เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

“คนละครึ่ง 2568” เตรียมเปิดลงทะเบียน ตุลาคมนี้ พร้อมรายละเอียดสิทธิ

25 ก.ย. 2568 | 15:28น.
คนละครึ่ง

คนละครึ่ง

คนละครึ่งพลัส ล่าสุด 2568 เตรียมเปิดลงทะเบียน ตุลาคมนี้ พร้อมรายละเอียดสิทธิ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงเหตุผลที่รัฐบาลจำเป็นต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในวันที่ 29 กันยายน 2568 ก่อนสิ้นปีงบประมาณว่า รัฐบาลมีเวลาทำงานในช่วงต้นเพียง 4 เดือน จึงต้องเร่งผลักดันนโยบายสำคัญให้ทันกรอบงบประมาณปี 2568 เพื่อไม่ให้เม็ดเงินบางส่วนตกไปโดยเปล่าประโยชน์

“ถ้าเราไม่เร่ง งบฯนี้ก็จะตกไป แล้วต้องกลับไปใช้งบฯประจำแทน ซึ่งบางโครงการ เช่น คนละครึ่ง ต้องเดินหน้าอยู่แล้ว” นายอนุทินกล่าว พร้อมย้ำว่า โครงการเพื่อประโยชน์ของประชาชนจะต้องเดินต่อ ไม่ว่าจะถูกมองว่าเป็นเรื่องการเมืองหรือไม่

นายอนุทินยังกล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลได้เตรียมความพร้อมไว้ล่วงหน้าแล้ว โดยมอบหมายให้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เตรียมการเรื่องนี้อย่างเป็นระบบ เพื่อให้โครงการเดินหน้าได้โดยไม่สะดุด

“คนละครึ่งพลัส” เตรียมเข้า ครม. ต.ค. ตั้งเป้ากระตุ้นเศรษฐกิจ-ดันผู้ค้าเข้าสู่ระบบดิจิทัล

ด้านนายเอกนิติเปิดเผยว่า กระทรวงการคลังเตรียมเสนอ “โครงการคนละครึ่งพลัส” เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนตุลาคมนี้ โดยคาดว่าจะสามารถเปิดให้ลงทะเบียนและเริ่มใช้สิทธิได้ภายในเดือนตุลาคม หรืออย่างช้าไม่เกินธันวาคมนี้

แนวทางของโครงการ “คนละครึ่งพลัส” แบ่งออกเป็น 2 เป้าหมายหลัก ได้แก่

1.ส่งเสริมการเข้าสู่ระบบภาษี โดยผู้ที่อยู่ในระบบภาษีจะได้รับสิทธิพิเศษมากกว่าผู้ที่อยู่นอกระบบ เช่น รัฐช่วยจ่าย 60% ประชาชนจ่าย 40% และอาจได้รับวงเงินสูงถึง 1,200 บาทต่อคน คาดว่ามีผู้มีสิทธิราว 11 ล้านคน

2.ยกระดับผู้ประกอบการรายย่อย มีแผนรีสกิลและอัพสกิลพ่อค้าแม่ค้าให้ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการบริหารธุรกิจ และขยายตลาดสู่ระบบออนไลน์ พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อให้สถาบันการเงินสามารถปล่อยสินเชื่อได้ง่ายขึ้น

นายเอกนิติระบุว่า โครงการนี้จะไม่เพิ่มภาระการขาดดุลงบประมาณ เพราะใช้งบประมาณที่มีอยู่เดิมราว 25,000 ล้านบาทให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมวางรากฐานทางเศรษฐกิจในระยะยาว

“มาตรการนี้ไม่ใช่แค่กระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น แต่ยังพัฒนาทักษะผู้ค้าให้พร้อมเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งจะช่วยให้มีรายได้เพิ่มขึ้นและสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน” นายเอกนิติกล่าว

ด้านนายลวรณ ปลัดกระทรวงการคลัง ระบุว่า หลัง ครม. เห็นชอบ จะเปิดให้ลงทะเบียนทั้งผู้ซื้อและผู้ขายทันที พร้อมยืนยันว่า ผู้ที่อยู่ในระบบภาษีจะได้รับแรงจูงใจที่ชัดเจนมากกว่าผู้ที่อยู่นอกระบบ โดยรายละเอียดสิทธิ วิธีใช้งาน และฟังก์ชั่นของแอป จะมีการแถลงอย่างเป็นทางการอีกครั้ง