นายกฯลุยขยายผลปราบยา-ธุรกิจเทา ลั่นตรวจสอบถึงไหนโดนหมด-ไม่มีช่วย มีแต่ช่วยซ้ำให้หนักชึ้น ชี้ทุกองค์กรมีทั้งคนดี-ไม่ดี หนุนเจ้าหน้าที่จัดการไม่ต้องเกรงกลัวอิทธิพล
ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 อ.เมือง จ.เชียงใหม่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกระบวนการสวมสิทธิบัตรประชาชนให้กับต่างด้าว จะมีการดำเนินการกับผู้ที่เกี่ยวข้องในระดับสูงขึ้นหรือไม่ ว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการขยายผล หากไปถึงไหนก็ต้องโดนหมด ส่วนรายละเอียดเรื่องค่าหัวเรียกรับขอให้อธิบดีปกครองชี้แจง
ส่วนที่นายกฯระบุว่าในรัฐบาลชุดนี้จะต้องไม่มีใครเข้าไปเกี่ยวข้อง นายอนุทิน กล่าวว่าอย่างที่บอกกับพี่ ๆ ตำรวจ ซึ่งถือว่าโชคดีอย่างหนึ่งที่เหมือนเพื่อนกัน คบกันมาตั้งแต่เป็นเด็ก คุยกันรู้เรื่อง และเข้าใจหน้าที่กันดี และได้บอกไปว่า ถ้าหนักใจอะไรก็ขอให้ปิดชื่อไว้ก่อนเพื่อดูพฤติกรรม และถ้าหากเปิดชื่อเจอใครก็จะไม่ยกเว้น
นายอนุทินยังย้ำว่า หากใครมีข้อมูลขอนำมาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ จะเอาไปเก็บไว้ทำไม คนพวกนี้เอาไปเก็บไว้ก็ไม่เกิดมงคลอะไรกับตัวเอง เอามาให้ตำรวจ ตำรวจจะได้ไปจับ และดำเนินคดีอย่างเต็มที่ แต่ละคนที่ได้ชื่อมาก็เอาไปขยายผล

เมื่อถามว่าจะเป็นการล้างบางข้าราชการกระทรวงมหาดไทยที่เกี่ยวข้องเลยหรือไม่ นายกฯกล่าวว่าอย่าเรียกว่าล้างบาง คำว่าล้างบางมีแต่คนที่ไม่ดี ในทุกองค์กรมีคนไม่ดีอยู่บ้าง แต่ไม่ใช่ทั้งหมด ถือว่าเป็นส่วนน้อย ที่ทำชื่อเสียงเหม็นเน่าป่นปี้ ได้มากกว่าคนส่วนใหญ่ ดังนั้น เรื่องการปราบปรามดำเนินคดี กำจัดคนเหล่านี้ออกไปไม่ใช่เรื่องที่ยาก
เมื่อถามว่าได้มีการขยายผลความเสียหายจากการเรียกรับผลประโยชน์หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่าข้าราชการการเรียกรับผลประโยชน์ของข้าราชการที่ทุจริต เราก็ดำเนินการไปแล้ว ไล่ออกจากราชการ และจับดำเนินคดี แต่เทียบไม่ได้กับคนเหล่านี้ที่ทำความเดือดร้อน ซึ่งจะต้องติดตามต่อไปยังธนาคารแห่งประเทศไทย และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เพื่อติดตามเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรม
เมื่อถามว่า จากที่มีการขยายผลพบว่าเกี่ยวข้องกับกลุ่มธุรกิจสีเทานั้น นายอนุทินยอมรับว่าคนพวกนี้เกี่ยวข้องกันทั้งหมด เหมือนฝนตกขี้หมูไหลคนอะไรมาพบกัน คนที่เกี่ยวข้องกับค้ามนุษย์ การพนัน สแกมเมอร์ พนันออนไลน์ ค้าบริการทางเพศก็อยู่ในกลุ่มนี้ทั้งหมด เพราะมันก็ทำได้แค่นี้
นายอนุทินยังชื่นชมผู้ปฏิบัติการทุกคนที่ทำงานอย่างเต็มที่ เอานโยบายของรัฐบาลไปทำ รัฐบาลไหนให้ความมั่นใจกับเขา ว่าไปแล้วจะไม่เจอตอ เจอใครก็คนนั้นไม่มีการช่วย ช่วยได้อย่างเดียวคือช่วยซ้ำให้มันหนักยิ่งขึ้น อันนี้มี เขาจึงทำงานอย่างเต็มที่ ดังนั้น นโยบายของตนมีความชัดเจน ว่าให้ทำอย่างเต็มที่ จึงเห็นการจับกุมรายใหญ่ ๆ ในทุกสัปดาห์ เพราะเราทำงานด้วยความเข้าใจ
เมื่อถามถึงนโยบายการให้สัญชาติในช่วงที่ดำรงตำแหน่ง รมว.มหาดไทย นายอนุทินระบุว่าเป็นการให้โดยหลักมนุษยธรรม
ผู้สื่อข่าวจึงถามต่อว่า เป็นการเสียหน้าหรือไม่ เพราะ UNSCR ได้กล่าวชื่นชม นายอนุทินตอบว่าไม่เสียหน้า เพราะเป็นการให้ตามหลักมนุษยธรรม เพราะคนเสียหน้าคือคนที่มาหาผลประโยชน์ในช่องโหว่ตรงนี้ นายอำเภอเสียหน้าแน่ ๆ นอกจากเสียหน้า ยังเสียผู้เสียคน เป็นเจ้าหน้าที่บ้านเมือง แม้ตำแหน่งสูงแต่เห็นประโยชน์ส่วนตัวเป็นหลัก หรือพูดง่าย ๆ ว่าคนที่ทำให้ประเทศชาติเสียหายคือคนเหล่านี้ และสุดท้ายก็ถูกดำเนินคดีไม่พ้นเจ้าหน้าที่บ้านเมือง อธิบดีกรมการปกครองมีคำสั่งให้ออกจากราชการ เพราะมีความผิดชัดเจน

“สิ่งเหล่านี้คือการสนับสนุนให้เห็นว่าทำไปเถอะ รัฐบาลอยู่ข้างหลังอย่างเต็มที่ ไม่ต้องเกรงกลัวอิทธิพลใด ๆ ปืนและของกลางทั้งหลายที่จับได้ ซึ่งเป็นไปได้อย่างไร ปืนจำนวนมากเหล่านี้อยู่ในบ้านคนคนเดียว หากบ้านเมืองไม่มีขื่อมีแป และให้ผู้ใหญ่บ้านสามารถครอบครองอาวุธที่สามารถทำลายชีวิตคนได้อย่างรุนแรง แบบนี้ก็เป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน สิ่งเหล่านี้เราต้องดำเนินการปราบปราม เพราะผิดกฎหมายทุกอย่าง
นี่คือเหตุผลที่ตั้งแต่ผมเป็น รมว.มหาดไทย พ้นไป 3 เดือนแล้วกลับมา ผมไม่ยอมให้มีการต่ออายุทะเบียนปืน สำหรับคนทั่วไป เราต้องทำให้ประชาชนในประเทศไทยไม่ต้องถือปืน เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายความมั่นคงเท่านั้นที่จะต้องถืออาวุธเหล่านี้ไปปราบปรามคนไม่ดี แต่ประชาชนต้องอยู่ด้วยความปลอดภัย ไม่จำเป็นต้องพกพาอาวุธ ซึ่งของกลางที่จับมาบอกว่าเอาไว้ป้องกันตัว มันไม่ได้ เพราะมีเยอะก็เท่ากับมีไว้เอาไปทำลายคนอื่น ข่มขู่ ซึ่งต้องปราบ และทราบข่าวว่าที่ถูกจับกุมได้รับการประกันตัวด้วยวงเงินแค่นิดเดียว 1 แสนบาท ซึ่งกลับไปผมจะทำหนังสือกราบเรียนประธานศาลฎีกาให้พิจารณาคนที่ทำผิดแบบนี้สมควรที่จะได้รับการประกันตัวหรือไม่
แต่ผมเคารพดุลยพินิจของศาลอยู่แล้ว ซึ่งคนที่ให้ประกันอาจดูเพียงสำนวน ไม่ได้ดูจุดว่าร้ายแรงอย่างไร หากมาเห็นว่าผู้ต้องหาพกอาวุธร้ายแรงขนาดนี้ เต็มบ้าน และมีพฤติกรรมไม่ดี ทำผิดกฎหมายแทบทุกอย่าง แต่พอจับได้ก็ได้รับการประกันตัว ขอย้ำว่าความเคารพต่อดุลยพินิจศาลของผมมี แต่ก็ต้องทำเรื่องกราบเรียนให้ทราบว่าต้องมีวิธีอะไรหรือไม่ ซึ่งสุดแล้วแต่ความกรุณา”