เลือกตั้งบอร์ด
ทำความเข้าใจ “1 เลือก 1” หรือ “1 เลือก 7” สรุปกรณีประกันสังคมเปลี่ยนระบบเลือกตั้งบอร์ด ผู้ประกันตนปี 2569
การเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมกำลังจะเปลี่ยนโฉมครั้งสำคัญในปี 2569 หลังสำนักงานประกันสังคมเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างระเบียบกระทรวงแรงงานฉบับใหม่ ซึ่งหัวใจของการเปลี่ยนแปลงคือระบบการลงคะแนน จากเดิมที่ผู้ประกันตน 1 คน เลือกผู้แทนได้หลายคน เหลือเพียง “หนึ่งคนหนึ่งเสียง” หรือที่เรียกกันว่า “1 เลือก 1” การเปลี่ยนกติกานี้จุดกระแสถกเถียงอย่างกว้างขวาง ทั้งฝ่ายที่เห็นว่าจะช่วยลดการเมืองแทรกแซง และฝ่ายที่กังวลว่าเสียงของผู้ประกันตนจะอ่อนแรงลง
ร่างระเบียบนี้จะเดินหน้าในทิศทางไหน ยังขึ้นอยู่กับเสียงสะท้อนจากการรับฟังความคิดเห็นระหว่างวันที่ 15 มกราคม ถึง 14 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่า ระบบเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมในอนาคต จะตอบโจทย์ “ความเป็นธรรม” หรือ “ความเข้มแข็งของเสียงผู้ประกันตน” ได้มากน้อยเพียงใด
ระบบเลือกตั้งแบบเดิม “1 เลือก 7” เป็นอย่างไร
ภายใต้กติกาเดิม ผู้ประกันตน 1 คนสามารถเลือกผู้แทนฝ่ายลูกจ้างได้หลายคนตามจำนวนตำแหน่งที่เปิดเลือก ซึ่งในทางปฏิบัติคือเลือกได้ครบทีม 7 คน ระบบนี้ทำให้กลุ่มหรือทีมผู้สมัครที่มีแนวนโยบายเดียวกันสามารถเข้าไปเป็นกรรมการพร้อมกันหลายคน ส่งผลให้เสียงของฝ่ายผู้ประกันตนในบอร์ดมีน้ำหนักพอสมควรเมื่อถ่วงดุลกับฝ่ายนายจ้างและฝ่ายราชการ
ระบบใหม่ “1 เลือก 1” เปลี่ยนอะไรบ้าง
ร่างระเบียบใหม่กำหนดชัดว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 1 คน สามารถเลือกผู้สมัครได้ไม่เกิน 1 คนเท่านั้น ทั้งฝ่ายนายจ้างและฝ่ายผู้ประกันตน แม้จำนวนกรรมการที่มาจากการเลือกตั้งยังคงฝ่ายละ 7 คนเท่าเดิม แต่การได้มาของทั้ง 7 คนจะกระจายจากคะแนนรายบุคคล ไม่ใช่การเลือกยกทีม
สำหรับฝ่ายผู้ประกันตน ยังมีการแยกโควตาผู้แทนตามสถานะผู้ประกันตน คือ มาตรา 33 มาตรา 39 และมาตรา 40 โดยใช้วิธีคำนวณตามสัดส่วนจำนวนผู้ประกันตนจริง เพื่อจัดสรรจำนวนผู้แทนให้ครบ 7 คน ซึ่งหมายความว่าแต่ละมาตราอาจมีผู้แทนมากหรือน้อยแตกต่างกันไปตามฐานสมาชิก

คุณสมบัติผู้สมัครที่เข้มงวดขึ้น และเงื่อนไข “เป็นกลางทางการเมือง”
อีกประเด็นสำคัญคือการเพิ่มคุณสมบัติผู้สมัคร ผู้ที่จะลงสมัครต้องเป็นนายจ้างหรือผู้ประกันตนในมาตราที่สมัครจริง ต้องส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 48 เดือนในช่วง 60 เดือนก่อนเลือกตั้ง และต้องมีความรู้หรือประสบการณ์ด้านแรงงานหรือประกันสังคม
ที่ถูกจับตามากที่สุดคือเงื่อนไขความเป็นกลางทางการเมือง ผู้สมัครต้องไม่อยู่ภายใต้การควบคุมหรือครอบงำของนักการเมือง พรรคการเมือง หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และต้องดำรงความเป็นกลางนี้ตลอดวาระการดำรงตำแหน่ง เพื่อป้องกันไม่ให้บอร์ดประกันสังคมตกอยู่ภายใต้อิทธิพลทางการเมือง
เสียงคัดค้านและความกังวลจากภาคประชาชน
การเปลี่ยนจาก “1 เลือก 7” มาเป็น “1 เลือก 1” ถูกคัดค้านจากกลุ่มนักเคลื่อนไหวแรงงานและนักการเมืองบางส่วน โดยเห็นว่าระบบใหม่จะทำให้ฝ่ายผู้ประกันตนแตกกระจายเป็นรายบุคคล เสียงในบอร์ดจะอ่อนลง และยากต่อการผลักดันนโยบายเชิงโครงสร้าง เพราะไม่สามารถรวมทีมที่มีจุดยืนเดียวกันเข้าไปพร้อมกันได้เหมือนเดิม
น.ส.รักชนก ศรีนอก หรือ “ไอซ์” อดีต สส.กทม. พรรคประชาชน ออกมาเรียกร้องให้ประชาชนร่วมแสดงความคิดเห็น “ไม่เห็นด้วย” ต่อร่างระเบียบนี้ โดยมองว่าเป็นการลดพลังของฝ่ายผู้ประกันตน และอาจเปิดทางให้อำนาจเดิมในบอร์ดครอบงำการตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
