เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘โจ้-ธนา’ เปิดคอร์ส HRM² รุ่น 2 ให้เด็กสอนผู้ใหญ่ แก้โจทย์ Gen Z ลาออกไว
HR ‘โจ้-ธนา’ เปิดคอร์ส HRM² รุ่น 2 ให้เด็กสอนผู้ใหญ่ แก้โจทย์ Gen Z ลาออกไว
“น้ำมันพืชกุ๊ก” สร้างโรงเรือนนวัตกรรมสร้างคุณค่า Organic Waste ให้โรงเรียน
SD “น้ำมันพืชกุ๊ก” สร้างโรงเรือนนวัตกรรมสร้างคุณค่า Organic Waste ให้โรงเรียน
สัมผัสประสบการณ์ “Flower & Friend”นิทรรศการศิลปะดอกไม้ ผ่านภาพถ่ายและเซรามิก
Biz Movement สัมผัสประสบการณ์ “Flower & Friend”นิทรรศการศิลปะดอกไม้ ผ่านภาพถ่ายและเซรามิก
CKP ลุยโรงไฟฟ้าโซลาร์ครึ่งปีหลัง เกาะติดน้ำหลากเอื้อผลิตไฟ ‘ไซยะบุรี’
Uncategorized CKP ลุยโรงไฟฟ้าโซลาร์ครึ่งปีหลัง เกาะติดน้ำหลากเอื้อผลิตไฟ ‘ไซยะบุรี’
กสิกรไทย คาดสินเชื่อเอสเอ็มอีโต 1-2% หนุนขยายวงเงิน SME Credit Boost
Finance กสิกรไทย คาดสินเชื่อเอสเอ็มอีโต 1-2% หนุนขยายวงเงิน SME Credit Boost
ราคาทองวันนี้ (8 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณ 69,400 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (8 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณ 69,400 บาท
กอช. จับมือ AIS แจกใหญ่ ออมเงินรับพอยต์ รัฐช่วยสมทบสะสมสูงสุด 100%
Finance กอช. จับมือ AIS แจกใหญ่ ออมเงินรับพอยต์ รัฐช่วยสมทบสะสมสูงสุด 100%
“ศุภจี” ชูปฏิรูปการแข่งขัน กขค.จับตา GP แพลตฟอร์ม สั่งบางรายชะลอขึ้น 6 เดือน
Economic “ศุภจี” ชูปฏิรูปการแข่งขัน กขค.จับตา GP แพลตฟอร์ม สั่งบางรายชะลอขึ้น 6 เดือน
ธรรมนัส ย้ำ ‘อนุทิน’ ยังเป็นเพื่อน ให้โอกาส รบ.ทำงาน ปัดตอบดีล “น้ำเงิน-เขียว”
Politics ธรรมนัส ย้ำ ‘อนุทิน’ ยังเป็นเพื่อน ให้โอกาส รบ.ทำงาน ปัดตอบดีล “น้ำเงิน-เขียว”
ท็อปส์ เปิดยุทธภูมิเกาะช้าง ปักธงท็อปส์ เดลี่ 3 สาขารวด ชิงกำลังซื้อ 3 ทำเลสำคัญ
Business ท็อปส์ เปิดยุทธภูมิเกาะช้าง ปักธงท็อปส์ เดลี่ 3 สาขารวด ชิงกำลังซื้อ 3 ทำเลสำคัญ
ดูทั้งหมด

การค้าบริการ ทางเลือกลดดีกรี สงครามการค้า สหรัฐ-จีน

18 ก.ค. 2561 | 16:30น.

คอลัมน์เลียบรั้วเลาะโลก

โดย ขวัญใจ เตชเสนสกุล EXIM BANK


ประเด็นร้อนที่ถูกกล่าวถึงและสร้างความปั่นป่วนให้บรรยากาศการค้าการลงทุนทั่วโลกมากที่สุดนับตั้งแต่ต้นปี 2561 คงหนีไม่พ้น “สงครามการค้า” ระหว่างสหรัฐกับหลายประเทศมหาอำนาจ โดยเฉพาะจีน ซึ่งเป็นคู่ปรับในการช่วงชิงการเป็นเบอร์หนึ่งด้านเศรษฐกิจของโลก และยังเป็นประเทศที่สหรัฐขาดดุลการค้ามากที่สุด ล่าสุดในปี 2560 สหรัฐขาดดุลการค้าสินค้ากับจีน 3.75 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมา ถือเป็นวันที่สหรัฐกับจีนลั่นกลองรบอย่างเป็นทางการกันอีกครั้ง ผ่านการปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าระหว่างกันในอัตรา 25% คิดเป็นมูลค่ารวมกันราว 7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และจะเพิ่มขึ้นอีกกว่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในระยะถัดไป

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้สร้างความกังวลให้แก่ภาคธุรกิจทั่วโลก เนื่องจากสหรัฐและจีนถือเป็นผู้ซื้อและผู้ขายสินค้ารายใหญ่ที่สุดในโลก ทำให้หลายฝ่ายต้องการให้ทั้งสองประเทศหาทางออกร่วมกันอย่างสันติเพื่อลดผลกระทบในวงกว้าง ทั้งนี้ หากพิจารณาโครงสร้างเศรษฐกิจของสหรัฐ พบว่าสหรัฐยังต้องพึ่งพาจีนอยู่หลายด้าน อาจด้วยเพราะสหรัฐเป็นสังคมการบริโภคแบบเต็มขั้น สะท้อนได้จากสัดส่วนการบริโภคภาคเอกชนต่อ GDP ที่ 70% สูงสุดเมื่อเทียบกับประเทศมหาอำนาจทั้งหมด ทำให้สหรัฐยังต้องพึ่งพาสินค้าอุปโภคบริโภคหลายชนิดจากต่างประเทศ โดยเฉพาะสินค้าราคาถูกจากจีน ขณะเดียวกันที่ผ่านมา ผู้ประกอบการสหรัฐเองก็ได้กระจายห่วงโซ่อุปทานบางขั้นตอนไปผลิตในจีนเป็นจำนวนมาก ทำให้ห่วงโซ่อุปทานของสหรัฐยังต้องพึ่งพาจีนในหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องจักรกลต่าง ๆ ปัจจัยดังกล่าวทำให้สหรัฐจะยังขาดดุลการค้ากับจีนในระดับสูงและเป็นปัจจัยกดดันให้สหรัฐยังคงต้องทำสงครามการค้าสินค้ากับจีนอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม มีคำถามจากประชาคมโลกว่า แล้วจะมีวิธีใดบ้างที่อาจช่วยลดแรงปะทะไม่ให้เกิดสงครามการค้ารุนแรงได้ หนึ่งในคำตอบที่เริ่มมีการพูดถึงคือ “การค้าบริการ” ทั้งนี้ การค้าบริการถือเป็นภาคส่วนที่สหรัฐมีแต้มต่อและมีศักยภาพเหนือกว่าจีนอยู่หลายช่วงตัว สังเกตได้จากดุลบริการ โดยจีนเป็นประเทศที่สหรัฐเกินดุลบริการมากที่สุด ล่าสุดในปี 2560 สหรัฐ เกินดุลบริการกับจีนกว่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทั้งนี้หากพิจารณาในรายละเอียด พบว่าบริการที่สหรัฐเกินดุลกับจีนมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ การท่องเที่ยว (รวมบริการด้านการศึกษา) ทรัพย์สินทางปัญญา และการเงิน ตามลำดับ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวที่คิดเป็นกว่า 70% ของมูลค่าเกินดุลรวม ซึ่งมีส่วนประกอบหลักมาจากบริการด้านการศึกษาเกือบ 50% ของการเกินดุลในภาคการท่องเที่ยวทั้งหมด ปัจจุบันนักศึกษาจีนถือเป็นนักศึกษาต่างชาติอันดับหนึ่งในสหรัฐ หรือคิดเป็นกว่า 1 ใน 3 ของนักศึกษาต่างชาติทั้งหมด และมีจำนวนเพิ่มขึ้นเฉลี่ยราว 20% ต่อปีตลอด 10 ปีที่ผ่านมา

ทำให้การศึกษาถือเป็นภาคบริการที่สหรัฐสามารถกอบโกยรายได้จากจีนอย่างเป็นกอบเป็นกำมากที่สุด นอกจากนี้ สหรัฐยังมีความเข้มแข็งอย่างมากในการเป็นเจ้าของนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีและการเงิน สะท้อนได้จากการจัดอันดับล่าสุดของบริษัทที่ปรึกษาระดับโลกอย่าง PricewaterhouseCoopers (PwC) พบว่าบริษัทที่มีมูลค่าตลาดสูงที่สุดในโลก 100 อันดับแรก เป็นบริษัทของสหรัฐมากถึง 54 บริษัท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีและการเงินแทบทั้งสิ้น เทียบกับจีนซึ่งมีเพียง 12 บริษัทเท่านั้น

ปัจจัยนี้เองสะท้อนจุดแข็งในภาคบริการของสหรัฐที่ยังเหนือกว่าจีน แม้ว่าในระยะสั้นมูลค่าการเกินดุลบริการของสหรัฐกับจีนจะยังมีมูลค่าไม่มากนักเมื่อเทียบกับยอดขาดดุลการค้าสินค้า แต่หากดูอัตราขยายตัวของการเกินดุลบริการของสหรัฐกับจีนในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา พบว่าขยายตัวเฉลี่ยถึง 15% ต่อปี สูงกว่าการขาดดุลการค้าสินค้าที่ขยายตัวไม่ถึง 4% ต่อปีค่อนข้างมาก ปัจจัยดังกล่าวสะท้อนถึงศักยภาพในการเติบโตของการค้าบริการของสหรัฐในอนาคต ซึ่งหากจีนนำประเด็นดังกล่าวมาใช้เป็นข้อแลกเปลี่ยนผ่านการเปิดเสรีการค้าบริการแก่สหรัฐมากขึ้น อาจช่วยให้ดีกรีสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนในปัจจุบันบรรเทาความร้อนแรงลงได้

Disclaimer : คอลัมน์นี้เป็นข้อคิดเห็นส่วนบุคคล จึงไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับความคิดเห็นของ EXIM BANK

Advertisement