Skip to content

PASAYA ทุ่ม 150 ล้าน เร่งแผนโรงงานปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์

22 ม.ค. 2569 | 09:09น.
PASAYA ทุ่ม 150 ล้าน เร่งแผนโรงงานปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์

บริษัท สิ่งทอซาติน จำกัด ผู้ผลิตสิ่งทอภายใต้แบรนด์ PASAYA ประกาศเร่งแผนพัฒนาโรงงานที่จังหวัดราชบุรีให้ปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ โดยร่วมมือกับ Haier Energy ลงทุนมูลค่ากว่า 150 ล้านบาท เพื่อให้บรรลุเป้าภายในปี 2030 จากเดิมปี 2035

ล่าสุด PASAYA (พาซาญ่า) แบรนด์สิ่งทอของไทยที่ขึ้นชื่อเรื่องนวัตกรรมรักษ์โลก ประกาศผนึกกำลังร่วมกับ Haier Energy ยกระดับพันธกิจทางสิ่งแวดล้อมภายใต้แคมเปญ “Mission for the World: Toward Zero Emission by 2030 ก้าวสู่ Net Zero ก้าวสู่อนาคตที่มั่นคง”

โดยประกาศทุ่มงบประมาณลงทุนกว่า 150 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของโรงงาน PASAYA ในจังหวัดราชบุรี ให้กลายเป็นโรงงานที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Zero Emission Factory) อย่างเต็มรูปแบบภายในปี ค.ศ. 2030

เร่งแผนงานให้เร็วขึ้นกว่าเป้าหมายเดิมที่เคยตั้งไว้ในปี 2035 แสดงจุดยืนในการเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนที่พร้อมลงมือทำทันทีโดยไม่รอให้ถึงวันพรุ่งนี้

การประกาศความร่วมมือครั้งนี้ มีผู้บริหารระดับสูงจากทั้งสองฝ่ายเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน นำโดย ชเล วุทธานันท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สิ่งทอซาติน จำกัด และ รติยา จันทรเทียร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เท็กซ์ไทล์ แกลลอรี่ จำกัด

พร้อมด้วยคณะผู้บริหารจาก Haier Green Energy นำโดย Mr. Long Yiren (CEO of Thailand), Mr. Wang Qijiang (Southeast Asia Market General Manager) และ Mr. Qu Yun (Chairman of KTS International New Energy Trade and Logistics)

โครงการนี้มุ่งสร้างการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานในกระบวนการผลิตไปสู่การใช้พลังงานสะอาด 100% ผ่านการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Rooftop System) ขนาดกำลังการผลิต 3.3 เมกะวัตต์ ควบคู่ไปกับนวัตกรรมล้ำสมัยอย่างระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System หรือ ESS) ขนาดมหึมาที่มีความจุถึง 10 เมกะวัตต์-ชั่วโมง

ซึ่งจะเข้ามาช่วยสร้างเสถียรภาพในการบริหารจัดการไฟฟ้า ทำให้โรงงานสามารถใช้พลังงานสะอาดได้แม้ในช่วงเวลาที่ไม่มีแสงแดดหรือในช่วงที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง ลดภาระการพึ่งพาพลังงานจากฟอสซิลได้อย่างยั่งยืน

ชเล วุทธานันท์
ชเล วุทธานันท์

ชเล วุทธานันท์ ได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์เบื้องหลังการเร่งเป้าหมายครั้งนี้ว่า PASAYA ไม่ได้มองเพียงแค่การผลิตผืนผ้าที่มีคุณภาพดีเท่านั้น แต่พันธกิจที่แท้จริงคือการ “ถักทออนาคตที่ยั่งยืน” ให้กับคนรุ่นต่อไป

การตัดสินใจขยับเส้นตายจากปี 2035 มาเป็นปี 2030 นั้นเกิดจากการพิจารณาข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) และโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) ที่ระบุชัดเจนว่า โลกเหลือเวลาดำเนินการจริงไม่ถึง 10 ปี

หากมนุษย์ไม่สามารถควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ทันท่วงที ความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศจะรุนแรงเกินกว่าจะย้อนกลับมาแก้ไขได้

ดังนั้นการเป็น “Green Factory” ของ PASAYA เป็นคำมั่นสัญญาที่จะลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอน ตั้งแต่กระบวนการต้นน้ำไปจนถึงมือผู้บริโภค เพื่อส่งต่อโลกที่สะอาดและปลอดภัยกว่าเดิม

Mr. Lei Chengwei
Mr. Lei Chengwei

ด้าน Mr. Lei Chengwei รองผู้จัดการทั่วไปและผู้จัดการทั่วไปตลาดโลกของ Haier Green Energy ได้เสริมถึงมิติทางเทคโนโลยีว่า Haier มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้นำนวัตกรรมพลังงานสะอาดระดับโลกมาสนับสนุนวิสัยทัศน์ของ PASAYA

การติดตั้งระบบ Solar Rooftop ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน (ESS) ในสเกลใหญ่ขนาดนี้ ถือเป็นโครงการต้นแบบเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับอุตสาหกรรมไทยในระดับสากล โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งถูกมองว่าเป็นกุญแจสำคัญในการลดคาร์บอนของโลก

ความร่วมมือในครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการปักหมุดให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางการพัฒนาอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry Hub) ที่ภาคส่วนอื่น ๆ สามารถนำไปเป็นแนวทางปฏิบัติได้จริง

หากย้อนกลับไปดูเส้นทางความยั่งยืนของ PASAYA จะพบว่าโรงงานที่จังหวัดราชบุรีซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 1995 ได้รับการยอมรับมาในฐานะสถานประกอบการที่ใส่ใจชุมชนและคุณภาพชีวิตพนักงาน

โดยมีการริเริ่มทำ Carbon Footprint มาตั้งแต่ปี 2021 และเริ่มใช้พลังงานแสงอาทิตย์เฟสแรกในปีเดียวกัน ก่อนจะขยายสู่เฟสที่ 2 ในปี 2024 ด้วยการสนับสนุนจากธนาคารกสิกรไทย

นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงประสิทธิภาพพลังงานในส่วนอื่น ๆ เช่น การเปลี่ยนระบบเตาไอน้ำจากถ่านหินมาเป็นระบบ Once Through Boiler (LPG) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพความร้อนและลดการก่อมลพิษ

รวมถึงการใช้พื้นที่โรงงานกว่า 100 ไร่ เป็นพื้นที่ต้นแบบในการปลูกป่าเพื่อสร้างระบบนิเวศที่สมบูรณ์

โครงการ Mission for the World เป็นเฟส 3 ที่เข้มข้น และเป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญเพื่อตอบโจทย์นักลงทุนและคู่ค้าทั่วโลกที่ให้ความสำคัญกับหลัก ESG (Environmental, Social, and Governance)

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อุตสาหกรรมสิ่งทอ