Skip to content

กทม. ย้ำคุมสถานการณ์น้ำเจ้าพระยาได้ เตือน 11 ชุมชนนอกแนวกั้นเฝ้าระวังใกล้ชิด

11 พ.ย. 2568 | 12:05น.
กทม. ย้ำคุมสถานการณ์น้ำเจ้าพระยาได้ เตือน 11 ชุมชนนอกแนวกั้นเฝ้าระวังใกล้ชิด

กทม. ย้ำคุมสถานการณ์น้ำเจ้าพระยาได้ แม้น้ำเหนือ-น้ำหนุนยังสูง เตือน 11 ชุมชนนอกแนวคันกั้นน้ำเฝ้าระวังใกล้ชิด เสี่ยงน้ำท่วมหนัก

นายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกของกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาว่า ยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง จากการระบายน้ำของกรมชลประทาน โดยคาดว่าปริมาณน้ำจะทรงตัวในช่วงวันที่ 11-12 พ.ย.นี้ ก่อนมีแนวโน้มลดระดับลงหลังจากนั้น

โดยวานนี้ (10 พ.ย.) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. ลงพื้นที่ตรวจแนวป้องกันน้ำท่วมบริเวณสะพานพุทธ-ท่าเตียน ยืนยันสถานการณ์ยังควบคุมได้ พร้อมสั่งทุกเขตริมเจ้าพระยาเฝ้าระวัง ‘3 น้ำ’ ทั้งน้ำเหนือ น้ำหนุน และน้ำฝน ตลอด 24 ชั่วโมง

ผู้ว่าฯชัชชาติระบุว่า ขณะนี้น้ำเหนือเพิ่มเป็นราว 2,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่น้ำหนุนน้อยลง ระดับน้ำสูงสุดราว 2.1 เมตร ต่ำกว่าแนวคันป้องกัน 2.8 เมตร เหลือระยะปลอดภัย 70 เซนติเมตร พร้อมใช้วิธี “สูบสู้” ระบายน้ำที่รั่วซึมกลับสู่แม่น้ำ ป้องกันล้นเข้าถนน ย้ำ กทม.ควบคุมสถานการณ์ได้ มีเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังตลอดเวลา

กทม. เตรียมพร้อมเต็มกำลัง ป้องกันน้ำเหนือ-น้ำหนุน โดยได้ประสานความร่วมมือกับกรมชลประทาน กรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมความพร้อมแผนรองรับมวลน้ำ โดยตรวจสอบแนวป้องกันน้ำท่วมตามแนวริมแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อย และคลองมหาสวัสดิ์ รวมระยะทาง 88 กิโลเมตร

  • แนวป้องกันน้ำของ กทม. 80 กม.
  • แนวป้องกันของเอกชนและหน่วยงานอื่น 3.65 กม.
  • แนวฟันหลอหรือยังไม่สามารถป้องกันได้ 4.35 กม.

ทั้งนี้ สำนักการระบายน้ำและสำนักงานเขต ได้เรียงกระสอบทรายป้องกันน้ำทะเลหนุนและน้ำเหนือหลากแล้วเสร็จ 100% โดยมีระดับความสูง +2.40 ถึง +2.70 ม.รทก. พร้อมดูแลแนวป้องกันที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างและแนวฟันหลอให้สามารถใช้งานได้ในภาวะฉุกเฉิน

ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยา จะทยอยปรับเพิ่มการระบาย ตั้งแต่เวลา 16.00 น. จากอัตรา 2,800 ลบ.ม./วินาที เป็นอัตรา 2,900 ลบ.ม./วินาที ภายในเวลา 02.00 น. ของวันที่ 11 พ.ย. และคงอัตราดังกล่าวต่อเนื่อง ขอให้ประชาชนที่อาศัยนอกแนวเขื่อนริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด

บ้านเรือนนอกแนวคันกั้นน้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 11 ชุมชน จากข้อมูลจากสำนักการระบายน้ำ ระบุว่าบ้านเรือนนอกแนวคันป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อย และคลองมหาสวัสดิ์ ครอบคลุมพื้นที่ 6 เขต ได้แก่ ดุสิต พระนคร บางคอแหลม ยานนาวา บางกอกน้อย และคลองสาน รวมทั้งสิ้น 320 หลังคาเรือน ประชากรราว 1,070 คน ซึ่งเป็นพื้นที่ตลิ่งต่ำและมีโอกาสได้รับผลกระทบโดยตรง หากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับชุมชนนอกแนวคันกั้นน้ำของ กทม. ปัจจุบัน 11 ชุมชน 320 หลังคาเรือน ครอบคลุมพื้นที่ 6 เขต ประกอบด้วย

  • เขตดุสิต 2 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนราชผาทับทิมร่วมใจ (เชิงสะพานกรุงธนฯ) และชุมชนเทวราชกุญชร
  • เขตพระนคร 1 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนท่าวัง
  • เขตบางคอแหลม 4 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนมาตานุสรณ์, ชุมชนหลังโรงพยาบาลเจริญกรุงฯ, ชุมชนวัดอินทร์บรรจง และชุมชนวัดบางโคล่นอก
  • เขตยานนาวา 1 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนโรงสี ถนนพระราม 3
  • เขตบางกอกน้อย 1 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนวัดดุสิตนิมิตรใหม่
  • เขตคลองสาน 2 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนปลายซอยเจริญนคร 29/2 และช่างนาค-สะพานยาว

สำนักงานเขตในพื้นที่ที่มีชุมชนอยู่นอกคันกั้นน้ำได้ดำเนินการเสริมกระสอบทรายตามแนวริมแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อป้องกันน้ำไหลเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ แจ้งเตือนประชาชนให้ยกของขึ้นที่สูงและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด

ขณะที่สำนักการระบายน้ำ กทม. ได้เตรียมความพร้อมของเจ้าหน้าที่ เครื่องสูบน้ำ และอุปกรณ์ป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างต่อเนื่อง พร้อมเฝ้าระวังระดับน้ำหนุนสูงที่อาจเกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์นี้ ทั้งนี้ กทม.มีมาตรการรองรับและระบบป้องกันน้ำท่วมพร้อมปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อคุ้มครองพื้นที่เศรษฐกิจและชุมชนริมแม่น้ำให้ปลอดภัยสูงสุด

ทั้งนี้ เว็บไซต์ สำนักการระบายน้ำ กทม. แจ้งเฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูง ระดับน้ำทะเลหนุนสูงในแม่น้ำเจ้าพระยาคาดหมายโดยกรมอุทกศาสตร์ ณ กองบัญชาการกองทัพเรือ (กรุงเทพมหานคร) ฐานน้ำทะเลระดับ +1.29 ม.รทก.ระดับน้ำคาดหมาย +2.17 ม.รทก.

ผู้ว่าฯชัชชาติได้สั่งการให้ทุกเขตเร่งเสริมแนวกระสอบทราย ตรวจสอบแนวฟันหลอ และสร้างสะพานไม้ชั่วคราวในจุดจำเป็น เพื่อให้ประชาชนสัญจรได้ปลอดภัย รวมทั้งเตรียมกระสอบทรายสำรองและเครื่องสูบน้ำในจุดสำคัญ และจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังตลอดแนวพื้นที่เสี่ยง เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงที