Skip to content

‘สิรวิชญ์’ แนะ SMEs ไทยต้องทำความยั่งยืน ไม่ใช่แค่ทางเลือกอีกต่อไป

30 ก.ย. 2568 | 11:46น.
‘สิรวิชญ์’ แนะ SMEs ไทยต้องทำความยั่งยืน ไม่ใช่แค่ทางเลือกอีกต่อไป

สิรวิชญ์ บุญสร้าง ชี้ ความยั่งยืนกำลังกลายเป็นเงื่อนไขใหม่ของการค้าโลก ทั้งการส่งออกและการอยู่ในซัพพลายเชน ธุรกิจที่ไม่ปรับตัวอาจเสียลูกค้าและโอกาสเติบโตในระยะยาว แนะ SMEs ไทยต้องเร่งปรับตามแนวทาง ESG และ SDGs

SMEs กำลังกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของภาคธุรกิจไทยในยุคที่ความยั่งยืนไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นปัจจัยที่กำหนดโอกาสในการแข่งขันและการอยู่รอดในระยะยาว ท่ามกลางข้อกำหนดใหม่ของตลาดโลกที่เข้มงวดขึ้น ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม แรงงาน และธรรมาภิบาล โดยเฉพาะการส่งออกที่ต้องเผชิญกับมาตรการอย่าง CBAM จากสหภาพยุโรป รวมถึงการที่บริษัทขนาดใหญ่หันมาตรวจสอบซัพพลายเออร์มากขึ้น ทั้งในด้านข้อมูลแรงงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งครอบคลุมกิจกรรมของผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทานทั้งหมด

สิรวิชญ์ บุญสร้าง Corporate Relationship Officer จาก UN Global Compact Network Thailand หรือ GCNT ระบุว่า ความยั่งยืนไม่ใช่แค่เรื่องของบริษัทขนาดใหญ่ แต่เป็นเรื่องที่ SMEs ต้องเข้าใจและเริ่มลงมือทำ เพราะหากไม่ปรับตัว ก็อาจสูญเสียโอกาสทางธุรกิจ และลูกค้ารายใหญ่ในอนาคต

ความยั่งยืนในเชิงธุรกิจคือการดำเนินธุรกิจในวันนี้โดยไม่ทำลายศักยภาพในอนาคต และเป็นไมนด์เซตที่ต้องคิดยาว 10-20 ปี ไม่ใช่เพียงเพื่อขายของในวันนี้ หากธุรกิจต้องการอยู่รอด ต้องให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม เพราะหากไม่มีโลกเหลือ ก็ไม่มีลูกค้าเหลือ

สิรวิชญ์ บุญสร้าง

การเริ่มต้นอาจมาจากเรื่องใกล้ตัว เช่น การลดใช้พลังงาน การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ไม่ว่าผู้ประกอบการจะเป็นเจ้าของธุรกิจ นักเรียน หรือคนทำงานก็สามารถเรียนรู้และลงมือทำได้

สำหรับแนวทาง ESG ซึ่งย่อมาจาก สิ่งแวดล้อม (Environment), สังคม (Social) และธรรมาภิบาล (Governance) กำลังกลายเป็นมาตรฐานสากลของการทำธุรกิจควบคู่ไปกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ Sustainable Development Goals หรือ SDGs ที่ทำหน้าที่เป็นเข็มทิศให้ทุกประเทศและภาคธุรกิจพัฒนาไปในทิศทางที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

ความยั่งยืนยังช่วยลดความเสี่ยงจากกฎระเบียบใหม่ ๆ สร้างความน่าเชื่อถือ และเพิ่มโอกาสในการเติบโตของแบรนด์ จึงไม่น่าแปลกใจที่บริษัทใหญ่ ๆ มีการดูแลที่ดีขึ้น

“บริษัทเล็ก ๆ หลายรายกลับยังไม่เข้าใจว่าความยั่งยืนคืออะไร ทำให้การแข่งขันไม่เท่าเทียม ทั้งที่กฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นก็เพื่อโลกที่ดีขึ้น หาก SMEs มีความรู้และแนวทางที่เหมาะสม ก็สามารถเติบโตอย่างยั่งยืนได้เช่นกัน”

สิรวิชญ์กล่าวต่อว่า UN Global Compact Network Thailand เป็นเครือข่ายธุรกิจเพื่อความยั่งยืนของสหประชาชาติ ได้พัฒนาโปรแกรม SPARK ขึ้นมาเพื่อช่วยเสริมศักยภาพ SMEs โดยเฉพาะ โครงการนี้เป็นโปรแกรมการเรียนรู้ระดับโลกที่เน้นการปูพื้นฐานความยั่งยืนให้กับธุรกิจขนาดเล็กและกลางในเชิงปฏิบัติจริง

ครอบคลุมเนื้อหาตั้งแต่การปูพื้นฐาน วางแผน ลงมือทำ ไปจนถึงการวัดผลและขยายผล ผ่านรูปแบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น ทั้งคอร์ส On-Demand, Live Webinars และเครื่องมือพร้อมใช้ โดย SMEs ที่เข้าร่วมจะได้รับคำแนะนำเชิงกลยุทธ์เพื่อการส่งออก ลดความเสี่ยงจากการหลุดออกจากซัพพลายเชน และเพิ่มความน่าเชื่อถือของแบรนด์ ซึ่งเปิดรับเฉพาะผู้ที่เป็นสมาชิก UN Global Compact หรือเป็นซัพพลายเออร์ของบริษัทสมาชิก

นอกจากนี้ สมาชิกยังจะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม เช่น การยกระดับแบรนด์ การเข้าถึง Community ความร่วมมือเพื่อความยั่งยืน การฝึกอบรมและระบบการเรียนรู้ รวมถึงมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนนโยบายระดับประเทศ

“การทำเรื่องความยั่งยืนไม่จำเป็นต้องล้างกระดาน แต่เป็นการผสานเข้าไปในทุกวันของการดำเนินธุรกิจ” สิรวิชญ์ย้ำ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

GCNT SX2025 งาน Sustainability Expo 2025 (SX2025)