เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

คนละครึ่งพลัส-เติมเงินบัตรสวัสดิการฯ คาดปลุกยอดขายค้าปลีก 0.3%

09 ต.ค. 2568 | 08:10น.
HalfHalf Plus คนละครึ่งพลัส

HalfHalf Plus คนละครึ่งพลัส

KResearch คาดการณ์ ‘คนละครึ่งพลัส-เติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ’ กระตุ้นยอดขายธุรกิจค้าปลีกเพิ่มขึ้น 0.3% มองช่วยหนุนบรรยากาศใช้จ่ายระยะสั้น แต่หลังจบมาตรการ ค้าปลีกยังเผชิญปัญหากำลังซื้อ-การแข่งขัน

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า หนึ่งในนโยบายเศรษฐกิจระยะสั้น (Quick Big Win) อย่างมาตรการคนละครึ่งพลัส และเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่เบื้องต้นมีวงเงินราว 66,000 ล้านบาท (การให้เงินประชาชนที่อยู่ในฐานระบบภาษี 9 ล้านคน นอกระบบภาษี 11 ล้านคน และการเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13 ล้านคน) ซึ่งจะใช้ได้ในช่วงวันที่ 29 ต.ค. – 31 ธ.ค. 2568 น่าจะช่วยบรรเทาค่าครองชีพของผู้บริโภค และกระตุ้นการใช้จ่ายของธุรกิจค้าปลึกเอสเอ็มอีได้บ้าง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ อาจหนุนการใช้จ่ายของธุรกิจค้าปลึกในช่วงไตรมาส 4 ปี 2568 เพิ่มขึ้น 0.3% โดยมองว่าผลของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งคนละครึ่งพลัส และเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ อาจส่งผลให้ยอดขายค้าปลีกในช่วงไตรมาส 4 เพิ่มขึ้นจากเดิมราว 0.3% และภาพรวมทั้งปี 2568 โต 3.1% ขยับขึ้นจากเดิมที่คาดว่าจะโต 2.8%

โดยประเมินจากการใช้จ่ายสินค้าอุปโภคบริโภคบนฐานธุรกิจค้าปลีกที่น่าจะเพิ่ม ราว 0.3 บาท หากผู้บริโภคมีรายได้เพิ่มขึ้น 1 บาท (Marginal propensity to consume: MPC) และภายใต้สมมติฐานการใช้จ่ายของผู้บริโภคเกิดขึ้นภายในในช่วงวันที่ 29 ต.ค. – 31 ธ.ค. 2568 และมีกรอบวงเงินอยู่ที่ราว 66,000 ล้านบาท

ยอดขายค้าปลึกในช่วงไตรมาสสุดท้ายมักเร่งขึ้นจากปัจจัยฤดูกาล ผู้บริโภควางแผนใช้จ่ายช่วงเทศกาลสำคัญ เช่น เทศกาลคริสต์มาส – ปีใหม่อยู่แล้ว แม้ไม่มีมาตรการฯ โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น เช่น อาหาร เครื่องดื่มและของใช้ส่วนตัว ซึ่งมีสัดส่วนยอดขายกว่า 80% ของยอดขายค้าปลีกทั้งหมด

แต่ผลของมาตรการอาจทำให้ผู้บริโภคมีการทยอยซื้อสินค้าดังกล่าวแทนเงินของตัวเอง ขณะที่ภาระและค่าครองชีพยังสูง ดังนั้น แรงหนุนส่วนเพิ่มจากมาตรการคงไม่มากเท่าที่คาดหวัง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอาจช่วยหนุนบรรยากาศการใช้จ่ายของผู้บริโภคระยะสั้นหรือเฉพาะหน้า แต่ภายหลังสิ้นสุดมาตรการ ธุรกิจค้าปลีกยังเผชิญหลายปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลต่อการเพิ่มยอดขาย

กำลังซื้อของผู้บริโภคยังไม่ฟื้นตัว สะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการค้าปลีก (RSI) เดือนกันยายน ยังคงอยู่ที่ระดับต่ำกว่า 50 ต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเดือนที่ 9 ของปีนี้ ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นธุรกิจในอีก 3 เดือนข้างหน้า (BSI) แม้ว่าจะขยับขึ้นมาเกินที่ระดับ 50 เพียงเล็กน้อย แต่ก็ยังถือว่าต่ำกว่าปีก่อน บ่งชี้ถึงความไม่เชื่อมั่นทางด้านเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังมีอยู่

สอดรับไปกับ ยอดขายค้าปลีกสาขาเดิม (Same Store Sales Growth: SSSG) ในไตรมาสที่ 3/2568 ของผู้ประกอบการบางรายที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย วัสดุก่อสร้างและของตกแต่งบ้าน รวมถึงของใช้จำเป็น คาดว่ายังคงมีแนวโน้มหดตัวเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 2.0% ต่อเนื่องจากไตรมาสที่ 2/2568 สะท้อนถึงผลประกอบการที่ยังถูกกดดันจากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังอ่อนแรง และใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง

การแข่งขันยังคงรุนแรงต่อเนื่อง ทั้งจากการแข่งขันกันเองในประเทศที่มีจำนวนผู้ประกอบการกว่า 1.2 ล้านราย เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 1% (หรือเพิ่มขึ้น 13,000 รายต่อปี) อีกทั้งยังต้องแข่งกับสินค้านำเข้าโดยเฉพาะจากจีน ที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากนโยบายการปรับขึ้นภาษีของทรัมป์ ทำให้อาจเห็นการทะลักเข้ามาของสินค้าจีนมากขึ้น

สะท้อนจาก ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2568 ไทยมีมูลค่านำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคจากจีน 3.6 แสนล้านบาท ขยายตัว 9% หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 42% ของการนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคทั้งหมด

เปิดรายละเอียด “คนละครึ่งพลัส”

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง พร้อมด้วยนายวรภัค ธันยาวงษ์ รมช.คลัง นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมแถลงข่าว “โครงการคนละครึ่งพลัส”มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดแรกของรัฐบาลนายอนุทิน ภายใต้แนวคิด “Quick Big Win”

ทั้งนี้รัฐบาลต้องการแก้ปัญหาเร่งด่วนของประเทศคือ ภัยเศรษฐกิจ ฟื้นความเชื่อมั่น คืนความสุขให้คนไทย ในการเพิ่มรายได้ลดรายจ่ายให้กับประชาชนในการใช้ชีวิตประจำวัน เพื่อให้มีพลังในการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น และเชื่อว่าโครงการคนละครึ่งพลัสจึงเป็นเรือธงที่มาเสริมการเติมเงินสวัสดิการแห่งรัฐที่อนุมัติไปสัปดาห์ก่อน

สำหรับโครงการคนละครึ่งพลัส จะแตกต่างจากโครงการคนละครึ่งเดิม จากให้คนอายุ 18 ปีบริบูรณ์ ครั้งนี้เป็น 16 ปีบริบูรณ์ เพราะเด็กรุ่นใหม่มีกำลังซื้อมากขึ้น ขายของออนไลน์ได้มากขึ้น จึงมีสิทธิเข้าโครงการ

นอกจากนี้จะเพิ่มเงินสมทบของรัฐเพิ่มจาก 150 บาท เป็น 200 บาท เพิ่มกำลังซื้อและมีผลต่อภาพรวมในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพิ่มผู้ประกอบการรายย่อย Micro SMEs ที่มีรายได้ตลอดปีไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี เพิ่มทักษะอัพสกิล รีสกิลให้กับผู้ค้ารายย่อยให้เก่งขึ้น ลดต้นทุน ใช้เทคโนโลยีได้มากขึ้น

ประชาชนลงทะเบียน 20 ต.ค.นี้

รายละเอียดโครงการ มีดังนี้

1.เปิดรับลงทะเบียนร้านค้าตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม ถึงวันที่ 19 ธันวาคม 2568 หรือระยะเวลาตามที่กระทรวงการคลังกำหนด

2.เปิดรับลงทะเบียนประชาชนตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม ถึงวันที่ 26 ตุลาคม 2568 (เวลา 06.00-22.00 น.)

3.ประชาชนผู้ได้รับสิทธิสามารถใช้สิทธิโครงการได้ ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 (เวลา 06.00-23.00 น.) โดยสามารถซื้ออาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่กำหนดจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ทั้งนี้ จะต้องใช้สิทธิครั้งแรกภายในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ก่อนเวลา 23.00 น. เพื่อไม่ให้สิทธิถูกยกเลิก

สำหรับการซื้ออาหารหรือเครื่องดื่มผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (Food Delivery Platform) ที่ได้รับอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการ ผ่านแอปพลิเคชั่น “เป๋าตัง” สามารถใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 เวลา 06.00-21.00 น.

คนละครึ่งพลัส-ลงทะเบียน

รายละเอียด-วิธีลงทะเบียน www.คนละครึ่งพลัส.com

คุณสมบัติผู้มีสิทธิลงทะเบียน

1. เป็นผู้มีสัญชาติไทย

2. มีอายุตั้งแต่ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน

3. มีบัตรประจำตัวประชาชน

4. ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามฐานข้อมูลของกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2568

5. ไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการของรัฐ ได้แก่ โครงการคนละครึ่งระยะที่ 1 ถึงระยะที่ 5 (ปี 2565)

สิทธิที่ได้รับ

  • 2,400 บาท/คน ตลอดโครงการ สำหรับผู้ยื่นแบบภาษี
  • 2,000 บาท/คน ตลอดโครงการ สำหรับผู้ไม่ยื่นภาษี

ทั้งนี้ ใช้สิทธิไม่เกิน 200 บาท/คน/วัน

เงื่อนไขการใช้สิทธิ

1. ต้องใช้สิทธิครั้งแรก ภายในวันที่ 11 พ.ย. 2568 ก่อนเวลา 23.00 น. เพื่อมิให้สิทธิถูกยกเลิกตามเงื่อนไขโครงการ

2. ใช้สิทธิโครงการคนละครึ่งพลัส ณ ร้านค้าที่ร่วมโครงการได้ตั้งแต่เวลา 06.00-23.00 น.ของทุกวัน โดยชำระผ่าน G Wallet

ขั้นตอนการลงทะเบียน

  • ดาวน์โหลดแอปเป๋าตัง และเปิดใช้บริการ G Wallet
  • กดลงทะเบียนรับสิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 20 ต.ค.-26 ต.ค. 68 เวลา 06.00-22.00 น.
  • ผู้ที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565) ตรวจสอบผลการลงทะเบียนผ่านแอปเป๋าตัง
  • ผู้ที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565) ตรวจสอบผลการลงทะเบียนผ่าน SMS และแอปเป๋าตัง
  • ผู้ได้รับสิทธิเข้าแอปเป๋าตัง และกดแบนเนอร์โครงการคนละครึ่งพลัส เพื่อเริ่มใช้จ่าย วันที่ 29 ต.ค.-31 ธ.ค. 68 เวลา 06.00-23.00 น.

ระยะเวลาโครงการ

ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 จำนวนสิทธิโดยประมาณ 20 ล้านสิทธิ หรือจนกว่าจะครบวงเงินสิทธิในวงเงินไม่เกิน 44,000 ล้านบาท หรือถึงวันปิดลงทะเบียนวันสุดท้ายในวันที่ 26 ตุลาคม 2568

คนละครึ่งพลัส
ภาพจาก Facebook ไทยคู่ฟ้า
คนละครึ่งพลัส
ภาพจาก Facebook ไทยคู่ฟ้า