พงษ์พันธ์ พลอยเพ็ชร
ดีมานด์ที่ดินในนิคมอุตสาหกรรม โรงงานสำเร็จรูปให้เช่า คลังสินค้าสำเร็จรูปให้เช่าไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เตรียมความพร้อม 4 ด้านรับลงทุนใหญ่จากสหรัฐปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมในประเทศ จับทิศทาง 5 เศรษฐกิจยุคใหม่
พงษ์พันธ์ พลอยเพ็ชร หัวหน้าฝ่ายอุตสาหกรรม และโลจิสติกส์, คุชแมน แอนด์ เวคฟีลด์ ประเทศไทย เปิดเผยถึงภาพรวมอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ในประเทศไทยเมื่อปี 2568 ที่ผ่านมาว่า ที่ดินในนิคมอุตสาหกรรม ณ สิ้นปี 2568 ประมาณ 221,788 ไร่ มีอัตราว่างของที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมที่ประมาณ 6.52% ลดลงประมาณ 8.56% จากไตรมาส 3 ในนิคมอุตสาหกรรมทั้งประเทศอยู่ที่ประมาณ 8.31 ล้านบาทต่อไร่ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยหรือประมาณ 3% จากไตรมาสก่อนหน้านี้ และยังมีที่ดินที่อยู่ระหว่างการพัฒนาเป็นนิคมอุตสาหกรรมอีกประมาณ 18,367 ไร่
ไตรมาส 4/68 ไม่มีซัพพลายโรงงานสำเร็จรูปให้เช่า RBFs) ใหม่เข้าสู่ตลาด โดยพื้นที่รวมของโรงงานสำเร็จรูปให้เช่ามีพื้นที่รวมประมาณ 3.42 ล้านตารางเมตร อัตราว่างเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 9.53% ลดลงจากไตรมาส 3 ประมาณ 18.62%
ส่วนของคลังสินค้าสำเร็จรูปให้เช่า ณ สิ้นปี 2568 (RBWs) เพิ่มขึ้นเป็น 6.05 ล้านตารางเมตร อัตราว่างเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 15.23% ลดลงประมาณ 11.50% จากไตรมาส 3/68
ความต้องการของทั้งที่ดินในนิคมอุตสาหกรรม โรงงานสำเร็จรูปให้เช่า และคลังสินค้าสำเร็จรูปให้เช่าในประเทศไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อาจจะมีชะงักไปบ้างช่วงต้นปีถึงไตรมาส 3/68 จากประเด็นอัตราภาษีนำเข้าสินค้าของสหรัฐ แต่ไทยยังคงเป็น 1 ในประเทศที่มีความน่าสนใจในการลงทุนด้านอุตสาหกรรม
5 แกนเศรษฐกิจใหม่ไปต่อ
สิ่งที่น่าติดตาม คือ ทิศทางหรือแนวทางการลงทุนของสหรัฐในด้านต่าง ๆ “พงษ์พันธ์“ กล่าวว่า สหรัฐรีเซ็ตโครงสร้างอุตสาหกรรมประเทศด้วยการอัดงบประมาณและการลงทุนขนาดใหญ่เพื่อกำหนดตำแหน่งของสหรัฐในโลกยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ความมั่นคง และเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจ โดยการลงทุนของสหรัฐจะครอบคลุม 5 แกนหลักของเศรษฐกิจยุคใหม่ ดังนี้
- AI & Digital Infrastructure
- Advanced Manufacturing & Semiconductor
- Energy Security (รวม SMRs หรือ Small Modular Reactors)
- BioScience & Life Sciences
- Defense & Security Technology
“โลกยุคใหม่ต้องอาศัย AI และ Semiconductor ต้องพึ่งพาพลังงานปริมาณมหาศาล และต้องเป็นพลังงานที่มีความเสถียรในระยะยาว ทำให้ SMRs ถูกผลักดันให้ก้าวขึ้นมาเป็นโครงสร้างพื้นฐานของพลังงานยุคใหม่ ขณะที่ BioScience ถูกยกระดับจากอุตสาหกรรมสุขภาพ สู่ประเด็นความมั่นคงของประเทศ
ด้าน Defense & Security Technology ไม่ได้เป็นเพียงงบกลาโหม แต่เป็นเทคโนโลยีแกนกลางที่เชื่อมโยงด้าน AI, พลังงาน, เซมิคอนดักเตอร์ และระบบโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศ ซึ่งจะทำให้โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุค De-risking หรือการลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต และ Friend-shoring โดยกระจายฐานการผลิตออกจากประเทศใดประเทศหนึ่ง กระจายไปยังประเทศที่มีความพร้อม เชื่อถือได้ และปลอดภัยในเชิงยุทธศาสตร์” พงษ์พันธ์ กล่าว
สำหรับประเทศไทยในปี 2569 เป็นปีของโอกาสเชิงโครงสร้าง เนื่องจากมี Ecosystem หรือระบบนิเวศด้านอุตสาหกรรมที่ครบถ้วนที่สุดในอาเซียน ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน นิคมอุตสาหกรรม โลจิสติกส์ ท่าเรือ ซัพพลายเชนระดับภูมิภาค และประสบการณ์การผลิตในอุตสาหกรรมโลก เนื่องจากสหรัฐ และพันธมิตรต่าง ๆ เลือกที่จะเก็บงานในด้าน R&D และ Core Technology ไว้ในประเทศตนเอง และกระจายงานในด้านการผลิต การประกอบการขยายกำลังผลิตออกนอกประเทศเพื่อลดต้นทุนในการผลิต รวมไปถึงการกระจายสินค้าไปยังประเทศต่าง ๆ ด้วย
การอัดงบลงทุนของสหรัฐในช่วงปลายปี 2568 ถึงต้นปี 2569 จึงเป็นโอกาสที่ได้เปรียบของประเทศที่มีความพร้อมในด้านพลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และซัพพลายเชน
เร่งปรับ 4 ด้าน รับลงทุนใหญ่สหรัฐ
และสิ่งที่จะเกิดขึ้นในตลาดอุตสาหกรรมของประเทศไทย ปี 2569 ดังนี้
- การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) จะขยายตัวมากขึ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่
- Electronics & Semiconductor parts
- EV & Battery
- Data Center & Digital Infrastructure
- Bio-manufacturing & Medical Supply
- Advanced Logistics & Cold Chain
- ความต้องการพื้นที่อุตสาหกรรมจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ทั้งในส่วนของโรงงาน Built-to-Suit ขนาดใหญ่และขนาดต่าง ๆ หรือโรงงานที่สั่งสร้างเพื่อลูกค้าแบบจำเพาะเจาะจงเป็นราย ๆ , การขยายตัวของ Data Center ที่ต้องการไฟฟ้ากำลังสูงและมีความเสถียรจะมากต่อเนื่อง รวมไปถึงคลังสินค้าในทำเลที่เชื่อมต่อทั้งท่าเรือและสนามบินจะมีความต้องการมากขึ้น
ดังนั้น ทำเลใดรวมไปถึงผู้ประกอบการในธุรกิจที่เกี่ยวข้องในภาคอุตสาหกรรมสามารถที่จะการันตีในเรื่องของพลังงานไฟฟ้า น้ำสะอาด ได้ในระยะยาวจะสามารถเข้าถึงความต้องการในส่วนนี้ได้มากกว่าพื้นที่หรือทำเลที่ขาดแคลนหรืออาจจะยังไม่มีความพร้อมในปัจจุบัน
นอกจากประเทศไทยจำเป็นต้องยกระดับบทบาทจากในอดีตที่เป็นเพียงฐานการผลิต สู่ Strategic Industrial & Logistics Hub หรือจุดยุทธศาสตร์สำคัญของอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ของภูมิภาค โดยต้องเร่งสร้างความชัดเจนใน 4 ด้านหลัก ได้แก่
- ความพร้อมในด้านพลังงาน และโครงข่ายไฟฟ้า
- นิคมอุตสาหกรรมคุณภาพสูงที่มีระบบและเทคโนโลยีที่สามารถรองรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง และอุตสาหกรรมใหม่
- ความรวดเร็วในการอนุมัติขั้นตอนต่างๆ ก่อนการลงทุน และความชัดเจนเชิงนโยบายตั้งแต่ระดับรัฐบาล
- การพัฒนาทักษะแรงงานในด้านเทคโนโลยีชั้นสูง ด้าน Bio และด้าน Advanced Manufacturing