Skip to content

อุบลฯ หนุน “ท่องเที่ยว-โอท็อป” สร้าง ศก.-กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น

16 ก.ค. 2561 | 09:36น.
อุบลฯ หนุน “ท่องเที่ยว-โอท็อป” สร้าง ศก.-กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น

สัมภาษณ์พิเศษ

อุบลราชธานี จังหวัดที่ตั้งอยู่สุดทิศตะวันออกของไทย มีเขตแดนติดกับประเทศลาวและกัมพูชา อีกทั้งยังเป็นเมืองที่เป็นจุดหมายปลายทางทางวัฒนธรรม

โดยปี 2560 ที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวและผู้ไปเยือนถึงราว 9 แสนคน เพราะเป็นจังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นอุทยานแห่งชาติผาแต้ม, เขื่อนสิรินธร, บ้านคำปุน, พิพิธภัณฑ์เปิดบ้านก้านเหลือง, หินชมนภา, หาดชมดาว, สามพันโบก, ผาชะนะได ฯลฯ

“ประชาชาติธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์พิเศษ “สฤษดิ์ วิฑูรย์” ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ถึงแนวทางการพัฒนาด้านการท่องเที่ยว เศรษฐกิจ รวมถึงการพัฒนาและสร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์โอท็อปของจังหวัด เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ รายได้ และตอบโจทย์ด้านกระจายรายได้ของจังหวัดลงสู่ท้องถิ่นตามนโยบายหลักของรัฐบาลไว้ ดังนี้

ผู้ว่าฯสฤษดิ์เริ่มต้นการให้สัมภาษณ์ว่า จังหวัดอุบลราชธานีนั้นมีประชากรอยู่ประมาณ 1.8 ล้านคน ในจำนวนนี้กว่า 80% เป็นเกษตรกร เป็นคนที่อยู่ในภาคการผลิต ไม่ได้ก่อให้เกิดรายได้มากนัก แต่รายได้หลักของจังหวัดมาจากภาคการท่องเที่ยวและบริการ โดยจากรายได้ของจังหวัดในปี 2560 ที่มีมูลค่าประมาณ 1.8 แสนล้านบาท คิดเป็นรายได้จากภาคการท่องเที่ยวถึงกว่า 7 หมื่นล้านบาท

ดันท่องเที่ยวกระจายรายได้

ดังนั้น จากโจทย์ของรัฐบาลที่ต้องการให้ทุกจังหวัดมีการกระจายรายได้ลงไปสู่ท้องถิ่นนั้น ทางจังหวัดอุบลฯจึงต้องให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและผลักดันแหล่งท่องเที่ยวทั่วทั้งจังหวัด ไม่ให้กระจุกอยู่เฉพาะในเมืองหรือในอำเภอหลัก ๆ เท่านั้น ซึ่งในส่วนนี้ทางจังหวัดได้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ประกอบด้วย 1.สถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องสร้างขึ้นมาใหม่เพื่อดึงให้นักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศเข้าไปร่วมกิจกรรม และมีการจับจ่ายสินค้าและผลผลิตต่าง ๆ ที่เป็นภูมิปัญญาชาวบ้าน หรือผลิตภัณฑ์โอท็อป ซึ่งมีอยู่มากกว่า 1,000 รายการ

และ 2.แหล่งท่องเที่ยวที่มีกระจายอยู่ในทุกอำเภอทั่วจังหวัด และมีศักยภาพในการสร้างรายได้อยู่แล้ว เพราะเป็นจังหวัดที่มีความเด่นของแหล่งท่องเที่ยวถึง 3 ส่วนหลัก ๆ ได้แก่ ส่วนที่ 1 แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่กระจายอยู่ในชุมชน และสามารถทำเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านได้ด้วย

ส่วนที่ 2 แหล่งท่องเที่ยวเชิงอารยธรรม เนื่องจากอุบลฯเป็นเมืองเก่าแก่จึงมีแหล่งวัฒนธรรมกระจายอยู่ตามหมู่บ้านเป็นจำนวนมาก รวมถึงมีความหลากหลายของชนเผ่า และด้วยความเป็นเมืองชายแดนยิ่งสามารถเชื่อมโยงอารยธรรมกับเพื่อนบ้านได้ด้วยเช่นกัน

และส่วนที่ 3 คือ อุบลฯเป็นเมืองธรรมะ เป็นเมืองที่เป็นต้นกำเนิดของสายธรรมะ สายปฏิบัติจำนวนมาก ทำให้อุบลฯมีกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงศาสนาต่อเนื่องตลอดทั้งปี

ยกระดับอุบลฯสู่ “ไมซ์ซิตี้”

นอกจากนี้ ยังมีแผนพัฒนาจังหวัดอุบลฯ ให้เป็นศูนย์กลางการจัดประชุม สัมมนา และเจรจาธุรกิจ หรือไมซ์ซิตี้ โดยพัฒนาโรงแรม ศูนย์ประชุมต่าง ๆ รองรับงานด้านนี้โดยตรงอีกแขนงหนึ่งซึ่งในแผนพัฒนานั้นจะพัฒนาและส่งเสริมพื้นที่การจัดสัมมนาให้กระจายลงไปในทุกอำเภอทั่วจังหวัดเช่นเดียวกันผู้ว่าฯสฤษดิ์ยังบอกอีกว่า ด้วยความที่จังหวัดอุบลฯเป็นเมืองเกษตรกรรม จึงมีผลิตภัณฑ์แปรรูปจากการเกษตรเป็นจำนวนมาก ทางจังหวัดจึงให้น้ำหนักกับการทำเกษตรรูปแบบใหม่ โดยนำเอาผลผลิตทางการเกษตรมาสร้างมูลค่าเพิ่ม เช่น การนำมันสำปะหลังมาแปรรูปเป็นเอทานอล หรือการทำเกษตรอินทรีย์ ฯลฯ

สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะทำให้เกษตรกรซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของจังหวัดมีรายได้ที่เพิ่มขึ้นด้วย คนในระดับฐานรากก็จะมีรายได้ที่เพิ่มขึ้นได้ด้วย

เพิ่มน้ำหนัก “ท่องเที่ยวชุมชน”

ผู้ว่าฯสฤษดิ์ยังบอกด้วยว่า สิ่งที่ทางจังหวัดโฟกัสอย่างมากในขณะนี้ คือ เพิ่มการท่องเที่ยวโดยชุมชน เพราะในทุกชุมชนก็มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ทั้งที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยว และแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นวิถีชีวิต โดยในส่วนนี้เรียกว่า “ท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี” ที่ทางจังหวัดทำแผนกำหนดให้ต้องมีอยู่ในทุกอำเภอที่สำคัญในแหล่งท่องเที่ยวเหล่านี้ก็จะมีสินค้า ไม่ว่าจะเป็นอาหารขึ้นชื่อ

สินค้าแปรรูป โบราณสถาน ฯลฯ เพราะพฤติกรรมการท่องเที่ยวในยุคปัจจุบันนักท่องเที่ยวจะนิยมเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นออริจินอลและเน้นทำกิจกรรมร่วมด้วย

“เราจะพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวให้เชื่อมโยงกันในทุกอำเภอ และในระหว่างการที่จะไปถึงแหล่งท่องเที่ยว เราก็พัฒนาให้มีแหล่งที่ให้ชาวบ้านได้นำสินค้าในพื้นที่มาจำหน่าย ไม่ว่าจะเป็นตลาดประชารัฐ, ตลาดสุขใจ, ตลาดวัฒนธรรม ฯลฯ เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่มาเยือนรู้จักสินค้าและเกิดการจับจ่าย ซึ่งจุดนี้เราเห็นชัดเจนแล้วว่าเป็นการช่วยกระจายรายได้ลงสู่ท้องถิ่นได้อย่างแท้จริง”

พัฒนาถนน-สนามบินรับอนาคต

ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานียังให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมอีกว่า เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกและเตรียมพร้อมสำหรับรองรับนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นในอนาคต ทางจังหวัดอุบลฯยังมีแผนพัฒนาด้านคมนาคมเพื่อให้เข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวได้สะดวกมากยิ่งขึ้น ทั้งทางอากาศและทางบก

โดยในทางอากาศนั้นได้วางแผนระยะยาว 15 ปี โดยมีเป้าหมายพัฒนาสนามบินอุบลราชธานีให้เป็นสนามบินนานาชาติ พร้อมเตรียมลงทุนสนามบินแห่งที่ 2 ของจังหวัดอีกแห่งในพื้นที่อำเภอรอบนอก โดยวางตำแหน่งให้เป็นสนามบินภายในประเทศ และให้จังหวัดใกล้เคียงได้รับประโยชน์ร่วมด้วย

“ในระยะเวลา 2 ปีนี้เราจะเพิ่มศักยภาพในการรองรับของสนามบินปัจจุบันให้รองรับผู้โดยสารได้มากขึ้น จากปัจจุบันที่มีศักยภาพในการรองรับได้ 1 ล้านคนต่อปี พร้อมขอเจรจาเปิดเส้นทางบินเพิ่มขึ้นทั้งเส้นทางบินภายในประเทศและต่างประเทศ จากปัจจุบันที่ทำการบินอยู่ 20 เที่ยวบินต่อวัน”

เช่นเดียวกับเส้นทางทางบก ขณะนี้ทางจังหวัดได้รับอนุมัติงบประมาณสำหรับปี 2562 แล้วกว่า 700 ล้านบาท สำหรับพัฒนาทั้งถนนเส้นทางสายหลักและสายรอง รวมถึงถนนในชุมชนเพื่อให้การเดินทางของคนในจังหวัดและผู้มาเยือนสะดวกยิ่งขึ้น

และแน่นอนว่า เมื่อเส้นทางคมนาคมทั้งทางอากาศและทางบกสะดวกขึ้น จังหวัดก็จะมีศักยภาพในการพัฒนาและเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวได้ดียิ่งขึ้น ทั้งภายในจังหวัดและจังหวัดใกล้เคียง รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

OTOP ท่องเที่ยว