เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เซอร์ไพรส์วงการเพลง THE TOYS แต่งงานกับแฟนสาว
Biz Movement เซอร์ไพรส์วงการเพลง THE TOYS แต่งงานกับแฟนสาว
พระราชินี ทรงเปิดเรือนจำแห่งที่ 29 โครงการกำลังใจในพระดำริ
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี ทรงเปิดเรือนจำแห่งที่ 29 โครงการกำลังใจในพระดำริ
‘สายการบิน’ เดือดโค้งท้าย อัดเพิ่มความถี่ไฟลต์บินชิงไฮซีซั่น
Business ‘สายการบิน’ เดือดโค้งท้าย อัดเพิ่มความถี่ไฟลต์บินชิงไฮซีซั่น
ทุบสถิติใหม่ มหกรรมหนังสือฯ ยอดขายนิวไฮทะลุ 500 ล้านบาท
Biz Movement ทุบสถิติใหม่ มหกรรมหนังสือฯ ยอดขายนิวไฮทะลุ 500 ล้านบาท
มูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ เตรียมจัดโบว์ลิ่งการกุศล ส่งต่อมื้ออาหารให้เด็ก
Biz Movement มูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ เตรียมจัดโบว์ลิ่งการกุศล ส่งต่อมื้ออาหารให้เด็ก
พลิกโฉม All for Education ‘โลกเปลี่ยน การศึกษาต้องเปลี่ยน’
Biz Movement พลิกโฉม All for Education ‘โลกเปลี่ยน การศึกษาต้องเปลี่ยน’
ทิศทางเงินบริจาค Next Step ศุภนิมิตฯงานเพื่อเด็กในสังคมเปราะบาง
SD ทิศทางเงินบริจาค Next Step ศุภนิมิตฯงานเพื่อเด็กในสังคมเปราะบาง
Makro ขยายลูกค้า HORECA ลุ้นปี’69 ยอดขายออนไลน์ทะลุแสนล้าน
Business Makro ขยายลูกค้า HORECA ลุ้นปี’69 ยอดขายออนไลน์ทะลุแสนล้าน
SOAR โอเชี่ยนคลับ หนุนท่องเที่ยวไทยสู่คุณภาพ
Business SOAR โอเชี่ยนคลับ หนุนท่องเที่ยวไทยสู่คุณภาพ
ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 1 พ.ย. 2569
News ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 1 พ.ย. 2569
ดูทั้งหมด

หนังตะลุงไม่มีวันตาย คุยกับ”วาที ทรัพย์สิน” ทายาทหนังตะลุงดังเมืองคอน ศิลปะที่ต้องสืบสาน

10 ส.ค. 2560 | 22:00น.

โดย ศิริลักษณ์ หาพันธ์นา
ผู้สื่อข่าวประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.prachachat.net

เมื่อกล่าวถึงการแสดงพื้นบ้านที่สะท้อนให้เห็นแก่นแท้ของวัฒนธรรมท้องถิ่นในทุกมิติ “หนังตะลุง” นับเป็นสุดยอดศิลปะทางปัญญาที่อยู่คู่ชาวปักษ์ใต้ สืบทอดรุ่นต่อรุ่นมายาวนาน

ด้วยความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ นำมาสู่การเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิตผู้คน สิ่งสร้างความบันเทิงของเราเปลี่ยนไปและเข้าถึงได้ง่ายกว่า ทำให้การที่จะได้ชมหนังตะลุงสักครั้งนั้นกลายเป็นเรื่องยาก…ยิ่งกว่ายาก แถมยังมีราคาแพง สิ่งเหล่านี้กลายเป็นโจทย์ใหญ่ของคนรุ่นใหม่ว่าจะสามารถอนุรักษ์ “หนังตะลุง” ให้คงไว้ได้อย่างไร

“ประชาชาติธุรกิจออนไลน์” พูดคุยกับ “วาที ทรัพย์สิน” ทายาทแห่ง บ้านหนังตะลุงสุชาติ ทรัพย์สิน พิพิธภัณฑ์หนังตะลุงแห่งแรกของไทย แหล่งมรดกทางศิลปวัฒณธรรม ต้นแบบ “หนังตะลุงเมืองคอน” แห่งนครศรีธรรมราช

เขาเติบโตมาในบ้านของนายหนังตะลุงระดับตำนานของเมืองนครฯ เป็นลูกชายคนโตของ “สุชาติ ทรัพย์สิน” ผู้ได้รับการยกย่องเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดงพื้นบ้าน ปี 2549 หลังถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่องหนังตะลุงให้ลูกศิษย์มามากมายนับไม่ถ้วน

“ยุคนั้นพ่อเขาแกะหนังตะลุงคนเดียว แต่ความต้องการซื้อรูปหนังมีมาก แม่ก็มาช่วยในการระบายสี เป็นจุดเริ่มต้นสอนให้ลูกทุกคนช่วยงานครอบครัว เรียนรู้เรื่องหนังตะลุง และก็มีการรวบรวมช่างที่เป็นศิษย์ของพ่อมาช่วย งานหนังตะลุงจึงกลายเป็นอุตสาหกรรมชุมชนในขณะนั้น”

กลิ่นเส้นหนังวัว เสียงเครื่องมือแกะหนังจากผลงานอันเลื่องชื่อของนายหนังสุชาติ เป็นเหมือนเสน่ห์ของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ให้ดำรงอยู่สืบไป วาทีเล่าย้อนถึงแรงบันดาลใจของพ่อที่ได้รับจากพระกระแสรับสั่งของในหลวง ร.9 ที่ทรงขอบใจที่รักษาศิลปะการแกะหนังตะลุงไว้ เมื่อครั้งพวกเขาได้แสดงหนังตะลุงถวายในปี 2527  “ขอบใจที่รักษาของเก่าไว้ แล้วก็ขออย่าหวงวิชา จงช่วยเผยแพร่ต่อไป”

หลังจากพ่อได้รับพระราชดำรัสดังกล่าว กลับมาถึงบ้านความคิดของพ่อก็เปลี่ยนไป จากแต่ก่อนนายหนังสุชาติ จะมีเงื่อนไขในการรับศิษย์ โดยผู้จะมาเรียนนั้นจะต้อง “มีแวว” เช่นต้องขับกลอนให้ฟังก่อนว่าเสียงดีหรือไม่ หรือคนที่อยากแกะรูปหนังก็ต้องลองวาดตัวไอ้เท่งให้ดูก่อนว่าผ่านหรือไม่ แต่หลังจากนั้นก็กลายเป็นว่า

“ขอเพียงให้ได้เผยแพร่โดยไม่เลือกศิษย์ และพ่อก็ได้ถ่ายทอดวิชาจนถึงวาระสุดท้ายของพ่อ”

อาจารย์วาที กล่าวถึงการแสดงหนังตะลุงให้ฟังว่า การแสดงแต่ละโชว์ในสมัยก่อนใช้เวลาถึง 5-8 ชั่วโมง มีคณะหนังตะลุงในสมัยนั้นถึง 500 คณะ แต่เป็นที่นิยมไม่ถึง 10 % โดยการแสดงแต่ละครั้งต้องมีความร่วมมือจากคนหลายคนและมีองค์ประกอบหลายอย่าง ทั้งนายหนัง นักดนตรี เครื่องดนตรี ฉากประกอบ บทกลอนและมุกตลกต่างๆ สิ่งสำคัญ คือรูปหนัง ตัวหนังตะลุงที่นายหนังใช้เชิด ซึ่งมีหลายประเภท และมีการลำดับความสำคัญต่างกัน อีกทั้งมีเอกลักษณ์และจุดเด่นที่ต่างกันด้วย

“บทตลก คือเสน่ห์ของหนังตะลุง ยิ่งเรื่องราวมีสีสันมากก็ยิ่งสร้างความประทับใจให้คนดู โดยส่วนใหญ่จะหยิบยกเอาประเด็นสังคมในช่วงเวลานั้นๆ มาแสดง ทั้งเรื่องการเมือง ข่าวสารบ้านเมือง เรื่องราวความบันเทิงที่เป็นจุดสนใจ  โดยจะมีการสอดแทรกด้วยการเสียดสีผ่านการแสดงให้เข้าใจง่าย นายหนังตะลุงคนไหนมีลูกเล่นแพรวพราว ก็จะเป็นที่จดจำและมุกตลกนั้นๆ ก็จะถูกนำไปเล่าขานไม่รู้จบ”

เมื่อถามถึงการเปลี่ยนแปลงของ “หนังตะลุง” จากอดีตจนถึงปัจจุบัน อาจารย์วาทีกล่าวว่า ตอนนี้มีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของรูปหนังที่มีการเเต่งกายตามเเฟชั่นสมัยใหม่ เช่น รูปหนังมีการใส่ชุดเอวลอย ใส่สายเดี่ยวได้ เปลี่ยนตามเนื้อเรื่อง

และการเปลี่ยนเเปลงอีกอย่างคือเรื่องดนตรี จากในอดีตมีการใช้ดนตรีเครื่องห้า สมัยนี้มีการนำดนตรีสากลมาประยุกต์เข้ากับดนตรีเครื่องห้า เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนเเปลง ส่วนมุกตลกและบทกลอนก็เปลี่ยนไปตามกระแสสถานการณ์

สำหรับพิพิธภัณฑ์ บ้านหนังตะลุงสุชาติ ทรัพย์สิน จัดแสดงรูปหนังตะลุงภาคใต้ที่มีอายุกว่า 100 ปี รวมถึงรูปหนังตะลุงจากภูมิภาคอื่นๆของไทย และรูปหนังนานาชาติ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งผลิตรูปหนังคุณภาพส่งออกขายไปยังต่างประเทศ  จัดแสดงเครื่องมือเครื่องใช้พื้นบ้านที่หาชมได้ยาก พร้อมกันนั้นผู้เข้าชมยังจะได้ดูการสาธิตการแกะตัวหนังตะลุง ดูการเล่นหนังตะลุงแบบใกล้ชิดอีกด้วย

โดยเคยได้รับรางวัลแหล่งท่องเที่ยววัฒนธรรมเเละโบราณสถานดีเด่น ปี 2539 เเละรางวัลเเหล่งท่องเที่ยวนันทนาการเพื่อการเรียนรู้ ปี 2553

“เราอยู่ในอาชีพการสอน (เป็นอาจารย์ที่ ม.ราชภัฏนครศรีธรรมราช) จึงอยากปรับบ้านให้เป็นแหล่งการเรียนรู้ด้วย เป็นที่บ่มเพาะความรู้หนังตะลุง ด้วยการทำพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต และสอนให้ฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย อยากทำให้เป็นวิทยาทาน เพื่ออุดมการณ์ของพ่อ…

…ยิ่งทำยิ่งจน (หัวเราะ) ผมว่าสิ่งเหล่านี้ทำให้มีความหลากหลายในหน้าที่การงาน นอกเหนือจากการสอนในมหาวิทยาลัย พ่อสอนเสมอว่าถ้าทำงานเพื่ออุทิศ สิ้นชีวิตชื่อก็ยังอยู่ ผมอยากสืบสานให้หนังตะลุงคงอยู่”

อาจารย์วาที กล่าวอีกว่า การอนุรักษ์หนังตะลุงต่อไป จะมีความร่วมมือ 3 ส่วน คือจากฝั่งทายาท ศิลปินในตระกูลหนังตะลุง ซึ่งมีการอนุรักษ์อยางต่อเนื่องอยู่เเล้ว ส่วนที่สองคือสถาบันการศึกษาที่มีหน้าที่เผยเเพร่ความรู้ เเละสามคือการอนุรักษ์โดยกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่สนใจ

“การต่อยอดรุ่นต่อรุ่น ในตอนนี้ไม่มีปัญหา หนังตะลุงไม่ตายเเน่นอน …เยาวชนผู้สืบสานรุ่นใหม่เกิดขึ้นเยอะ เเละจะพัฒนาไปได้เรื่อยๆ”

สำหรับใครที่สนใจเยี่ยมชม “พิพิธภัณฑ์บ้านหนังตะลุงสุชาติ ทรัพย์สิน” สามารถเดินทางโดยรถยนต์ผ่านสนามหน้าเมืองมุ่งหน้าไปวัดพระธาตุวรมหาวิหาร ผ่านศาลากลางจังหวัด หอนาฬิกา โดยสังเกตไฟกระพริบเลี้ยวซ้ายเข้าซอยพานยม จากนั้นเลี้ยวขวาไปตามถนนศรีธรรมโศก เข้าสู่ซอยศรีธรรมโศก3 พิพิธภัณฑ์จะอยู่ด้านขวามือ หรือใช้บริการรถสองแถวสายหัวถนน-สนามกีฬาแล้วลงหน้าซอยพานยมเดินทางต่อไปประมาณ 5 นาที เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 09.00 น.- 17.00 น. เข้าชมฟรีทุกวัน ติดต่อโทร. 075-346-394