Skip to content

‘หลาน’ ผู้มีหัวใจศิลปิน กับ ‘ย่า’ ผู้เป็นแรงบันดาลใจ

01 พ.ย. 2568 | 10:31น.
‘หลาน’ ผู้มีหัวใจศิลปิน กับ ‘ย่า’ ผู้เป็นแรงบันดาลใจ

“ผ้าที่ใส่นี่สวยมาก…ทอให้พระราชินีได้ไหม” พระราชดำรัสที่เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการฟื้นฟูผ้าไหมแพรวา จนเป็นที่รู้จักในวงกว้าง เมื่อสมเด็จพระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทอดพระเนตรเห็นความสวยงามของผ้าไหมแพรวาของชาวบ้านผู้ไท บ้านโพน อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ แต่งกายมารอรับเสด็จเมื่อปี พ.ศ. 2520 นับจากนั้นจึงไม่เพียงแต่ผ้าไหมแพรวาเท่านั้น แต่ผ้าไหมไทยและผ้าอื่น ไม่ว่าผ้าฝ้าย ผ้าชาวเขา ต่างก็ได้รับการพัฒนาให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ผ่านมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมต่อกับชาวบ้าน

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และพัฒนาผ้าไทย เพื่อช่วยเหลือราษฎรในถิ่นทุรกันดารให้มีรายได้เสริมจากการทอผ้าและงานหัตถกรรมอื่น ๆ ทรงให้ความสำคัญกับการศึกษาภูมิปัญญาท้องถิ่น เรามักเห็นการเสด็จพระราชดำเนินติดตามพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เพื่อทรงเยี่ยมราษฎรในทุกภูมิภาค ทำให้ทรงพบเห็นว่าผ้าทอมือของชาวบ้านนั้นมีคุณค่าทางวัฒนธรรมสูง แต่กำลังจะสูญหาย จึงทรงมีพระราชประสงค์ที่จะฟื้นฟูงานทอผ้าพื้นถิ่นเหล่านั้นโดยทรงงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผ้าไทยเป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับทั้งในประเทศและระดับสากล จนทรงได้รับการยกย่องให้เป็น “พระมารดาแห่งไหมไทย”

พระราชกรณียกิจของพระองค์ไม่เพียงช่วยให้ผ้าไทยได้รับการอนุรักษ์ แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ผู้ทรงเป็น “หลานรัก” ได้สืบสานงานอนุรักษ์นี้ต่อตามรอยพระยุคลบาท

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงสืบสานและต่อยอดพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระพันปีหลวงในด้านการส่งเสริมและอนุรักษ์ผ้าไทย ศิลปหัตถกรรม รวมถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน

โดยนำความรู้ด้านแฟชั่นมาประยุกต์ใช้ทำให้ผ้าไทยมีความร่วมสมัยและเป็นที่นิยมในระดับสากลมากขึ้น โดยทรงศึกษาและค้นคว้าลวดลายพื้นถิ่นจากทั่วประเทศ แล้วนำมาออกแบบเป็นลายผ้าใหม่ ๆ พระราชทานนามที่มีความหมาย เช่น “ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” เป็นต้น

สำหรับปี 2567 ซึ่งเป็นปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 6 รอบ 72 พรรษา เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงออกแบบพระราชทานลายผ้าใหม่เป็นการเฉลิมพระเกียรติ 4 ลาย ได้แก่ ลายวชิรภักดิ์, ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ 2567, ลายหัวใจ และลายดอกรักราษฎร์ภักดี โดยนำลายหลักทั้ง 4 ลายนี้ไปผสมผสานกับลวดลายภูมิปัญญาท้องถิ่นในผ้าหลากหลายประเภท ทั้งผ้ากาบบัว, ผ้ายก, จก, ขิด, แพรวา, ผ้ามัดหมี่ และผ้าบาติก เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้ช่างทอผ้าได้พัฒนาต่อยอด

ทรงมีแนวคิดส่งเสริมผ้าด้วยการจัดทำโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ส่งเสริมให้ผ้าไทยสามารถสวมใส่ได้ในทุกโอกาส ทุกเพศ ทุกวัย ด้วยการนำเสนอการออกแบบที่ทันสมัยและหลากหลาย ที่สำคัญ ทรงส่งเสริมการย้อมสีผ้าด้วยวัสดุธรรมชาติ ช่วยลดการใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม และเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นนั้น ๆ นอกจากนี้ ทรงนำผ้าไทยไปจัดแสดงในเวทีระดับโลกหลายครั้ง

เช่น นิทรรศการ “Weaving the Way : A Journey of Thai Silk” ที่กรุงลอนดอน ทรงร่วมมือกับองค์กรระดับโลก เช่น UNESCO และ SACIT (สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย) เพื่อยกระดับผ้าไทยสู่มาตรฐานสากล ทั้งยังทรงจัดทำหนังสือ “เทรนด์บุ๊กผ้าไทย” หรือ Thai Textiles Trend Book รวบรวมแนวโน้มและทิศทางของผ้าไทย เพื่อช่วยให้ดีไซเนอร์และช่างทอผ้าสามารถพัฒนาผลงานให้สอดคล้องกับแฟชั่นปัจจุบัน

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงสืบทอดพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงปลุกชีวิตผืนผ้าจากภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ใกล้จะสูญหายให้กลับมามีคุณค่าอีกครั้ง และยังทรงต่อยอดงานผ้าไทยไปสู่สากล ทรงพิสูจน์ให้เห็นว่า “ความเป็นไทยมิได้หยุดอยู่ในอดีต หากงดงามได้ในปัจจุบัน และเบ่งบานได้ในอนาคต”