 4.5 หมื่นล้านยีลด์ 5%

12 ก.ค. 2561 | 07:00น.
สคร.เข็น TFF ดีเดย์เทรด 1 ต.ค. ระดมทุน 4.5 หมื่นล้านยีลด์ 5%

สคร.ปักธงนำ “ไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์” เข้าเทรดตลาดหุ้น 1 ต.ค.นี้ หลังไฟลิ่งเดือน ก.ค. คาดเสนอขายก้อนแรกราว 4.5 หมื่นล้านบาท ชูผลตอบแทนเฉลี่ย 5% ต่อปี

นายประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภายในเดือน ก.ค.นี้ จะดำเนินการยื่นแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์และแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) กองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ (TFF) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จากนั้นจะเสนอขายหน่วยลงทุนในเดือน ก.ย. และเข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ในวันที่ 1 ต.ค. 2561 นี้

“กองทุน TFF เป็นเรื่องสำคัญที่ทาง สคร.ต้องผลักดันให้ได้ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจากับอัยการ ซึ่งบางส่วนต้องปรับถ้อยคำในสัญญาต่าง ๆ ให้เหมาะสม กระชับ และเพื่อให้จูงใจนักลงทุน จากนั้นก็จะไฟลิ่งต่อ ก.ล.ต. ภายในเดือน ก.ค.นี้” นายประภาศกล่าว

นายประภาศกล่าวว่า การขายหน่วยลงทุนนั้น ได้รับนโยบายจากนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี และนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ให้มุ่งจำหน่ายแก่ประชาชนรายย่อยเป็นหลัก และไม่ได้มุ่งเน้นนักลงทุนต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างพิจารณากำหนดสัดส่วนการขายหน่วยลงทุน โดยสัดส่วนของนักลงทุนรายย่อยจะต้องมากกว่าแน่นอน

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สคร.จะต้องผลักดันกองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ เพื่อเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือในการระดมทุนของภาครัฐ ซึ่งคาดว่าจะมีการเสนอขายหน่วยลงทุนต่อรายย่อยในเดือน ก.ย.นี้

ด้านแหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สำหรับมูลค่ากองทุนในการเสนอขายรอบนี้จะอยู่ที่ราว 4.5 หมื่นล้านบาท ขณะที่ในส่วนของผลตอบแทนนั้น ทางที่ปรึกษาทางการเงิน (FA) ได้มีการประเมินผลตอบแทนของกองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ ว่าจะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 5% ต่อปี

ก่อนหน้านี้ นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ระบุว่า การกำหนดวงเงินที่จะออกขายนั้น จะมีการสำรวจความต้องการซื้อหลักทรัพย์ (book building) จากนักลงทุนสถาบันก่อน ซึ่งเมื่อทราบราคาที่เหมาะสมแล้วก็จะเปิดให้ประชาชนรายย่อยได้จองซื้อในเดือน ก.ย.

ทั้งนี้ การเสนอขายหน่วยลงทุนดังกล่าวจะเป็นเฟสแรก ที่นำรายได้ค่าทางด่วนของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) มาแบ็กอัพ โดยได้มีการพูดคุยกันถึงเฟสต่อไปด้วยว่า จะนำรายได้ของกรมทางหลวงในส่วนของมอเตอร์เวย์ สาย 7 กับสาย 9 เข้ามาระดมทุนในเฟสต่อไป มูลค่าอีกเป็นแสนล้านบาท ซึ่งจะต้องเร่งแก้ไขกฎหมายของกรมทางหลวงเพื่อให้นำรายได้จากกองทุนหมุนเวียนค่าผ่านทางมาระดมทุนผ่าน TFF ได้ก่อน โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในไม่เกินเดือน ก.ค.นี้