ไชยชนกเผยบวรศักดิ์สั่งพร้อมรับมือหากปม MOU 43-44 ต้องขึ้นศาลโลก
ไชยชนกย้ำนโยบายรัฐบาล ทิศทางปมยกเลิก MOU 2543-2544 หรือไม่ต้องทำประชามติ เผยบวรศักดิ์สั่ง กต.ศึกษาพร้อมรับมือทุกสถานการณ์ไม่ให้ไทยเสียเปรียบ หากต้องไปศาลโลก
นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมหารือแนวทางการยกเลิก MOU 2543-2544 ระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชาว่า การประชุมทุกหน่วยงานและทุกภาคส่วน ที่นำโดยนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ทุกคนทำหน้าที่ได้ดีมาก
ส่วนแนวโน้มในที่ประชุมเห็นได้ถึงความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งฝั่งความมั่นคงและรัฐบาล ทำให้มั่นใจได้ว่าทั้งรัฐบาลและประเทศไทยจะมีความพร้อมมากขึ้น และไม่ว่าผลของการทำประชามติจะออกมาในรูปแบบใดที่จะทำให้เราได้เปรียบมากขึ้นในทุกสถานการณ์ หลังจากนี้ทุกฝ่ายจะกลับไปทำการบ้านมา
ส่วนข้อสรุปการยกเลิก MOU 2543 และ 2544 จะใช้มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) หรือการทำประชามติขอความเห็นประชาชน นายไชยชนกระบุว่า ในปัจจุบันยังเป็นไปตามนโยบายรัฐบาลคือการทำประชามติ แต่ได้มีการเตรียมความพร้อมรับผลของประชามติ จะยกเลิกหรือไม่ยกเลิก หรือต้องปรับปรุง
รวมถึงด้านต่างประเทศ หากเกิดการเปลี่ยนแปลง ยกเลิก MOU หรือนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างอื่น เรามีความพร้อม ดังนั้นการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในวันนี้ ทิศทางเป็นไปในทางบวก และไทยพร้อมรับมือมากขึ้นกับทุกสถานการณ์ พร้อมย้ำว่า สถานการณ์จะดีขึ้นแน่ เพราะทุกคนกำลังร่วมมือกัน
นายไชยชนกยังระบุอีกว่า นายบวรศักดิ์ยังได้กำชับหน่วยงานด้านความมั่นคงและกระทรวงการต่างประเทศ ให้เตรียมศึกษาสถานการณ์ทุกรูปแบบ และที่ได้รับสารจากที่ประชุมในวันนี้ ต้องให้ความเป็นธรรม ว่าทุกฝ่ายทำตามนโยบายรัฐบาลนั้น ๆ
ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศ ก็ได้แจ้งว่าที่ผ่านมา กระทรวงพยายามทำตามนโยบายทุกวิถีทาง เพื่อไม่ให้ไปศาลโลก แต่ขณะนี้ไม่ใช่ว่านโยบายของรัฐบาลจะไปสู้ในศาลโลก แต่นายบวรศักดิ์ก็ได้ให้นโยบายว่าเราต้องมีความพร้อม ไม่ว่าเรื่องจะไปสู่ศาลโลกหรือไม่ ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศจะทำการบ้านเพิ่มเติม หากต้องไปศาลโลก เพื่อให้ไทยไม่เสียเปรียบ
ส่วนแนวทางการทำประชามติ จากที่เดิมมีแค่ยกเลิกหรือไม่ยกเลิก จากการประชุมวันนี้จะมีการเพิ่มเรื่องการปรับปรุง MOU ใช่หรือไม่ นายไชยชนกระบุว่า ยังมีอีกหลายแนวทางแต่ในรายละเอียด ขอให้แต่ละฝ่ายไปทำการบ้านเพิ่มเติมเพื่อกลับมานำเสนออีกครั้ง ไม่เช่นนั้นจะเป็นการกดดัน แต่ยืนยันว่า MOU 2543 และ 2544 มีการแยกศึกษาที่ไม่ใช่การเหมารวม ตรงไหนได้เปรียบหรือมีข้อกังวล ทุกอย่างจะถูกนำมาพิจารณาทั้งหมด
ส่วนหน่วยงานด้านความมั่นคงมีความกังวลอะไรหรือไม่ นายไชยชนกระบุว่า ทุกฝ่ายมีความเป็นห่วง และมีความตั้งใจที่จะทำให้สถานการณ์ทุกอย่างดีขึ้น พร้อมกับย้ำว่าระหว่างรัฐบาล กระทรวงกลาโหม หน่วยงานด้านความมั่นคง และกระทรวงการต่างประเทศ มีความสัมพันธ์ ความสามัคคีที่ดีขึ้นในการที่จะร่วมกันแก้ปัญหา
ส่วนแนวทางหากมีการยกเลิก MOU จะเป็นอย่างไร นายไชยชนกกล่าวว่า ที่ประชุมมีการหารือว่าจะต้องมีการตั้งคณะกรรมการ เพื่อเสนอข้อมูลเชิงลึก พร้อมกับยอมรับว่าหากมีการยกเลิกมีหลายรูปแบบ ไม่ใช่เพียงการฉีก MOU แต่จะต้องมีการกำหนดระยะเวลาในการยกเลิก