คู่มือเข้าใจโลก TRUMP 2.0 ระเบียบโลกใหม่ยุค America First
‘TRUMP 2.0 ระเบียบโลกใหม่ยุค America First’ หนังสือที่เล่าถึงการกลับมาของประธานาธิบดีสหรัฐ เมื่อชายผู้ไม่เชื่อในระบบพันธมิตร ไม่ศรัทธาในข้อตกลงพหุภาคี แหกระเบียบโลกเสรี ดันกลับมานั่งบนบัลลังก์ทำเนียบขาวเป็นครั้งที่ 2
หนังสือเล่มนี้พาไปเปิดโลกภูมิรัฐศาสตร์ในหลากหลายแง่มุม ตั้งแต่ สงครามการค้าระหว่างสหรัฐ และจีน การวางตำแหน่งตัวเองของเหล่าประเทศทั่วโลกในเกมอำนาจ ทั้ง ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และภูมิภาคอาเซียน รวมถึง ประชาธิปไตยจะยังยืนหยัดได้แค่ไหน
นี่คือคู่มือเข้าใจ “ยุคทรัมป์” ที่ทุกคนควรอ่าน เพราะสิ่งที่ทรัมป์กำลังจะทำต่อสหรัฐ จะสะเทือนไปถึงกระเป๋าสตางค์ และอนาคตของประชากรทั้งโลก
โลกทุกวันนี้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ไม่หมุนซ้ายสุด-ขวาสุด แต่ล้วนหมุนตามทรัมป์…..ต่อไปนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้น ตั้งอยู่และเปลี่ยนแปลงไปได้ตลอดเวลา
• จีนกำลังขยายอิทธิพลอย่างมั่นคง รัสเซียกลับมาแสดงพลังเชิงยุทธศาสตร์ และตะวันออกกลางก็ปั่นป่วนรอบใหม่ ขณะที่บทบาทของสหรัฐ ในฐานะ “ผู้พิทักษ์ประชาธิปไตยและพันธมิตรโลกเสรี” ถูกตั้งคำถามมากกว่าครั้งไหน ๆ ว่าอเมริกายังพร้อมจะปกป้องโลกเหมือนเดิมหรือไม่
• ฝั่งจีนเองก็ไม่ได้รู้สึกมั่นใจนัก เพราะความ “คาดเดายากและอารมณ์ฉับไว” ของทรัมป์ ทำให้ยุทธศาสตร์ระยะยาวของปักกิ่งต้องสะดุด ทุกก้าวบนกระดานอำนาจโลกต้องถี่ถ้วน ขณะที่ญี่ปุ่นกลับมองเห็น “โอกาสในความโกลาหล” เพราะแนวคิดเน้นอำนาจแข็ง (Hard Power) ของทรัมป์ ดันเข้ากับทิศทางที่โตเกียวพยายามเสริมแสนยานุภาพทางทหาร ส่วนเกาหลีใต้ยังคงวางตัวสงวนท่าที บางเรื่องจับมือกับสหรัฐได้ดี แต่บางเรื่องก็อาจกลายเป็นแรงเสียดทานระหว่างกัน
• ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่แปลกหากภูมิภาคนี้มองสหรัฐ ด้วย “ความคาดหวังที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดินลงเรื่อย ๆ” ไม่ว่าจะอยู่ภายใต้ทรัมป์หรือรัฐบาลไหน ๆ เพราะทุกประเทศต่างเรียนรู้แล้วว่าการพึ่งพาวอชิงตันเพียงอย่างเดียวไม่อาจรับประกันความมั่นคงได้อีกต่อไป อาเซียนจึงเลือก “รักษาสมดุลระหว่างมังกรกับอินทรี” ไม่ว่าอย่างไรก็พยายามเดินอยู่ตรงกลางระหว่างจีนกับสหรัฐ เพื่อไม่ให้ถูกบังคับเลือกข้างในสงครามเย็นยุคใหม่
• สำหรับรัฐบาลแนวอำนาจนิยม ทรัมป์กลายเป็นผู้นำในฝัน เพราะมักมองข้ามเรื่องสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย เปิดพื้นที่ให้ผู้นำบางประเทศบริหารได้อิสระมากขึ้น โดยไม่ถูกสหรัฐกดดัน
• ด้านเศรษฐกิจ อาเซียนคงรู้ดีว่าคงไม่ควรคาดหวังสูงเกินไป หากทรัมป์กลับมาครองทำเนียบขาวอีกครั้ง โครงการ IPEF (Indo-Pacific Economic Framework) ที่สหรัฐผลักดัน “อาจหรือไม่อาจ” ก็คงเป็น “กรอบเปล่า” ที่ไร้ผลลัพธ์เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะด้านการเปิดตลาดและสิทธิทางการค้า ประเทศที่มียอดส่งออกเกินดุลกับสหรัฐ อย่าง เวียดนาม ต้องเจอกับแรงกดดันใหม่จากการขึ้นภาษีนำเข้า
• หากทรัมป์เดินหน้าแนวคิด “เศรษฐกิจชาตินิยม” (Economic Nationalism) อย่างเต็มรูปแบบ ทั้งการตั้งกำแพงภาษี การกีดกันทางการค้า และการปิดประตูตลาด โลกอาจต้องเผชิญกับ “สามแรงสั่นสะเทือนใหญ่” เงินเฟ้อที่สูงขึ้น ความเหลื่อมล้ำที่ถ่างกว้าง ความเปราะบางของระบบเศรษฐกิจโลก แน่นอนว่าทุกประเทศที่เป็นเพียงเบี้ยก็ไม่อาจเลี่ยงได้

การกลับมาเป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ของโดนัลด์ ทรัมป์ พร้อมกับนโยบาย “America First” อันเป็นรากฐานของนโยบายต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา สร้างความปั่นป่วนทางเศรษฐกิจไปหลายประเทศทั่วทุกมุมโลก ในอีกทางหนึ่ง นโยบายต่างประเทศของทรัมป์ก็มีความต่อเนื่องมาจากยุคทรัมป์ 1.0 เช่นกัน
นโยบายต่างประเทศของทรัมป์มีความแตกต่างจากนโยบายต่างประเทศในยุคอื่น ๆ ของสหรัฐอเมริกา ตรงที่ให้ความสำคัญกับภูมิเศรษฐศาสตร์ (Geoeconomics) มากกว่าภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) อย่างเห็นได้ชัด ซึ่งสิ่งนี้เองที่ทำให้หลายประเทศต้องปรับตัว และไหวตัวไปตามนโยบายต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา
หนังสือเล่มนี้จะชี้ชวนให้ผู้อ่านมองนโยบายต่างประเทศของโดนัลด์ ทรัมป์ ทั้งจากยุคทรัมป์ 1.0 และทรัมป์ 2.0 เพื่อทำความเข้าใจและหาวิธีการต่อรองเพื่อให้ไทยรักษาผลประโยชน์ของประเทศไว้ในช่วงเวลาที่ประเทศยักษ์ใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกาเปลี่ยนนโยบายให้ประเทศตัวเองมาก่อน

หนังสือ “TRUMP 2.0 ระเบียบโลกใหม่ยุค America First” ความหนา 192 หน้า พร้อมภาพประกอบขาว-ดำทั้งเล่ม สามารถทดลองอ่านได้ที่ : https://bit.ly/4gQqPTx
ร่วมเริ่มอ่านให้ความคิดและจินตนาการ งอกเงย เติบโต และผลิบานได้ที่ บูท “J02” สำนักพิมพ์มติชน ในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 30 (BOOK EXPO THAILAND 2025) ตั้งแต่วันที่ 9-19 ตุลาคม 2568 ณ ฮอลล์ 5-7 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ตั้งแต่เวลา 10:00-21:00 น
