Skip to content

TEA ชูกลยุทธ์ 3 เสาหลัก หนุนอุตสาหกรรมนิทรรศการไทย

06 ต.ค. 2568 | 15:46น.
TEA ชูกลยุทธ์ 3 เสาหลัก หนุนอุตสาหกรรมนิทรรศการไทย

TEA เปิดเกมรุก 3 เสาหลัก “นวัตกรรม-การเติบโต-ความยั่งยืน” ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมนิทรรศการไทยสู่อนาคต พร้อมตั้งคณะกรรมการนวัตกรรม-เปิด Young Professional Club ผนึกพันธมิตรผลักดันมาตรฐานความยั่งยืน ชู MICE ไทยโตได้ในเวทีโลก

นายลอย จูน ฮาว นายกสมาคมการแสดงสินค้า (ไทย) หรือ TEA เปิดเผยว่า TEA ได้เน้นวิสัยทัศน์ขับเคลื่อนสมาคมด้วย 3 เสาหลักสำคัญ ได้แก่ นวัตกรรม การเติบโต และความยั่งยืน พร้อมเดินหน้าสร้างความเข้มแข็งให้กับอุตสาหกรรมการจัดแสดงสินค้าไทย ผ่านการยกระดับทักษะสมาชิก ผลักดันนโยบายระดับชาติ และส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างจริงจัง

โดยในส่วนของนวัตกรรม (Innovation) จะส่งเสริมการนำเทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI และดิจิทัล มาใช้ในภาคการจัดแสดงสินค้า การเติบโต (Growth) สนับสนุนสมาชิกในด้านเครือข่าย การฝึกอบรม พัฒนาทักษะ ตลอดจนการผลักดันนโยบายภาครัฐให้เอื้อต่อการเติบโตของอุตสาหกรรม และความยั่งยืน (Sustainability) ส่งเสริมให้ภาคธุรกิจจัดงานอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานสากล พร้อมสร้างการรับรู้ในมิติ ESG

“TEA ต้องเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย โดยเฉพาะในภาคการจัดแสดงสินค้า ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศ” นายลอยกล่าว

นอกจากนี้ สมาคมยังมีภารกิจเร่งด่วนคือ การจัดตั้งคณะกรรมการนวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อเป็นหน่วยให้ความรู้ แบ่งปันแนวทางปฏิบัติที่ดี และเป็นศูนย์รวมทรัพยากรสำหรับสมาชิกในการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ เพื่อผลักดันการใช้เทคโนโลยีในการจัดงาน ไม่ว่าจะเป็น AI แพลตฟอร์มดิจิทัล เทคโนโลยี AR/VR ไปจนถึงระบบวิเคราะห์ข้อมูล

“การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่เป็นความจำเป็น หากเราจะทำให้อุตสาหกรรมไทยแข่งขันได้ในเวทีโลก” นายลอยกล่าวและว่า อุตสาหกรรมนิทรรศการในปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงจากเดิมที่เคยเป็นเพียงพื้นที่เจรจาการค้า มาเป็นเวทีแห่งประสบการณ์ที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่มองหาแรงบันดาลใจ การเรียนรู้ และการมีส่วนร่วม

การนำเทคโนโลยี เช่น AI และแพลตฟอร์มแบบไฮบริด (Hybrid Events) มาใช้ จึงเป็นหัวใจในการยกระดับคุณภาพของงานให้สามารถสร้างความประทับใจและตอบสนองความต้องการที่หลากหลายได้ดียิ่งขึ้น

นอกจากนี้ TEA ยังได้เปิดตัว “Young Professional Club” ภายใต้การดูแลของคณะกรรมการสมาชิกสัมพันธ์ โดยมีเป้าหมายในการส่งเสริมคนรุ่นใหม่ในอุตสาหกรรม ผ่านกิจกรรมสร้างเครือข่าย การฝึกอบรม และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างผู้เชี่ยวชาญกับคนรุ่นใหม่

“คนรุ่นใหม่คือกำลังสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรม เราต้องสร้างพื้นที่ให้เขาได้เติบโต มีเวทีแสดงความสามารถ และได้เรียนรู้จากมืออาชีพ”

นายลอยกล่าวด้วยว่า ในด้านความยั่งยืน TEA ได้ร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB) ในการส่งเสริมการใช้ Thailand Sustainable Event Management Standard (TSEMS) ซึ่งพัฒนาจากมาตรฐาน ISO 20121 ให้เหมาะกับบริบทของประเทศไทย

โดยส่งเสริมการใช้บูทที่สามารถรีไซเคิลหรือใช้ซ้ำได้ พร้อมสนับสนุนการจัดงานแบบ “Zero Waste” และผลักดันแคมเปญลดขยะอาหาร ร่วมกับหอการค้าไทย เพื่อส่งต่ออาหารเหลือจากงานจัดแสดงสู่ผู้ยากไร้

“ความยั่งยืนไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่เป็นข้อกำหนดใหม่ของตลาดสากล และไทยต้องปรับตัวให้ทันก่อนจะตกขบวน” นายลอยกล่าวและว่า แม้จะเป็นองค์กรที่ก่อตั้งมาอย่างยาวนาน แต่ตนเองก็เป็นนายกสมาคม TEA คนล่าสุดที่เน้นย้ำว่า บทบาทของสมาคมยุคใหม่ต้องไม่หยุดนิ่ง แต่ต้องเป็นผู้เล่นที่แอ็กทีฟ (Active Player) ที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริง ทั้งในเชิงนโยบายและแนวปฏิบัติ