Skip to content

สมช.รับทราบถก รมต.กต.อาเซียน ยันยึดคุยทวิภาคี ตั้งศูนย์ฯต่อต้านโดรน

22 ธ.ค. 2568 | 13:43น.
สมช.รับทราบถก รมต.กต.อาเซียน ยันยึดคุยทวิภาคี ตั้งศูนย์ฯต่อต้านโดรน

สมช.รับทราบถก รมต.กต.อาเซียน ยันหลักการเดิมยึดคุยทวิภาคี เคาะมาตรการด่วนสกัดบินโดรนพื้นที่ควบคุม 7 จ.ชายแดน-สนามบิน-สถานที่สำคัญ จัดโครงสร้างองค์กรเบื้องต้นใช้ชื่อ “ศูนย์บริหารจัดการควบคุมต่อต้านอากาศยานไม่มีคนขับแห่งชาติ”

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) แถลงภายหลังการประชุม สมช.ว่า ที่ประชุม สมช.เห็นควรยืนยันหลักการในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนสมัยพิเศษ ถึงสถานการณ์ความมั่นคงชายแดนไทย-กัมพูชา ที่มีการพูดคุยเจรจากันในวันนี้ ตามมติ สมช.ก่อนหน้านี้ ว่าเป้าหมายปลายทางสุดท้ายให้เป็นเรื่องทวิภาคีระหว่างไทยและกัมพูชา

ส่วนกระบวนการพูดคุยในวันนี้ ถือเป็นเรื่องดีที่มีหลายฝ่ายเข้ามาร่วมขับเคลื่อน ย้ำว่าทุกอย่างจะจบได้เป็นเรื่องของ 2 ประเทศเท่านั้น

นายฉัตรชัยยังเปิดเผยว่า ที่ประชุม สมช.ได้หารือเรื่องโดรนที่เข้ามาในพื้นที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะพื้นที่จุดสำคัญ ทั้งสนามบินและจังหวัดแนวชายแดน โดยรับทราบรายงานสถานการณ์ว่าที่ผ่านมาได้ตรวจพบโดรนจำนวนหนึ่งเข้ามาในพื้นที่ ซึ่งทางสำนักงานการบินพลเรือนได้ออกประกาศกำหนดพื้นที่ควบคุมให้มีผลตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค.ที่ผ่านมา ใน 7 จังหวัดชายแดน สนามบินสำคัญ และจุดสำคัญทั่วประเทศ เพื่อป้องกันโดรนที่จะเข้ามา และที่ตรวจพบเมื่อสุดสัปดาห์เป็นลักษณะโดรนประดิษฐ์ ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบที่มาและปลายทาง

นายฉัตรชัยกล่าวว่า สมช.จึงมีมติ 2 ส่วนคือ มาตรการระยะเร่งด่วน 1.กำหนดให้หน่วยงานเกี่ยวข้อง ท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย (ทอท.), สำนักงานการบินพลเรือน, สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.), เหล่าทัพ, ฝ่ายปกครอง สนับสนุนการดำเนินงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการจัดการโดรนเป้าหมายที่เข้ามาในพื้นที่ควบคุม ทั้งป้องกัน สืบสวน สอบสวน รวมถึงใช้แอนตี้โดรน ประสานงานกับ สตช.อย่างใกล้ชิด เพื่อให้การทำงานสอดคล้องและเกิดประสิทธิภาพ

2.ให้กระทรวงกลาโหมใช้อำนาจผ่อนคลายมาตรการในการอนุญาตให้หน่วยงานเกี่ยวข้อง ทอท. และหน่วยงานอื่น ให้สามารถจัดหาแอนตี้โดรน ซึ่งถือเป็นยุทธภัณฑ์ได้ เพื่อเตรียมการให้มีเครื่องมือในการป้องกันพื้นที่

3.เข้มงวดนำเข้าโดรน และให้ตรวจสอบการลักลอบนำเข้าโดรนในพื้นที่ชายแดนและพื้นที่อื่นอย่างเข้มงวด และ 4.ขอสื่อสารไปถึงประชาชนในการใช้โดรนขึ้นไปในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะพื้นที่ที่เป็นประเด็นด้านความมั่นคง เช่น สนามบิน มีโทษร้ายแรงถึงขั้นประหารชีวิต และหากมีการใช้โดรนและส่งผลกระทบต่อพื้นที่ในลักษณะที่เป็นภัยต่อความมั่นคงถือว่ามีความผิดตามกฎหมายอาญา และ ป.วิอาญา

เลขาฯสมช.กล่าวว่า สำหรับมาตรการระยะยาว ที่ประชุม สมช.มีมติให้กองทัพอากาศเร่งรัดดำเนินการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ จัดโครงสร้างองค์กร เพื่อให้การทำงานมีเอกภาพ โดยเบื้องต้นใช้ชื่อ “ศูนย์บริหารจัดการควบคุมต่อต้านอากาศยานไม่มีคนขับแห่งชาติ” ซึ่งเป็นไปตามที่ทาง สมช.เคยมีมติมอบหมายกองทัพอากาศเป็นหน่วยงานหลักในการบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนั้น ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาเตรียมเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ทันสมัยสำหรับอนาคต พร้อมกับพัฒนาบุคลากรให้เรียนรู้และมีความพร้อมใช้งานเครื่องมือดังกล่าว และให้ทบทวนระเบียบ กฎหมายที่เกี่ยวข้องในการเพิ่มโทษกรณีใช้โดรนและเป็นภัยต่อความมั่นคง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โดรน