Skip to content

“อรรถกร” บุกจ.พิจิตร ดันบึงสีไฟสู่ฮับท่องเที่ยวเชิงกีฬา

28 ก.ย. 2568 | 14:30น.
“อรรถกร” บุกจ.พิจิตร ดันบึงสีไฟสู่ฮับท่องเที่ยวเชิงกีฬา

“อรรถกร ศิริลัทธยากร” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ลงพื้นที่จังหวัดพิจิตร ดันบึงสีไฟเป็นศูนย์กลาง Sports Tourism ใช้โมเดลกว๊านพะเยาพัฒนาแลนด์มาร์ก ยกระดับมาตรฐานท่องเที่ยวสร้างรายได้สู่ท้องถิ่น

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวภายหลังลงพื้นที่จังหวัดพิจิตร ว่า ได้ประชุมร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาการท่องเที่ยวและกีฬาในจังหวัดพิจิตร โดยข้อมูลล่าสุดระบุว่าเพียง 8 เดือนแรกของปี 2568 (มกราคม–สิงหาคม) จังหวัดสามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวกว่า 1,069 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนศักยภาพการเติบโตอย่างต่อเนื่อง กระทรวงฯ จึงตั้งเป้าสนับสนุนเมืองรองและกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ ได้มีการสำรวจพื้นที่ตรวจเยี่ยม บึงสีไฟ แลนด์มาร์กสำคัญของจังหวัด เพื่อสำรวจศักยภาพในการพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sports Tourism) และพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ ซึ่งถือเป็นโยบายเร่งด่วนในการยกระดับมาตรฐานสถานที่ท่องเที่ยว ที่พัก และร้านอาหาร รวมถึงมอบหมายกรมการท่องเที่ยวอบรมผู้ประกอบการ เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้มาเยือน

“รู้สึกประทับใจ บึงสีไฟคือมรดกอันล้ำค่าที่เกิดจากพระอัจฉริยภาพขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงพระราชทานไว้ให้แก่ชาวพิจิตรและคนไทยทุกคน กระทรวงฯ พร้อมจะทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและเอกชน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร เพื่อพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกและความปลอดภัย สำหรับแผนรับฤดูท่องเที่ยวหรือไฮซีซั่นที่จะมาถึง สิ่งแรกที่ต้องทำคือการยกระดับมาตรฐาน ทั้งสถานที่ท่องเที่ยว ที่พัก ร้านอาหาร โดยได้มอบหมายให้อธิบดีกรมการท่องเที่ยวเข้ามาช่วยอบรมผู้ประกอบการเพื่อให้ได้รับตราสัญลักษณ์มาตรฐาน สร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยว และจะส่งเสริมการจัดกิจกรรมที่เหมาะสมกับเทศกาลและพื้นที่ต่อไป” นายอรรถกร กล่าว

อย่างไรก็ตาม การพัฒนาบึงสีไฟจะใช้โมเดลความสำเร็จของกว๊านพะเยา ที่ นายธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.เกษตรฯ ได้ผลักดันจนเป็นแม่เหล็กท่องเที่ยว ซึ่งมั่นใจว่าจังหวัดพิจิตรมีศักยภาพเดินรอยตามความสำเร็จดังกล่าว และสามารถก้าวขึ้นเป็นแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพ สร้างรายได้และการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนให้แก่ชุมชน