เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เร่งปิดดีลขาย ‘รอยัลออคิดฯ’ เคลียร์หนี้-คืนเงินผู้ถือหน่วย
Finance เร่งปิดดีลขาย ‘รอยัลออคิดฯ’ เคลียร์หนี้-คืนเงินผู้ถือหน่วย
ราคาน้ำมันวันนี้ (1 พ.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (1 พ.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (1 พ.ย. 69) ขยับขึ้น 0.3% อยู่ที่ 77,422 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (1 พ.ย. 69) ขยับขึ้น 0.3% อยู่ที่ 77,422 เหรียญสหรัฐ
ยศชนัน เยี่ยมชมมหกรรมหนังสือฯ โค้งสุดท้ายยอดนักอ่านทะลุล้าน
Biz Movement ยศชนัน เยี่ยมชมมหกรรมหนังสือฯ โค้งสุดท้ายยอดนักอ่านทะลุล้าน
ชมพู่ อารยา เผยเบื้องหลัง “กุ๊กกู๋” ที่แม่ซับพอร์ต
Biz Movement ชมพู่ อารยา เผยเบื้องหลัง “กุ๊กกู๋” ที่แม่ซับพอร์ต
ททท.คาดท่องเที่ยวสงขลา 2 เดือนสุดท้ายคึกคัก นักท่องเที่ยวทะลุ 9 แสนคน-ครั้ง สร้างรายได้ 7.5 พันล้าน  
Business ททท.คาดท่องเที่ยวสงขลา 2 เดือนสุดท้ายคึกคัก นักท่องเที่ยวทะลุ 9 แสนคน-ครั้ง สร้างรายได้ 7.5 พันล้าน  
โอบามาจวกทรัมป์ สงครามอิหร่าน เหน็บกลาโหม สนใจแต่แนวกราม-เทสโทสเตอโรน
World โอบามาจวกทรัมป์ สงครามอิหร่าน เหน็บกลาโหม สนใจแต่แนวกราม-เทสโทสเตอโรน
ทรัมป์ยังไม่ฟันธง เกาหลีเหนือ อยู่เบื้องหลังแฮก Binance
World ทรัมป์ยังไม่ฟันธง เกาหลีเหนือ อยู่เบื้องหลังแฮก Binance
CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
Tech CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
Biz Movement ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
ดูทั้งหมด

จับตาการพบกันครั้งแรก”ทรัมป์-ปูติน”จาก”ปฏิปักษ์”สู่”พันธมิตร”? ในการประชุมสุดยอดผู้นำสหรัฐ-รัสเซีย

15 ก.ค. 2561 | 13:38น.

การประชุมสุดยอดผู้นำสหรัฐฯ-รัสเซีย ที่กำลังจะเกิดขึ้นที่กรุงเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ ในวันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561 นับเป็นการประชุมอย่างเป็นทางการครั้งแรกระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กับ ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน แม้ว่าก่อนหน้านี้ผู้นำทั้งสองจะเคยพบปะกันในการประชุมระหว่างประเทศอย่างน้อยสองครั้งแล้วก็ดี การจัดการประชุมสุดยอดผู้นำฯ ครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังจากการเดินทางเยือนรัสเซียของนายจอห์น โบลตัน ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งได้เข้าพบหารือกับประธานาธิบดีปูตินที่กรุงมอสโกเมื่อปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

“ผ.ศ.จิตติภัทร พูนขำ” อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า การปรับความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับรัสเซียรอบใหม่นี้ เกิดขึ้นภายใต้บริบทที่เป็นปฏิปักษ์ อย่างน้อยสามประการ นั่นคือ

ประการแรก สหรัฐฯ และรัสเซียดำเนินความสัมพันธ์ทวิภาคีที่ไม่เป็นมิตรต่อกันมาช่วงระยะหนึ่งแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่การหวนคืนสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่สามของปูตินในปี ค.ศ. 2012 และวิกฤตการณ์ยูเครน/ไครเมียในปี ค.ศ.2014 ซึ่งนำมาสู่การที่สหรัฐฯ คว่ำบาตรทางเศรษฐกิจรัสเซีย

ถัดมาประการที่สอง คือ บริบททางการเมืองภายในของสหรัฐฯ ที่หลายฝ่ายตั้งคำถามหรือวิพากษ์วิจารณ์บทบาทของรัสเซีย โดยเฉพาะข้อกล่าวหาเรื่องการแทรกแซงระบบการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในปี ค.ศ. 2016 ที่ปัจจุบันความเกี่ยวพันระหว่างรัสเซียและคณะหาเสียงของทรัมป์ยังอยู่ในกระบวนการสืบสวนสอบสวนโดยคณะกรรมการสอบสวนพิเศษภายใต้การนำของนายโรเบิร์ต มูลเลอร์ อัยการพิเศษ

และประการสุดท้าย การประชุมสุดยอดผู้นำฯ ครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางบริบทการเมืองระหว่างประเทศที่ระเบียบโลกแบบเสรีนิยมกำลังถูกท้าทายสั่นคลอน ไม่ว่าจะเป็นกระแสประชานิยมฝ่ายขวา สงครามการค้าหรือลัทธิปกป้องการค้า (Protectionism) รวมทั้งรอยร้าวในความสัมพันธ์ข้ามแอตแลนติก(Transatlantic relations) โดยเฉพาะความไม่เห็นพ้องต้องกันระหว่างทรัมป์ กับผู้นำโลกตะวันตก ได้แก่ เยอรมนี ฝรั่งเศส และแคนาดา

สำหรับท่าทีของทรัมป์ที่สนับสนุนรัสเซียและกังขาต่อระบบพันธมิตรดั้งเดิมกลายเป็นประเด็นถกเถียงโต้แย้งสำคัญในการประชุมระหว่างผู้นำโลกตะวันตกในช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการประชุม G-7 ที่แคนาดา หรือการประชุม NATO ที่กรุงบรัสเซลส์ เบลเยียม การปรับความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ – รัสเซียได้สร้างความวิตกกังวลอย่างมากต่อพันธมิตรในโลกตะวันตกของสหรัฐฯ ซึ่งมองว่า การหันไปหารัสเซียของสหรัฐฯ อาจจะกระทบต่อระบบพันธมิตรข้ามแอตแลนติกอย่างมีนัยสำคัญ จนอาจจะนำไปสู่แนวโน้มของการเปลี่ยนขั้วระบบพันธมิตร (Alliance shifting) ได้

แม้ว่าปัจจัยผู้นำจะมีบทบาทสำคัญ กล่าวคือ ทั้งทรัมป์และปูตินต่างแสดงท่าทีที่เป็นมิตรต่อกันและกัน แต่กระนั้น การปรับความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับรัสเซียก็ไม่ใช่ภารกิจที่ง่ายดาย ทั้งนี้เพราะทั้งสองมหาอำนาจต่างมีความขัดแย้งร้าวลึกมาอย่างยาวนานจนกลายเป็นความไม่ไว้วางใจระหว่างประเทศ

หากมองในประวัติศาสตร์ช่วงยาว จะเห็นความพยายามในการปรับความสัมพันธ์ใหม่ หรือที่เราอาจจะเรียกว่า “รีเซ็ต” (Reset) ในทุกรัฐบาลของทั้งสองประเทศตั้งแต่ช่วงหลังสงครามเย็นเป็นต้นมา เช่น สมัยประธานาธิบดีบารัก โอบามาและ ดเมทรี เมดเวเดฟ ในช่วงระหว่างปี ค.ศ. 2008-2012 เป็นต้น แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ทั้งนี้เนื่องมาจากความแตกต่างพื้นฐานทางด้านอัตลักษณ์ ผลประโยชน์ และคุณค่าปทัสถาน การปรับความสัมพันธ์ใหม่ หรือ “รีเซ็ต” รอบนี้จึงเป็นโจทย์ที่ยากและท้าทายอย่างยิ่งต่อทั้งรัฐบาลทรัมป์และปูติน ผศ.จิตติภัทร กล่าวเพิ่มเติม

ความท้าทายของการปรับความสัมพันธ์ฯ อาจจะไม่ใช่เรื่องเชิงสัญลักษณ์ เช่น การจับมือระหว่างผู้นำหรือการออกแถลงการณ์ร่วมเท่านั้น แต่คือการตอบโจทย์เชิงยุทธศาสตร์ใหญ่ที่ว่าทำไมความขัดแย้งร้าวลึกนี้ยังคงดำรงอยู่อย่างถาวร ทั้งๆ ที่ทั้งสองฝ่ายต่างพยายามที่จะปรับความสัมพันธ์กันมาโดยตลอด การทำความเข้าใจสาเหตุเบื้องลึกของวิกฤตการณ์ในความสัมพันธ์สหรัฐฯ – รัสเซียอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของความสัมพันธ์ทวิภาคีนี้