ททท. เผยแนวโน้มท่องเที่ยวไทยช่วงไฮซีซั่นสดใส ต่างชาติเดินทางเข้าไทยต่อเนื่อง หลังแคมเปญใหญ่ “วิจิตรเจ้าพระยา 2568” และเทศกาลลอยกระทงเงินสะพัดกว่า 6.5 พันล้านบาท พร้อมชี้ปี 2569 ตั้งเป้านักท่องเที่ยวต่างชาติ 34.9 ล้านคน เน้นดึงกลุ่มคุณภาพสูงผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก Medical Tourism-เส้นทางบินใหม่-มาตรฐานเชื่อมั่นและซอฟต์พาวเวอร์
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า แนวโน้มการท่องเที่ยวไทยช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) นี้ เชื่อว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาเที่ยวไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ ททท.มีแคมเปญออกมากระตุ้นตลาดตั้งแต่ต้นปีจนถึงขณะนี้ที่เพิ่งเปิดงานใหญ่อย่างงานวิจิตรเจ้าพระยา 2568 ซึ่งได้รับเสียงตอบรับจากนักท่องเที่ยวแน่นแม่น้ำเจ้าพระยา
รวมถึงเทศกาลลอยกระทงที่ผ่านมา มีเงินสะพัดกว่า 6.5 พันล้านบาท มีการท่องเที่ยวเกือบ 2 ล้านคน งานใหญ่ถัดไปเป็นกิจกรรมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ โดยจะจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทำให้ประเทศไทยเป็นหมุดหมายอันดับต้น ๆ ของเคานต์ดาวน์โลก ทำให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยมีสัญญาณการเติบโตที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ทั้งปี 2568 ถือว่าตลาดต่างชาติเที่ยวไทยยังคงทำได้ดี โดยคาดว่าจะมีจำนวนสะสมประมาณ 33.4 ล้านคน ลดลง 6% เทียบกับปี 2567 ที่สามารถทำได้ 35.54 ล้านคน สร้างรายได้ประมาณ 1.51 ล้านล้านบาท ลดลง 5% เพราะมีหลายปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้เกิดขึ้น ส่งผลกระทบต่อการเดินทางท่องเที่ยว แต่ ททท.ได้วางกลยุทธ์การดึงความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวกลับมา
โดยดำเนินโครงการทรัสต์ไทยแลนด์ หรือตราสัญลักษณ์ที่จะสร้างความเชื่อมั่นในการท่องเที่ยว ยกระดับความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ แม้มีกระแสการทลายแหล่งค้ามนุษย์และสแกมเมอร์ในประเทศเพื่อนบ้าน จนสร้างความวิตกในการท่องเที่ยวไทย เพราะมีชายแดนติดกัน กระทบความมั่นใจในการท่องเที่ยวของตลาดระยะใกล้ แต่ก็มีตลาดระยะไกล โดยเฉพาะยุโรป สหรัฐ ตะวันออกกลาง ที่เข้ามาเที่ยวไทยเพิ่มมากขึ้นแทน
นางสาวฐาปนีย์กล่าวต่อว่า จากสถิติล่าสุดพบว่า ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสะสมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-2 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมาทั้งสิ้น 26,889,456 คน สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้วประมาณ 1,242,365 ล้านบาท ตลาดหลัก ๆ ยังเป็นจีน มาเลเซีย และอินเดีย ซึ่งเป็นตลาดระยะใกล้ในสัดส่วนสูง
โดยแนวโน้มจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติตลาดระยะใกล้ช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ พบว่า ประเทศมาเลเซีย เพิ่มขึ้น 1% จีน ลดลง 35% อินเดีย เพิ่มขึ้น 12% เกาหลีใต้ ลดลง 9% และสิงคโปร์ ลดลง 3% ส่วนในตลาดระยะไกล พบว่า รัสเซีย เพิ่มขึ้น 17% อังกฤษ เพิ่มขึ้น 25% สหรัฐ เพิ่มขึ้น 7% เยอรมนี เพิ่มขึ้น 8% และออสเตรเลีย เพิ่มขึ้น 8%
จึงวางแผนการตลาดดึงสัดส่วนตลาดระยะไกลเพิ่มมากขึ้น เพื่อชดเชยจำนวนตลาดระยะใกล้ที่หายไป แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ทำตลาดระยะใกล้ เพราะยังมีอีกหลายกลยุทธ์ที่จะออกมาฟื้นความเชื่อมั่น และดึงความมั่นใจจากนักท่องเที่ยวต่างชาติต่อเนื่อง
สำหรับทิศทางในปี 2569 ททท.คาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ อยู่ที่ 34.90 ล้านคน สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวรวมอยู่ที่ 2.79 ล้านล้านบาท เพิ่มวันพักเฉลี่ย 14-21 วัน และค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัว 65,000-80,000 บาทต่อทริป โดยเน้นไปที่กลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพมากกว่าจำนวน สะท้อนแนวทางเศรษฐกิจมหภาคของรัฐบาล ที่ต้องการขับเคลื่อนประเทศผ่าน เศรษฐกิจคุณภาพสูง (High-Value Economy) โดยจะใช้ 3 กลยุทธ์เชิงรุกที่สำคัญ ได้แก่
1.ยกระดับสู่ Total Wellbeing และ Medical Tourism หรือการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ความเป็นอยู่ที่ดี การรักษาเฉพาะทางต่าง ๆ ที่มีการใช้จ่ายต่อคนสูงมาก
2.ผลักดันการเปิดเส้นทางบินและเที่ยวบินใหม่เพิ่มขึ้น เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง
และ 3.สร้างมาตรฐานด้านความเชื่อมั่นและซอฟต์พาวเวอร์