พายุไต้ฝุ่นมัตโม ทำให้ฝนตกหนักมากในพื้นที่ตอนเหนือของประเทศฟิลิปปินส์ กวางตุ้ง เกาะไหหลำ คุนหมิง ส่งอิทธิพลไทยมีฝนตกเพิ่มขึ้นในภาคกลาง ภาคตะวันออก และ อีสานตอนกลาง
นายชวลิต จันทรรัตน์ ประธานบริหาร บริษัททีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ เมเนจเมนต์ หรือ TEAMG ผู้เชี่ยวชาญเรื่องน้ำ กล่าวถึงพายุไต้ฝุ่นมัตโม (#21:Matmo=ฝนหนักของเกาะกวม) ได้ก่อตัวขึ้นในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก นับเป็นพายุลูกที่ 21 ของปี 2568
โดยพายุลูกนี้เป็น พายุไต้ฝุ่น ระดับ 1 (สูงสุด 5) กำลังเคลื่อนที่ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือส่งผลให้ วันที่ 3 เกิดฝนตกหนักมากในพื้นที่ทางตอนเหนือของประเทศฟิลิปปินส์
ช่วงวันที่ 4-5 ต.ค.พายุมัตโมจะเคลื่อนที่ผ่าน ทะเลจีนใต้ และจะเพิ่มกำลังแรงขึ้นเป็นพายุไต้ฝุ่นระดับ 2 ขึ้นฝั่งที่ เมืองจานเจียง ทำให้เกิดฝนตกหนักมากในพื้นที่ตอนใต้ของมณฑลกวางตุ้ง และ ตอนเหนือของเกาะไหหลำ
วันที่ 6 ต.ค.เคลื่อนที่ต่อไปทำให้ฝนตกหนักมากในพื้นที่ตอนเหนือของประเทศเวียดนาม ชายแดนต่อกับมณฑลกวางตุ้ง แล้วจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อน มาถึงวันที่ 7 ต.ค. จะอ่อนกำลังลงเป็น พายุดีเปรสชั่น แล้วสลายตัวไป โดยจะทำให้เกิดฝนตกในพื้นที่เป็นวงกว้างในมณฑลยูนาน เมืองคุนหมิงและพื้นที่โดยรอบ
สำหรับในส่วนของประเทศไทยจะมีผลให้มรสุมมีกำลังแรงขึ้น โดยในช่วงวันที่ 5-7 ต.ค.จะมีฝนตกเพิ่มขึ้นในภาคกลาง ภาคตะวันออก และ ตอนกลางของภาคตะวันออดเฉียงเหนือด้วย
ล่าสุดมีรายงานเข้ามาว่า เขื่อนสิริกิติ์ ปัจจุบันมีปริมาตรน้ำในอ่าง 9,058 ล้านลบ.ม หรือคิดเป็น 95.25% และยังมีน้ำไหลลงอ่างอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำจากวันละ 15 ล้าน ลบ.ม เป็น 25 ล้าน ลบ.ม แล้ว